วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

DCC - ซื้อ

กำไรจะค่อยๆฟื้นตัวในไตรมาส 3/57 และเห็นชัดขึ้นในไตรมาส 4/57-1/57

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงชอบ DCC ด้วยคาดว่าอุปสงค์กระเบื้องเซรามิคจะฟื้นตัวในปี 2558 โดยประมาณการของเราแบบอนุกรัษ์นิยมบ่งขี้ว่ากำไรปกติคาดจะเติบโตอย่างน้อย 8% ในปีหน้า หลังจากทีทรงตัวมาตลอดนับแต่ปี 2556-2557 และถ้าหากต้นทุนพลังงานคือราคาก๊าซธรรมชาติลดลงจะหนุนให้มีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการขึ้นอีกได้อนาคต ทั้งนี้เราคาดบริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจที่อัตราผลตอบแทนที่ 4.4% สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/57-1/58 (คิดเป็นเงินปันผลต่อหุ้นรวมที่ 2.56 บาท) นอกจากนี้เรามองว่า DCC ยังมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2558 ที่น่าสนใจ 6.0% ทำให้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธีคิดลดเงินปันผล ณ สิ้นปี 2558 ที่ 68 บาท (discount rate ที่ 10.5% และ terminal growth ที่ 2%)

คาดยอดขายเริ่มยืนได้ในไตรมาส 3/57 แลมีแนวโน้มเติบโตได้สำหรับไตรมาส 4/57-1/58

เราคาดยอดขายจะเริ่มทรงตัว YoY ที่ 1.7 พันล้านบาทได้สำหรับไตรมาส 3/57 หลังจากที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง YoY ในไตรมาส 3/56-2/57 (ลดลง 4% ในไตรมาส 3/56, 8% ในไตรมาส 4/56, 7% ในไตรมาส 1/57 และ 3% ในไตรมาส 2/57) เราคาดกำไรหลักไตรมาสนี้เป็น 300 ล้านบาท สูงขึ้น 2% YoY แต่ลดลง 6% QoQ โดยราคาขายเฉลี่ยคาดที่ 138 บาทต่อตร.ม. สูงขึ้น 2% YoY จะชดเชยผลกระทบจากปริมาณยอดขายที่หดตัวลง (ปริมาณยอดขายทั้งอุตสาหกรรมหดตัวลง 1% YoY ในไตรมาส 3/57) พร้อมกันนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเรี่มเติบโต YoY และ QoQ ในไตรมาส 4/57 (ซึ่งโดยปกติแล้วจะหดตัวลง QoQ ในไตรมาสที่ 4) เราคาดกำไรไตรมาส 1/58 เติบโตแข็งแกร่ง หนุนโดยอุปสงค์ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นตามปัจจัยทางฤดูกาลและปัจจัยพื้นฐาน

คาดมาตามนัดเงินปันผลรายไตรมาส

บริษัทยังคงยืนยันอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 100% เนื่องจากฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยเราคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิสุทธิของ DCC ณ สิ้นเดือนก.ย.อยู่ที่เพียง 0.3เท่า ทำให้เราคาดอัตราเงินปันผลต่อหุ้นรายไตรมาสที่ 0.73 บาทสำหรับไตรมาส 3/57 (ขึ้น XD และจ่ายจริงในเดือนก.ย.) และ 0.80 บาทสำหรับไตรมาส 4/57 (ขึ้น XD และจ่ายจริงในเดือนมี.ค. 2558) บริษัทจะจ่ายอัตราเงินปันผลต่อหุ้นทำสถิติสูงสุดที่ 1.03 บาทในไตรมาส 1/58 หลังจากที่บริษัททำกำไรที่ดีที่สุดของปี

ต้นทุนก๊าซธรรมชาติลดลง

ต้นทุนก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของต้นทุนการผลิตของ DCC ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตที่สูงที่สุด โดยราคาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์อ่อนตัวลงประมาณ 25% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ลงมาอยู่ต่ำกว่า 91 เหรียญต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติในประเทศปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาด จากการปรับราคารายไตรมาส หรือ 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับแหล่งก๊าซ)

ส่งผลให้เราสามารถคาดเดาราคาก๊าซในอนาคตได้ว่าควรจะมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะหนุนอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรของบริษัท ในขณะนี้เราตั้งสมมติฐานเชิงอนุรัษณ์นิยมต่ออัตรากำไรขั้นต้นคงที่ YoY ที่ 41% ในปี 2558 เราแนะอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1% จะหนุนให้มีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรเรา 4%

เห็นโอกาสปรับเพิ่มประมาณการหากเป็นไปตามแผนงานของผู้บริหารสำหรับปี 2558

เราคาดอุปสงค์กระเบื้องเซรามิคทั้งอุตสาหกรรมในปี 2558 คาดจะมีอัตราเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปีพลิกฟื้นกลับมาอยู่ที่ประมาณปี 2546-2556 ที่เติบโต 3% หลังจากอ่อนตัวลง 4% ในปี 2556 และคาดว่าจะลดลง 2% ในปี 2557 โดยผ DCC มีกำลังการผลิตเพียงพอสำหรับตอบสนองการฟื้นตัวของอุปสงค์ได้ในอนาคต (อัตราการผลิตในปี 2557 เฉลี่ยเพียงประมาณ 80%) ทั้งนี้ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2558 กลับมาเติบโต 10% (จากรปริมาณขายสูงขึ้น 7%, ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 3%) เทียบกับประมาณการเติบโตของเราที่เพียง 6% นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นปี 2558 ที่ 43% DCC จะขยายยอดขายสินค้ามูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพื่อกระตุ้นอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่จาก 15% ในปี 2557 เป็น 20% ในปี 2558 และถ้าหาก DCC สามารถเพิ่มสัดส่วนยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าวนี้ได้สำเร็จตามเป้าและผลักดันยอดขายได้ตามเป้าสำหรับในปี 2558 ทำให้เราคำนวณอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเราเพิ่มขึ้น 12% จากปัจจุบัน