ธ.ก.ส.ประเดิมจ่ายเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาทวันแรก เริ่มใน 8 จังหวัด คาดจ่ายเงินครบทั้งหมดภายในเดือนพ.ย.นี้
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือครั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาผลผลิตตกต่ำ และช่วยให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพของเกษตรกร ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ที่มอบหมายให้ ธ.ก.ส. จ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2557/58 จำนวนทั้งสิ้น 3.49 ล้านครัวเรือน ตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง แต่ไม่เกิน 15 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท วงเงินรวม 40,000 ล้านบาท โดยเริ่มก่อนใน 8 จังหวัด ที่มีความพร้อมในระบบการขึ้นทะเบียนได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร ลพบุรี ขอนแก่น สุรินทร์ ศรีสะเกษและจังหวัดมหาสารคาม หลังจากนั้น ธ.ก.ส.จะทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไป คาดว่าจะจ่ายครบภายในวันที่ 30พฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรในวันแรกทั้งสิ้น 14,311 ราย วงเงิน 176.1 ล้านบาท จังหวัดลพบุรีจำนวน 684 ราย วงเงิน 9.2 ล้านบาท จังหวัดขอนแก่นจำนวน 2,407 ราย วงเงิน 26.9 ล้านบาท จังหวัดศรีสะเกษจำนวน 5,223 ราย วงเงิน 60.6 ล้านบาท จังหวัดมหาสารคามจำนวน 1,476 ราย วงเงิน 16.5 ล้านบาท จังหวัดสุรินทร์จำนวน 195 ราย วงเงิน 2.3 ล้านบาท จังหวัดพิจิตรจำนวน 961 ราย วงเงิน 13.5 ล้านบาท จังหวัดกำแพงเพชรจำนวน 2,990 ราย วงเงิน 42 ล้านบาท และจังหวัดพิษณุโลกจำนวน 375 ราย วงเงิน 5.1 ล้านบาท ส่วนจังหวัดอื่นๆ ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะประสานงานเพื่อส่งข้อมูลให้กับ ธ.ก.ส.ดำเนินการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้โดยเร็วที่สุด
สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนกับทางเกษตรอำเภอนั้น ธ.ก.ส.ขอให้เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียน โดยเร็ว ซึ่งเกษตรกรต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับเกษตรอำเภอในพื้นที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและรับรองสิทธิ์ โดยคณะกรรมการบริหารมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยระดับอำเภอ จากนั้นให้ชาวนานำสำเนาหน้าสมุด บัญชีเงินฝากและสำเนาบัตรประชาชน มาจัดทำหนังสือแสดงความจำนงขอเข้าร่วมโครงการที่ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ หลังจากนั้น ธ.ก.ส.จะตรวจสอบความถูกต้องและส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรงต่อไป ทั้งนี้หากเกษตรกรดำเนินการถูกต้อง ครบถ้วนตามขั้นตอนดังกล่าวก็จะได้รับเงินภายใน 3 วัน นับตั้งแต่ยื่นเอกสารที่ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ใกล้บ้าน
“เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ธ.ก.ส.จะเร่งดำเนินการเพื่อให้เกษตรกรทุกรายที่มีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ได้รับเงินทุกรายโดยไม่ให้ตกหล่น จึงอยากให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเร่งขึ้นทะเบียนตามขั้นตอนโดยเร็วเพื่อให้เงินถึงมือโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น และทาง ธ.ก.ส.จะหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในระยะยาวสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายลักษณ์กล่าว









