วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับโมเดลทวายรุกอุตสาหกรรมเบา

สพพ.เผยเตรียมปรับรูปแบบอุตสาหกรรมในทวายระยะแรก จากอุตสาหกรรมหนัก สู่อุตสาหกรรมเบา

สพพ.เผยเตรียมปรับรูปแบบอุตสาหกรรมในทวายระยะแรก จากอุตสาหกรรมหนัก สู่อุตสาหกรรมเบา หวังจูงใจนักลงทุนต่างชาติเข้าร่วม เหตุความเสี่ยงการลงทุนลดลง แจงนักลงทุนญี่ปุ่นถอย หวั่นแย่งลูกค้ากันเองกับนิคมฯทิวาลา ขณะที่ทูตอินเดียเข้าพบ “ปรีดิยาธร”ให้ความสนใจลงทุนโครงการทวาย

แหล่งข่าวจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์กรมหาชน) สพพ. หรือ NEDA ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทยที่เข้าถือหุ้นฝ่ายละ 50% ร่วมกับ The Foreign Economic Relations Development (FERD) กับรัฐบาลพม่า ในการจัดตั้งบริษัททวาย เอสอีแซด ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัทโฮลดิ้ง เพื่อขับเคลื่อนโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย กล่าวถึงรูปแบบการพัฒนาโครงการดังกล่าวว่า นอกจากการลดขนาดการดำเนินการในเฟสแรกเหลือพื้นที่ราว 30 ตร.กม.จากพื้นที่โดยรวม 205 ตร.กม.แล้ว

อุตสาหกรรมที่จะเข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ในระยะแรกจะปรับจากการลงทุนในอุตสาหกรรมหนัก มูลค่าการลงทุนสูง ไปสู่อุตสาหกรรมเบา อาทิ อุตสาหกรรมเสื้อผ้า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อจูงใจนักลงทุนให้เข้ามามากขึ้น

"การลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีความยากและเสี่ยงต่อการจูงใจการลงทุนในระยะนำร่อง จึงต้องเดินหน้าพัฒนาโครงการพื้นฐานให้เห็นเป็นรูปธรรมก่อน จึงเริ่มต้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมเบา เปิดให้กับนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทุนใหญ่ หรือแม้แต่อุตสาหกรรมขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี)" แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ยังจะเปิดกว้างให้นักลงทุนจากหลากหลายชาติเข้าร่วมในโครงการนี้ตามความถนัด ประกอบด้วย การลงทุนในท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม ถนน รวมถึงโรงไฟฟ้า โดยคาดว่าจะปรับรูปแบบการลงทุนเสนอต่อคณะกรรมการประสานงานร่วมเดือนพ.ย.นี้

จากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของทำเลที่ตั้งโครงการ พบว่าโครงการทวาย มีท่าเรือน้ำลึกเป็นยุทธศาสตร์การขนส่ง เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจด้านตะวันตกไปยังตะวันออก ตั้งแต่พม่าไปจรดเวียดนาม โดยสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าจากท่าเรือน้ำลึกในอาเซียนต่อไปยังอินเดีย รวมถึง ยุโรป

ดังนั้นการผลิตในพื้นที่ดังกล่าวจึงควรมุ่งเน้นการผลิตเพื่อตลาดส่งออกเป็นหลัก มากกว่าผลิตเพื่อป้อนภายในประเทศพม่า ดังนั้นนอกจากนักลงทุนญี่ปุ่นแล้ว ซึ่งไปปักหลักการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมทิวาลา ในประเทศพม่าแล้ว จึงควรเพิ่มทางเลือกนักลงทุนที่เป็นชาติที่ 3

“นิคมฯทวายเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกจึงอาจจะมีพาร์ทเนอร์นอกเหนือจากญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังโฟกัสไปที่ตลาดภายในประเทศ นักลงทุนญี่ปุ่นบางราย กลัวว่าหากไปลงทุนที่ทวาย อาจจะเป็นการแย่งลูกค้ากันเองกับนิคมฯทิลาวา”

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา นายหรรษ วรรธน ศฤงคลา เอกอัครราชทูตอินเดียประจําประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี

เอกอัครราชทูตอินเดีย กล่าวว่า ขณะนี้อินเดียมีโครงการก่อสร้างหลายโครงการ จึงอยากขอเชิญนักลงทุนไทยไปลงทุนในสาขาต่างๆ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในบริเวณเขตระเบียงอุตสาหกรรมเดลี-มุมไบ และเจนไน-บังกาลอร์

สำหรับโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวาย ในประเทศพม่านั้น เอกอัครราชทูตอินเดีย กล่าวว่า อินเดียมีความสนใจในโครงการดังกล่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งรองนายกฯยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังเร่งผลักดันโครงการทวายให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โครงการนี้มีความสำคัญและจะช่วยเชื่อมโยงอินเดีย ไทย และประเทศต่างๆในกลุ่มอาเซียนเข้าด้วยกัน ซึ่งยินดีสนับสนุนการมีส่วนร่วมของอินเดียในโครงการนี้