SET จะแกว่งตัวไร้ทิศทาง
SET View
- แนวโน้มวันนี้คาด SET มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1540-1560 จุด (1)มีโอกาสเปิดลบตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เปิดลบ หลังดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 334 จุด (2)ราคาน้ำมันดิบคงปรับตัวลง Brent ปรับลง 12% ภายในเดือนเดียวมาที่ US$88 ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่ US$90 และต่ำสุดในรอบ 28 เดือนอาจกระทบต่อการประมาณการกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน (3) กลุ่มธนาคารยังมีโอกาสถูกปรับลดคาดการณ์อัตราเติบโตของสินเชื่อหลังทยอยประกาศงบ 3Q57 ตั้งแต่กสัปดาห์หน้า
ทางเทคนิค หาก SET สามารถปิดเหนือ 1545 จุด ยังมีโอกาสรีบาวน์ไปที่ 1575-1585 จุด (61.8%-76.4% Fibonacci)ในระดับสัปดาห์ หากปิดต่ำกว่า1545 จุดจะจบรอบการรีบาวน์
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วันถือครองหุ้นหรือทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงและไม่ไล่ราคาเพื่อไปรอไปขายช่วงรีบาวน์ แต่หาก SET ปิดต่ำกว่า 1545 จุดเน้นถือครองเงินสด
(1)Top Daily Pick : RATCH (เป็นหุ้น Defensive ที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลราว 5% ต่อปี ที่จะได้ประโยชน์มากสุดจากแผน PDP ที่จะมีความชัดเจนใน 1Q57เป็นหุ้นตัวเดียวในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ยังคงมี upside จากมูลค่าเหมาะสม) SPALI (ยอดขายเดือนก.ย.สูงสุดในรอบปีบ่งบอก momentum เชิงบวกต่อการเปิดการเปิด 7 โครงการใหม่ในช่วง 4Q57 มูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท และเป็น top pick กลุ่มสร้างบ้านขาย)
(2)Technical Pick : SST CI RATCH IVL BTS
Theme Play : กลุ่มสื่อสารขนาดใหญ่และกลุ่มอาหารเริ่มเห็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ และคาดว่าผลประกอบการ 3Q57 จะออกมาดี (ADVANC DTAC INTUCH THCOM CPF TUF ) หุ้นที่เราแนะนำ “เก็งกำไร” และมี upside มากกว่ามูลค่าเหมาะสมเกิน 15% (EFORL LH AP TOP QH AOT PS SF)
เดือนต.ค.นักวิเคราะห์กลับมาปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ SET แล้ว
1.แม้ Bloomberg consensusมีการปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้นของSETลงต่อเนื่องจากต้นปี แต่เมื่อเข้าสู่เดือนต.ค. ก็เริ่มมีการปรับเพิ่มประมาณการปี 57-58ขึ้นเล็กน้อย เรามองว่าเป็นการสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหลังการ Preview งบ 3Q57 ของกลุ่ม non-bank ที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์หน้าไปจนถึงการประกาศงบช่วงกลางเดือนหน้า หากยังเห็นการปรับประมาณการขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผลประกอบการอาจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
2.เมื่อเทียบการเปลี่ยนแปลงประมานการกำไรปี 58ของ consensus แยกตามหมวดอุตสาหกรรม เราเห็นการปรับประมาณการขึ้นอย่างชัดเจนของกลุ่ม สื่อสาร ธนาคาร และอาหาร ซึ่งเรามองว่าเป็นผลจาก (1)กลุ่มธนาคารมุมมองต่อ NIM และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นในบรรดากลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (2) กลุ่มสื่อสาร ผู้ให้บริการโทรศัทพ์มือถือเริ่มเห็นการเปลี่ยนถ่ายลูกค้ามาโครงข่าย 3G ใหม่ได้เร็วกว่าคาด(3)กลุ่มอาหาร มุมมองดีขึ้นต่อการฟื้นตัวของราคาขายผลิตภัณฑ์ ต้นทุนวัตถุดิบต่ำลง การฟื้นตัวของตลาดสหรัฐและยุโรป รวมถึงธุรกิจกุ้งมาหนุนผลประกอบการ 2H57 ให้ดีกว่ามุมมองเดิม
3.อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มธนาคาร Outperform ตลาดไปมาก ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างล่าช้า ผลจากการชะลอตัวของภาคส่งออกอาจส่งผลต่อการปรับลดประมาณการสินเชื่อในปีหน้า หลังการประกาศงบ 3Q57สัปดาห์หน้ากลุ่มธนาคารจึงมีความเสี่ยงต่อการขายทำกำไร ขณะที่กลุ่มสื่อสารค่อนข้างlaggard SET ผลจากความวิตกต่อปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการ ขณะที่เป็นกลุ่มหนึ่งที่คาดจะเห็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นหลังการประกาศงบ 3Q57
เราแนะนำให้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารและหันมาเพิ่มสัดส่วนในหุ้นกลุ่มสื่อสารและอาหารบางตัวโดยเน้นไปที่หุ้นที่มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการหลังการประกาศงบ 3Q57 ช่วงกลางเดือนหน้า (ADVANCINTUCH) และกลุ่มอาหาร (CPF GFPTTUF)









