วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระบายข้าว2แสนตัน 'โรงสี'กังขาราคาภายในร่วง

“พาณิชย์” เตรียมเปิดซองประมูลข้าวขาว-ปลายข้าว22 ต.ค.นี้ปริมาณ2แสนตัน จับตาทีโออาร์ล็อกสเปคเอื้อผู้ส่งออก

“ดวงพร” ไม่ห่วงขายช่วงราคาร่วงแจงเป็นคนละตลาดกัน ด้าน “โรงสี”กังขาส่งออกข้าวพุ่งแต่ราคาในประเทศร่วง "ประยุทธ์"ยันจริงใจช่วยชาวนา ลั่นฟันทุจริตโกงข้าวรัฐบาลชุดก่อน ขณะที่"สมหมาย"สั่ง ธกส.คุมเข้มจ่ายเงินชาวนาไร่ละพันป้องกันรั่วไหล

สถานการณ์ราคาข้าวยังคงผันผวนอย่างหนัก โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย โดยราคาข้าวสารตลาดภายในประเทศค่อนข้างนิ่ง มีความเคลื่อนไหวน้อย ขณะที่รัฐบาลมีความพยายามระบายข้าวสารออกมาเพื่อการส่งออกต่างประเทศ

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาแผนการระบายข้าวเพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนที่จะมีข้าวจากฤดูกาลนาปี 2557/58 ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ในช่วง กลางเดือนพ.ย.

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในช่วงนี้ราคาข้าวมีทิศทางผันผวน แต่สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศที่มีฝนตกทุกวัน ทำให้การขนส่งข้าวต้องหยุดชะงัก จนสินค้าในตลาดไม่มีการเคลื่อนไหวและส่งผลต่อราคาในที่สุด ซึ่งประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นในช่วงสั้นๆ หลังจากที่ฝนหยุดตกแล้วสามารถขนข้าวได้ตามปกติเชื่อว่าราคาจะกลับมาดีขึ้น ในส่วนแผนการระบายข้าวในช่วงนี้ จะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาเพราะถือว่าเป็นคนละตลาด

“จะดูเฉพาะราคาในช่วงนี้ไม่ได้ เพราะการระบายข้าวก็จะใช้ราคารวมๆเพื่อหาความเหมาะสมในการระบายแต่ละครั้ง และข้าวเก่า-ข้าวใหม่ ถือเป็นคนละตลาดกัน” นางดวงพร กล่าว

22 ต.ค.เปิดระบายสต็อกรัฐ2แสนตัน

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะทำงานระบายข้าว แจ้งว่า ขณะนี้ กรมการค้าต่างประเทศ กำลังร่างประกาศเงื่อนไขการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาล หรือ ทีโออาร์ ที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้ คาดว่าจะเปิดซองที่เอกชนยื่นเสนอซื้อเข้ามาได้ในวันที่ 22 ต.ค. โดยการระบายครั้งนี้ จะเปิดระบายข้าวขาวและปลายข้าว ปริมาณรวม 2 แสนตัน โดยต้องนำเสนอแนวทางดังกล่าวให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์พิจารณา หากเห็นชอบจะดำเนินการตามผลประชุมคณะทำงานได้ทันที

นายสมพงษ์ กิตติเรียงลาภ ประธานบริษัท พงษ์ลาภ จำกัด กล่าวว่า ไม่น่าจะกระทบกับราคาข้าวในตลาด เพราะเป็นการส่งออกไปคนละตลาด โดยเอกชนจะใช้ข้าวเก่าในการส่งออกไปตลาดเอเชีย เช่น มาเลเซีย

กังวลทีโออาร์ข้าวเอื้อผู้ส่งออก

แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว แสดงความกังวลว่าทีโออาร์ที่จะออกประกาศนั้น อาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้ส่งออกมากเกินไป เพราะชนิดข้าวที่กำหนดระบายออกมาเป็นข้าวที่ตลาดต่างประเทศต้องการมากกว่า ขณะที่ข้าวที่ตลาดในประเทศต้องการเช่น ข้าวหอมมะลิ ไม่มีการนำมาระบายในครั้งนี้ ทั้งที่มีความต้องการตลาดอยู่มาก

โรงสีกังขาส่งออกดี-ราคาภายในตก

นายมนัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. เป็นต้นไป คาดว่าปริมาณข้าวนาปีจะออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ราคาลดต่ำลงมาได้ หากชาวนาเร่งนำข้าวมาขายต่อให้กับโรงสี ราคาอาจไม่ได้ตามเป้าหมายที่ชาวนาต้องการเพราะผู้ซื้อต่อจากโรงสีได้กำหนดราคารับซื้อไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการรับมอบจริง ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในการส่งออก

“ผมตั้งข้อสังเกตว่าแม้ว่าทางสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จะสามารถส่งออกข้าวได้เป็นปริมาณมาก แต่กลับพบว่ามีการรับซื้อข้าวจากโรงสีน้อยรายลงกว่าเดิมอย่างมาก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่านำข้าวจากแหล่งใดบ้างไปจำหน่าย และยิ่งพบว่าข้าวไทยมีการส่งออกได้จำนวนมาก ก็น่าจะสะท้อนถึงราคาที่ดีในประเทศ เพราะราคาข้าวไทยในตลาดโลกขณะนี้ถือว่าเป็นราคาที่ดี แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าราคาข้าวไทยในประเทศต่ำกว่าราคาส่งออกอย่างมาก ดังนั้นทางผู้ส่งออกควรคำนึงถึงความเป็นอยู่ของชาวนาด้วยควรให้ทุกฝ่ายอยู่ได้ไม่ควรกำหนดซื้อขายในประเทศให้ต่ำแล้วนำไปส่งออกในราคาที่สูง” นายมนัส กล่าว

ราคาส่งออกข้าวทรุด

สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวต่อตัน ณ วันที่ 8 ต.ค. ข้าวหอมมะลิ ชั้น 1 ฤดูกาลผลิตปี 255/56 ราคาตันละ 1,161 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ตันละ 1,168 ดอลลาร์สหรัฐ ข้าวหอมมะลิ ชั้น 1 2556/57 ราคาตันละ 1,066 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากตันละ 1,072 ดอลลาร์สหรัฐ ข้าวสาร 100% ชั้น 2 ตันละ 437 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก ตันละ 443 ดอลลาร์สหรัฐ ข้าวสาร 5% ราคาตันละ 428 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากตันละ 433 ดอลลาร์สหรัฐ ข้าวสาร 25% ตันละ 409 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากตันละ 413 ดอลลาร์สหรัฐ ปลายข้าวเอวันเลิศตันละ 343 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากตันละ 345 ดอลลาร์สหรัฐ

"ประยุทธ์"ลั่นเอาผิดโกงข้าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจ่ายเงินลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนาไร่ละ 1 พันบาทเป็นไปตามมติครม.

"ผมเรียนว่าไม่ได้เป็นการทำให้คนมารักมาชอบผม เงินจำนวนนี้เป็นจำนวนน้อย ใช้คำว่าน้อยมากสำหรับคนรวย แต่มีค่ามากสำหรับคนจน เมื่อเขาเดือดร้อนก็ช่วย แต่ไม่ได้เอาเงินก้อนใหญ่มาใช้ทั้งหมด ผมขอร้อง เราพร้อมช่วย ถ้าเรามีเงินมาก ก็ให้มาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่มันไม่ยั่งยืน ซึ่งความยั่งยืนมันอยู่ที่การปรับโครงสร้างการผลิต วันนี้ทุกคนเอาเรื่องเดิมๆ มาเรียกร้อง ถามว่าแล้วปัญหาก็ยังคงอยู่หรือไม่ ข้าวขายได้หมดหรือยัง แล้วเสียหายไหม" นายกรัฐมนตรีกล่าว

ส่วนการสำรวจความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีคณะกรรมการหลายคณะที่ดำเนินการเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็ทำตามหน้าที่ของเขา ตนไม่ได้โยนความรับผิดชอบ

“ถ้ามันผิดก็คือผิด เมล็ดเดียวก็ผิด กระสอบเดียวก็ผิด ตอนนี้ทำงานทั้ง คตร. คณะกรรมการระบายข้าว อนุกรรมการ เขาจะเอายอดมาว่ามีข้าวเสียเท่าไหร่ คุณภาพต่ำเท่าไหร่ นี่คือยอดที่ผมยังไม่รู้ เพราะเป็นยอดที่ผมมีรับมาจากรัฐบาลที่แล้ว ถ้าขาดมีปัญหามากผมก็จะส่งฟ้องศาล ก็ไปสอบต่อไป"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า จะไม่เกิดปัญหาเรื่องสต็อกข้าวหรือคุณภาพข้าวเช่นเดิมอีก ของใหม่ต้องไม่เกิด ไม่ทุจริต และไปไล่มาว่ามีการทุจริตที่ตรงไหน ต้องไล่มาจากคนที่อยู่ข้างล่างไม่ใช่นายกฯ ต้องดูทุกอย่าง มันไม่ไหว ต้องดูไล่ลงไป อย่ามาปนกัน ถ้ามีการทุจริตก็ต้องลงโทษ รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะเอาประโยชน์จากตรงไหน

“สมหมาย”คุมเข้มกันเงินช่วยชาวนารั่วไหล

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วันที่ 15 ต.ค.นี้ จะพิจารณาเรื่องการจ่ายเงินอุดหนุนชาวนาไร่ละ 1 พันบาท พร้อมวางมาตรการ และสร้างกลไกในการป้องกันการสวมสิทธิ ทำให้เงินรั่วไหล ไม่ถึงมือชาวนาที่ปลูกข้าว โดยจะมี 3-4 หน่วยงานร่วมกันตรวจสอบ ทั้งธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมการเกษตร

“ การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา เราวางแผนป้องกันอย่างเต็มที่ มีการสร้างกลไกตรวจสอบออกมาควบคู่กัน ทั้งการสวมสิทธิ และการปลูกจริง หรือไม่จริง ต้องพยายามทำ โดยปัญหาของไทยคือปัญหาเรื่องปฏิบัติ ในช่วงแรกก็คงต้องดูมาตรการแบบไทยๆก่อน แต่ในการช่วยเหลือชาวนาครั้งต่อไป จะดูแนวทาง การตรวจสอบ หรือไอเดียจากต่างประเทศที่ทำมา”

ทั้งนี้จะมีการใช้ระบบเทคโนโลยี หรือนำระบบดาวเทียมมาใช้ ในการตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูก และจะนำมาใช้ในการตรวจสอบเรื่องที่ดิน สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินด้วย โดยกระทรวงการคลังจะมีการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องภายใน 2 สัปดาห์