วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX เข้าสู่การพักฐานต่อ

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (9 - 15 ต.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง โดย DJIA -5.0%, DAX -4.7%, CAC ฝรั่งเศส -5.5% และ FTSE -4.2% ความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจยุโรปที่ส่งสัญญาณชะลอตัว อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาต่ำกว่าคาด ได้แก่ ยอดค้าปลีก เดือน ก.ย. -0.3% mom ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ -0.1% mom และ Empire State Index เดือน ต.ค.ลดลงเหลือ 6.17 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 27.54 จุด

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (9 - 15 ต.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 0.4% จากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้กลุ่มพลังงานและถ่านหินปรับตัวลงแรง แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของจีนในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะออกมาเชิงบวกก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นยอดการส่งออกและอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่กลุ่มเวชภัณฑ์ปรับตัวขึ้นจากแรงเก็งกำไรต่อประเด็นการแพร่ระบาดของโรคอีโบลา

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 - 15 ต.ค. 2557)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นได้ผลักดันโดยหุ้นหลักอย่าง ADVANC, KTB, PTTGC รวมถึงแรงเก็งกำไรต่อหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นเชิงบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มท่องเที่ยว อย่าง ERW / AAV อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นเป็นไปอย่างจำกัด จากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ SET INDEX ยังไม่สามารถผ่าน 1,550 จุดไปได้ ปิดที่ระดับ 1,547.41 จุด เพิ่มขึ้น 4.02 จุด หรือ +0.26% ณ วันที่ 15 ต.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (17 - 22 ต.ค. 2557)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนสัปดาห์หน้า “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 4 หลัง SET INDEX ปรับฐานตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และทำระดับต่ำสุดรอบนี้ที่ 1,527 จุด ก่อนจะเกิดการฟื้นตัวและแกว่งแคบระหว่าง 1,530-1,560 จุด พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวในช่วงปลายสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ เราประเมินว่า SET INDEX จะเริ่มทรงตัวถึงฟื้นตัวได้บ้างในช่วงที่เหลือของเดือนต.ค.นี้ เพราะแต่ละสัปดาห์จะมีเหตุการณ์สำคัญที่เป็น ไฮไลต์ของตลาดหุ้นทั่วโลก รอดูความชัดเจน

กลยุทธ์การลงทุน MBKET คงเน้นหลักการ “Swing Trade” หรือขึ้นแรงขาย และ ลงแรงซื้อเช่นเดิม ในหุ้นเป้าหมาย อย่าง BTS / SVI /TTA / TPIPL / VGI เป็นหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว รวมถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานที่เด่น

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระหว่างวันที่ 20-23 ต.ค. อาจส่งสัญญาณพร้อมเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมา รวมถึงธนาคารกลางจีน อาจผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพื่อเตรียมระบบการเงินให้รองรับกับการซื้อขายหุ้นระหว่างตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และ ตลาดหุ้นฮ่องกง น่าจะเปิดอย่างเป็นทางการในปลายเดือนต.ค.นี้

2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการ ของอียู และอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ

3. ติดตามรายงานการประชุม BoE เพื่อประเมินมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และช่วงเวลาในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน

4. การประกาศงบการเงิน 3Q57 ของกลุ่มธนาคาร โดย BBL / KBANK / SCB คาดรายงานวันที่ 17 ต.ค. ส่วน KTB คาดวันที่ 21 ต.ค.

----------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ