ฟื้นตัวช้า
ประเด็นการลงทุน
ด้วยคาดว่าผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรกจะลดลงในช่วงต้นปีหน้า เราจึงคาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อ (ประมาณ 70% ของสินเชื่อรวม) จะทยอยฟื้นตัวในปี 2558 โดยในช่วงครึ่งแรกของปีดังกล่าว TISCO จะยังคงมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวของสินเชื่อ SME และสินเชื่อบรรษัท ซึ่งคิดเป็นเป็นประมาณ 30% ของสินเชื่อ นอกจากนี้ธนาคารยังตั้งการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปีหน้าลดลง โดยเราคาดว่าจะเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตกำไรปีหน้าของ TISCO ปัจจุบันหุ้น TISCO ซื้อขายกันที่ PBV ปี 2558 ที่ถูกเพียง 1.2เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.4เท่า เรายังคำแนะนำ ถือ
ปรับเป้าสินเชื่อปี 2557 จากเติบโต 5% เป็นติดลบ
ด้วยสภาวะยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ TISCO คาดไม่สามารถบรรลุเป้าการเติบโตสินเชื่อปี 2557 ที่ตั้งไว้ที่ 5% ได้ พร้อมคาดสินเชื่อจะหดตัวลง 2-4% เนื่องจากสินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อ SME (ส่วนใหญ่เป็นดีลเลอร์รถยนต์) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งมีแนวโน้มการกลับมาเติบโตดีปีหน้า แต่สำหรับปีนี้สินเชื่อเช่าซื้อคาดหดตัวลงมากกว่า 4-5% ส่วนสินเชื่อ SME มีแนวโน้มลดลง 10-15% แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเชื่อว่าสินเชื่อบรรษัทจะสูงขึ้น 5-10% ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการสินเชื่อปี 2557 ลงจากสูงขึ้น +6% เป็นลดลลง 4% พร้อมกันนี้เรายังปรับลดประมาณการเติบโตสินเชื่อปี 2558 ลงจาก 8% เหลือ 5%
ธนาคารจะตั้งการกันสำรองหนี้สูญฯลดลงตั้งแต่ไตรมาส 4/57 เป็นต้นไป
ผู้บริหารแนะจะมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลงตั้งแต่ไตรมาส 4/57 เป็นต้นไป เนื่องจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการตั้งสำรองปี 2557 เพิ่ม 15% เป็น 4.5 พันล้านบาท หลังจากที่มีการตั้งสำรองหนี้สูญฯเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 40% เป็น 3.5 พันล้านบาทเป็นเวลา 9 เดือนแรกของปี 2557 อย่างไรก้ตามประมาณการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2558 ของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 4.0 พันล้านบาท ผู้บริหารคาดว่าปีหน้าจะมีการตั้งสำรองหนี้สูญฯที่ประมาณ 900-1,000 ล้านบาทต่อไตรมาส
ปรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิขึ้นเป็น 3.05% ปี 2557 และ 3.10% ปี 2558
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 สูงขึ้นเป็น 3.00% จาก 2.89% ในช่วงเวลาเดี่ยวกันในปี 2556 หนุนโดยการปรับต้นทุนการจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยขึ้น 28bps สำหรับปี 2557 เป็น 3.05% และ 23bps สำหรับปี 2558 เป็น 3.10% โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะชดเชยผลกระทบจากประมาณการตั้งสำรองหนี้สูญฯจำนวนมากในปีนี้ และการปรับลดประมาณการสินเชื่อลงในปีนี้และปีหน้า เรายังคงประมาณการกำไรที่ 4.3 พันล้านบาทสำหรับปี 255 และที่ 4.75 พันล้านบาทสำหรับปี 2558
ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวปี 2558
เนื่องจากสินเชื่อปี 2558 จะขยายตัวเพียงเล็กน้อย ทำให้ผู้บริหาร TISCO เชื่อว่าฐานเงินทุนในขณะนี้เพียงพอสำหรับการดำเนินงานในไตรมาส 4/57 จนถึงปี 2558 โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน โดยอัตราส่วนความพอเพียงของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ณ สิ้นเดือนก.ย.เป็น 16.2% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนของกองทุนเงินขั้นที่ 1 ที่ 12.2%









