ถูกกระทบหนักจากการแข่งขันสูงและต้นทุนเพิ่ม
กำไรต่ำสุดในรอบ 10 ปี
เราคาดว่ากำไร 3Q57 ของ MCOT จะอยู่ที่เพียง 80 ล้านบาท ลดลง 79% YoY 51% QoQ ต่ำสุดในรอบ 10 ปี (เท่าที่เรามีข้อมูล) เนื่องจากได้รับผลกระทบช่วงที่การแข่งขันสูงขึ้น เม็ดเงินโฆษณาช่อง 9 ลด 17% YoY มากที่สุดในกลุ่มฟรีทีวีอนาล็อก ส่วนรายได้สัมปทานทรูวิชั่นส์ลดลงต่อเนื่องตามแผนการโยกย้ายฐานสมาชิก (โครงข่ายดาวเทียม) ที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. และต้นทุนเพิ่ม 9% QoQ จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายการให้บริการทีวีดิจิทัล 2 ช่อง (MCOT HD และ MCOT Family) และการลงทุนโครงข่าย (1 Mux) แต่รายได้ยังเติบโตไม่ทันทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลมีผลขาดทุนขั้นต้นราว 77 ล้านบาท
เม็ดเงินโฆษณาไหลออก
ช่วง 9M57 เม็ดเงินโฆษณาช่อง 9 หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่อง (ยกเว้นเดือน ม.ค. และ เม.ย.) ราว 9% YoY เนื่องจากส่วนแบ่งคนดูอ่อนแอทำให้เม็ดเงินโฆษณาไหลออกไปยังสื่อทีวีดิจิทัลและทีวีดาวเทียมที่มีราคาถูกกว่าเกือบ 10 เท่า แต่ส่วนแบ่งคนดูมีแนวโน้มเติบโตขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกันหลังจากโครงข่ายทีวีดาวเทียมครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศแล้วกว่า 60-70% เราคาดการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นอีกช่วงปลายปี 57 หลังจาก กสทช. เริ่มแจกคูปองสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์ในเดือน ต.ค. ทำให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลเริ่มลงคอนเทนต์ใหม่เพื่อแย่งชิงฐานคนดูมากขึ้นเป็นปัจจัยกดดันเม็ดเงินโฆษณาช่อง 9 ต่อเนื่อง
ทีวีดิจิทัลฉุดผลการดำเนินงาน
เราประเมินช่วงแรกของการลงทุนทีวีดิจิทัลจะเป็นตัวฉุดผลประกอบการโดยรวมของ MCOT โดย (1) การให้บริการทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ซึ่งเป็นช่องใหม่เพียงช่องเดียว คือ MCOT Family เพราะช่อง MCOT HD เป็นการออกอากาศคู่ขนานกับช่อง 9 ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นราว 100 ล้านบาท/ไตรมาส แต่รายได้ยังเติบโตไม่ทัน และ (2) รายได้ค่าเช่าโครงข่ายไม่มาก มีลูกค้าภายนอกเพียง 3 ราย (ไทยรัฐทีวี, วอยซ์ทีวี, สปริงนิวส์) รายได้รวมประมาณ 30 ล้านบาท/ไตรมาส นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะย้ายไปใช้โครงข่ายอื่นหลังมีปัญหาสัญญาณล่ม 2-3 ครั้งในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เราคาดงวด 3Q57 MCOT มีรายได้จากธุรกิจทีวีดิจิทัลรวม 56 ล้านบาท แต่มีต้นทุน 134 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนขั้นต้น 77 ล้านบาท
ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า
ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มอ่อนแอต่อเนื่อง เรามองการเกิดทีวีดิจิทัลอีก 24 ช่อง เป็นปัจจัยลบต่อ MCOT ที่มีความสามารถในการแข่งขันต่ำ และยังมีความเสี่ยงจากการที่เจ้าของคอนเทนต์จะดึงรายการยอดนิยมออกจากช่อง 9 เพื่อไปออกอากาศในช่องทีวีดิจิทัลของตนเองอีกด้วย ขณะที่รายได้ค่าสัมปทานจากทรูวิชั่นส์และช่อง 3 ปีละกว่า 500-600 ล้านบาท จะสิ้นสุดสัญญาในปี 62 โดยมีแนวโน้มลดลงตามการทยอยย้ายฐานสมาชิกของทรูวิชั่นส์ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะย้ายไปใช้โครงข่ายทีวีดิจิทัลเจ้าอื่นอีกด้วย ทั้งนี้ หากกำไร 3Q57 เป็นไปตามคาด มีแนวโน้มที่เราจะปรับลดประมาณการกำไรปี 57 ของ MCOT ลงอีก เราคงคำแนะนำ “ขาย” มูลค่าเหมาะสม 19 บาท








