วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX กลับมาฟื้นตัวได้

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (2 - 8 ต.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น โดย DJIA +1.1% หลังตัวเลขภาคแรงงานที่ออกมาดีกว่าคาด โดยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2.48 แสนตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ 5.9% อีกทั้งรายงานการประชุมเฟด ระบุยังไม่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ แม้ว่าจะปรับตัวลงช่วงกลางสัปดาห์หลัง IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2557 ลงเหลือ 3.3% และปี 2558 ลงเหลือ 3.8% ลดลงจากคาดการณ์เดิม 0.1% และ 0.2% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง DAX -4.1%, CAC ฝรั่งเศส -4.5% และ FTSE -1.2% ตัวเลขเศรษฐกิจอย่างคำสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมันลดลง -5.7% mom ลดลงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2552

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (2 - 8 ต.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 0.8% หลังจากหยุดยาวช่วงวันที่ 1-7 ต.ค. นำโดยกลุ่มอสังหาฯหลังทางการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การควบคุมตลาดอสังหาฯเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 โดยปรับลดการจ่ายเงินดาวน์และดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับบ้านหลังที่ 2 ส่งผลให้หุ้นหลักอย่าง China Vanke และ Poly Real Estate ปรับตัวขึ้น

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (2 - 8 ต.ค. 2557)

SET INDEX เข้าสู่การพักฐาน ภาพรวมยังคงขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุน อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่เป็นลบ หลัง IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลง ส่งผลให้ดัชนีทำระดับต่ำสุดของสัปดาห์ที่ 1,539.39 จุดอย่างไรก็ตามเกิด Technical Rebound ส่งผลให้ SET INDEX กลับมายืนเหนือ 1,540 จุดได้ ปิดที่ระดับ 1,543.39 จุด ลดลง 43.96 จุด หรือ -2.77% ณ วันที่ 8 ต.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (10 - 16 ต.ค. 2557)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนสัปดาห์หน้าเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 แม้ว่า Upside gain ของ SET INDEX ในรอบนี้จะจำกัด ด้วยความเห็นของเราการฟื้นตัวของ SET INDEX จะชนต้าน 1,570-1,580 จุด และผ่านได้ค่อนข้างยาก เพราะมีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะการลงทุนทั่วโลกคือ การประชุมเฟดในวันที่ 28-29 ต.ค. ตลาดอาจกลับมากังวลต่อการพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลังสิ้นสุดโครงการ QE ในการประชุมนัดนี้

ดังนั้น ภาวะการลงทุนตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า เชื่อว่าจะเป็นการแกว่งในกรอบระหว่าง 1,540 - 1,570/80 จุด กลยุทธ์การลงทุนจึงต้องกลับมาเป็น Swing Trade ด้วยการใช้กลยุทธ์ “ขึ้นแรงขาย และ ลงแรงซื้อ” โดยเน้นหุ้นเป้าหมาย อย่าง BTS / LPN / VGI / TRUE / TTA คาดว่าจะเป็นหุ้นที่กองทุนทริกเกอร์ฟันด์รอบนี้ให้ความสนใจ

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ผลการปิดการขาย IPO กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ 3+3# 8 ของ UOBAM วงเงิน 3.0 พันล้านบาท สิ้นสุดการขายวันที่ 9 ต.ค. คาดว่าเม็ดเงินลงทุนใหม่จะเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 ต.ค.เป็นอย่างเร็ว หรือ ต้นสัปดาห์หน้าเป็นอย่างช้า

2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศ ได้แก่ ตัวเลขการนำเข้า - ส่งออก ของจีน / ฟิลิปปินส์ / อียู / อังกฤษ; ยอดค้าปลีก สหรัฐ; ตลาดการจ้างงาน อังกฤษ เป็นต้น

3. ติดตามรายงาน Beige Book ของเฟด วันที่ 16 ต.ค.

4. การทยอยประกาศงบการเงิน 3Q57 ของกลุ่มธนาคาร เริ่มตั้งแต่ปลายสัปดาห์หน้า เป็นต้นไป

------------------------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ