กบง.มีมติปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่ง 63 สตางค์/กิโลกรัม ย้ำจะทยอยปรับโครงสร้างราคาให้เหมาะสม
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและประธานกรรมการกบง. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กบง. เห็นชอบปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งในวันที่ 21 ตุลาคม อีก 63 สตางค์/กิโลกรัม ให้เท่ากับภาคครัวเรือนที่ 22.63 บาท/กิโลกรัม เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบการบรรจุผิดประเภทที่นำถังก๊าซครัวเรือนไปบรรจุตามสถานีบริการแอลพีจีซึ่งอันตราย และในส่วนของแอลพีจีทั้งระบบขอย้ำว่าจะมีการทยอยปรับขึ้นอีกสะท้อนต้นทุนที่ปัจจุบันมีทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศ การผลิตจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โดยราคาขายปลีกสุดท้ายจะปรับขึ้นไปถึงระดับ 27 บาท/กิโลกรัมหรือไม่นั้นยังบอกไม่ได้ โดยล่าสุดราคาตะวันออกกลางลดลงมาอยู่ที่747 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และราคาต้นทุนเฉลี่ยแอลพีจี ที่ยังไม่รวมภาษีและการตลาดแล้วต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 20 บาท/กิโลกรัม
ขณะเดียวกัน ที่ประชุม กบง. ยังเห็นชอบการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของดีเซล 70 สตางค์ มีผลวันพรุ่งนี้ ปรับเพิ่มจากเดิม 3.00 บาท/ลิตร เป็น 3.70 บาท/ลิตร และจากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ราคาเอทานอลยังสูงทำให้ค่าการตลาดแก๊สโซฮอล์อี 20 และแก๊สโซฮอล์อี 85 ยังต่ำมาก แต่ในส่วนของกลุ่มเบนซินอื่น ๆ มีอัตราสูง ดังนั้นจึงคาดว่า วันพรุ่งนี้เอกชนจะลดราคาเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ลงอีก 50 สตางค์ ส่วนราคาน้ำมันอื่น ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง และจากการจัดเก็บเงินกองทุนเพิ่มครั้งนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันฯที่ปัจจุบันติดลบ 1,985 ล้านบาทมีฐานเป็นบวกใน 10 วันข้างหน้า โดยจะมีการจัดเก็บกองทุนน้ำมันฯให้สูงขึ้นในระดับหนึ่งเพื่อให้มีวงเงินดูแลเถถียรภาพราคาพลังงานแล้วหลังจากนั้นจะลดการจัดเก็บให้เหมาะสม
“ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)วันที่ 22 ตุลาคมนี้ จะพิจารณาโครงสร้างราคาทั้งหมด โดยเอ็นจีวีจะทยอยปรับขึ้นสะท้อนต้นทุน ส่วนน้ำมันและแอลพีจีก็เช่นกัน โดยดูภาพรวมผลกระทบทั้งหมดด้วย” นายณรงค์ชัยกล่าว
ทั้งนี้ ผลจากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันดีเซลครั้งนี้ จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ 1,094 ล้านบาท/เดือน จากเดิมมีรายรับ 5,122 ล้านบาท/เดือน เป็นมีรายรับ 6,216 ล้านบาท/เดือน ซึ่งในการเก็บเงินเข้ากองทุนฯ นอกจากจะช่วยลดความผันผวนของราคาน้ำมันแล้ว ยังเป็นกลไกหลักที่ช่วยส่งเสริมภาคเกษตรในเรื่องของพลังงานทดแทน อาทิ เอทานอล และไบโอดีเซลอีกด้วย. ส่วนการขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่ง 63 สตางค์เป็นการ เห็นชอบให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งได้จำหน่ายก๊าซแอลพีจีให้ภาคขนส่งต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯเพิ่มในอัตรา 4.2056 บาท/กิโลกรัม








