วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTT - ซื้อ

ประเด็นหลักจากโรดโชว์ที่สหราชอาณาจักร

ประเด็นการลงทุน

เราได้พา CFO ของปตท. ไปโรดโชว์ที่สหราชอาณาจักร ซึ่งผลตอบรับจากโรดโชว์ในครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดี เราจึงมั่นใจว่าราคาหุ้น PTT จะยังคงรักษาระดับได้โดดเด่นกว่าหุ้นอื่นๆ ในกลุ่ม โดยนักลงทุนต่างมีมุมมองเชิงบวกต่อการปฎิรูปนโยบายด้านราคาพลังงาน ราคาน้ำมันที่ลดลงก็ช่วยหนุนให้การเดินหน้านโยบายเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ในกลุ่มพลังงาน PTT เป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงขาลงต่อกำไรจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่ต่ำลงน้อยที่สุด หนุนจากโครงสร้างค่าผ่านท่อที่มั่นคงและราคาน้ำมันที่ลดลงซึ่งจะช่วยลดขาดทุนในก๊าซ NGV และ LPG ทั้งนี้ เราได้ปร้บเปลี่ยนระยะเวลาในการลงทุนเป็นสิ้นปี 2558 ด้วยราคาเป้าหมายใหม่คำนวณจากวิธี DCF ที่ 400 บาท (ราคาเป้าหมายในกรณีที่ดีที่สุดอยู่ที่ 456 บาทภายใต้สมมติฐานที่ว่าราคาก๊าซ NGV และราคาก๊าซ LPG หน้าโรงแยกฯ จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.50 บาทต่อกก. และ 480 เหรียญต่อตันตามลำดับ)

การปฎิรูปนโยบายพลังงานจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเมื่อใด

แม้จะยังไม่ทราบช่วงเวลาในการปรับราคาที่แน่นอน แต่นักลงทุนต่างก็มีมุมมองเชิงบวกต่อนโยบายปฏิรูปพลังงานของทางภาครัฐในครั้งนี้ โดยเฉพาะหลังมีการเพิ่มราคาก๊าซ NGV ขึ้น 1 บาทต่อกก. ปตท. มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่ารัฐบาลจะทำการปรับราคาขึ้นอีก (ซึ่งหากปรับเพิ่มขึ้นอีก 4 บาทต่อกก.ก็จะถึงจุดคุ้มทุนของบริษัท) แต่การประกาศช่วงเวลาการปรับราคาที่แน่นอนอาจทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ โดยผู้ประกอบการรถบรรทุกซึ่งมีสัดส่วนการบริโภคก๊าซ NGV ถึง 50% จะสามารถปรับตัวต่อราคาเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้นได้ แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือสถานีให้บริการเติมก๊าซที่ไม่เพียงพอ ส่วนภาคฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาคือ ผู้ประกอบการแท็กซี่และขนส่งมวลชน ราคาก๊าซ NGV ยังคงถูกตรึงไว้ที่ 8.50 บาทต่อกก.

การปรับราคาก๊าซ LPG หน้าโรงแยกฯ ค่อนข้างสลับซ้อนกว่าเนื่องจากโครงสร้างราคาที่แตกต่างกัน สำหรับราคาขายปลีก ได้แก่การตั้งราคาก๊าซ LPG ที่ 29 บาทต่อกก.สำหรับภาคอุตสาหกรรม 22.63 บาทสำหรับภาคครัวเรือน และ 22 บาทต่อภาคขนส่ง ในขณะที่ต้นทุนผู้ผลิตกอประกอบไปด้วย 3 ราคา กล่าวคือต้นทุนก๊าซที่รัฐบาลนำเข้า ก๊าซ LPG หน้าโรงแยกฯ และก๊าซ LPG หน้าโรงกลั่น ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลงคาดจะส่งผลให้กองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันกลับมามีฐานะสมดุลได้ภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้ ซึ่งอาจทำให้มีการปรับราคาอีก อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารฯ มองว่ารัฐบาลอาจพิจารณาปรับระดับราคา LPG ค้าปลีกให้เท่าเทียมกัน และหลังจากนั้นจะกำหนดในภายหลังว่าสามแหล่งก๊าซ LPG ดังที่กล่าวมาข้างต้นจะได้ประโยชน์จากนโยบายอย่างไร ซึ่งรัฐบาลจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ในขั้นต้น

แผนการแยกท่อก๊าซและเปิดให้แก่บุคคลที่สาม

ในโรดโชว์ นักลงทุนต้องการให้บริษัทชี้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับแผนการแยกท่อก๊าซ ซึ่งหลัง PTT ได้จะทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2544 คณะรัฐมนตรีได้ข้อสรุปเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและอนุมติการเปิดให้แก่บุคคลที่สาม (TPA) ซึ่งแผนการดังกล่าวคาดจะเสร็จสิ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 โดยในเบื้องต้น PTT จะถือครองในสัดส่วน 100% หรือ 75% (ซึ่งกระทรวงการคลังจะถืออีก 25%) ในธุรกิจนี้ ส่วน TPA จะได้เข้าใช้ในส่วนของท่อก๊าซเส้นใหม่ อย่างไรก็ตาม เรามองว่าการที่บุคคลที่สามจะสามารถเข้าถึงท่อก๊าซได้นั้นเป็นไปได้ยากมากในความเป็นจริง เนื่องจากจะต้องมีภาระผูกพันระยะยาวภายใต้สัญญา “Use-or-Pay” กับ PTT นอกจากนี้ ยังมีประเด็นซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถของ TPA ในการจัดหามาซึ่งแหล่งก๊าซที่มีต้นทุนถูกกว่า และประเด็นความมั่นคงทางพลังงานกับผู้ซื้อก๊าซ เมื่อเทียบกับ PTT อีกด้วย

ควบรวมธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว

PTT มีแผนที่จะขายสองธุรกิจโรงกลั่นออก อันได้แก่ SPRC และ BCP ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 (ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทสามารถซื้อกิจการ ESSO ได้ หาก EXXON ตัดสินใจที่จะออกจากธุรกิจโรงกลั่นในประเทศไทย) และยังมีแผนจะควบรวม IRPC และ PTTGC หลังโครงการ Phoenix ของ IRPC เสร็จสิ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ในการประชุม ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาวของบริษัท โดยนอกเหนือจากแผนการขยายโครงข่ายท่อก๊าซธรรมชาติ การนำเข้าก๊าซ LNG ที่มากขึ้น และการต่ออายุสัมปทานก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (หลังปี 2565 เป็นต้นไป) บริษัทยังแนะว่าการขยายธุรกิจในต่างประเทศพร้อมกับการมุ่งเน้นในธุรกิจ E&P จะเป็นปัจจัยหลักในการหนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว โดยบริษัทกำลังพิจารณาที่จะร่วมลงทุนกับ PTTEP ในโครงการขนาดใหญ่เพื่อลดความเสี่ยงในการเพิ่มทุนของ PTTEP