วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SIRI - ซื้อเก็งกำไร

กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งจากการเพิ่มทุนสำเร็จ

ประเด็นการลงทุน

เราปรับเพิ่มคำแนะนำของ SIRI จาก ขาย เป็น ซื้อเก็งกำไร ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2.40 บาท อ้างอิงจาก PER ที่ 11 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2556 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) โดยเรามองว่าความเสี่ยงจากงบดุลจะลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญหลังเสร็จสิ้นการเพิ่มทุนในช่วงปลายเดือนต.ค. นี้ ทั้งนี้เราคาดว่า SIRI จะกลับมาเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องได้อีกครั้งหลังจากสะดุดไปก่อนหน้านี้เป็นเวลานานเนื่องด้วยภาระหนี้ที่เบาตัวขึ้นในอนาคต ซึ่งบริษัทมีแผนจะลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย และเพิ่มยอดโอนจริง (ยอดจองซื้อได้ประกันประมาณการรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยของเราแล้ว 82% สำหรับปี 2557 และ 70% สำหรับปี 2558) ปัจจุบันหุ้นมีการซื้อขายที่ PER ปี 2558 ที่ 9.6 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 10.6 เท่า

งบดุลแข็งแกร่งขึ้นมากขึ้นหลังทำการเพิ่มทุนสำเร็จ

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาได้มีมติอนมัติแผนการเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นดิมแบบ Right Offering พร้อมฟรีใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (SIRI-W2) ในอัตราส่วน 3:1:1 (สามารถใช้สิทธิ 3 หุ้นเดิมเพื่อหุ้นสามัญออกใหม่ 1 หุ้น และฟรีใบสำคัญแสดงสิทธิ์อีก 1 หุ้น) ที่ราคาใช้สิทธิ 1.30 บาทต่อหุ้น เราคาดว่าบริษัทจะได้รับเงินราว 4.7 พันล้านบาทจากการใช้สิทธิในระหว่างวันที่ 27-31 ต.ค. ซึ่งคาดจะทำให้ส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิลดลงจาก 2.2 เท่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เป็น 1.4 เท่า ณ สิ้นปี 2557 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2554) งบดุลที่ดีขึ้นหลังทำการเพิ่มทุนสำเร็จจะหนุนให้มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มมากขึ้นหลังหดตัว YoY ในช่วง 9 เดือนในปีนี้ (รูปที่ 4-5)

การขายสินทรัพย์ออกจะช่วยลดผลกระทบจาก Dilution

เราคำนวณว่าการเพิ่มทุนดังกล่าวจะส่งผลให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 9,596 ล้านหุ้น ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เป็น 14,417 ล้านหุ้น ณ สิ้นปี 2557 [3,614 หุ้นใหม่จากการสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ 1,139 หุ้นจากการแปลง SIRI-W1 และ 68.7 ล้านหุ้นจากการใข้สิทธิแปลงสภาพหลักทรัพย์จากกรรมการหรือพนักงาน (ESOP) ครั้งที่ 6] โดยเรายังไม่ได้รวมหุ้นใหม่จากการแปลง SIRI-W2 (จำนวน 3,614 ล้านหุ้น) และจาก ESOP ครั้งที่ 7 (จำนวน 300 ล้านหุ้น) เข้าในประมาณการ เนื่องจากการใช้สิทธิดังกล่าวนั้นมีสถานะ out-of-the-money ที่ราคาใช้สิทธิ 2.50 บาทต่อหุ้น) ทั้งนี้แม้จำนวนหุ้นจะเพิ่มมากขึ้น แต่กำไรต่อหุ้นสุทธิสำหรับปี 2557 จะไม่ลดลง YoY เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ (อาคารสิริภิญโญและที่ดินในจังหวัดภูเก็ต) มูลค่า 857 ล้านบาท แล้วที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/57

คาดมีการปรับลดเป้าหมายธุรกิจสำหรับปี 2557

SIRI มีแนวโน้มที่จะปรับลดแผนการทางธุรกิจสำหรับปี 2557 ในเร็วๆนี้ ซึ่งจะไม่เป็นที่ประหลาดใจสำหรับเราและตลาด โดยเราเชื่อว่าการเปิดตัวคอนโดโครงการใหม่จะเกิดความล่าช้าจากไตรมาส 4/57 เป็นปี 2558 เนื่องจาก SIRI มีนโยบายว่าจะต้องได้รับอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนทำการเปิดตัวโครงการ โดยก่อนหน้าบริษัทมีแผนเปิดตัว 8 คอนโดใหม่ในไตรมาส 4/57 (มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2 คอนโดที่ได้รับอนุมัติดังกล่าว ซึ่งได้แก่ Hasu สุขุมวิท 77 และคอนโดในต่างจังหวัดอีก 1 แห่ง ดังนั้น เราจึงคาดว่ามูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2557 จะลดลงจาก 33,000 ล้านบาทเป็น 23,000 ล้านบาท ในกรณีนี้ ยอดจองซื้อจะลดลงครึ่งหนึ่งจาก 30,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เป้ารายได้ปี 2557 ของบริษัท (ปัจจุบันที่ 33,000 ล้านบาท) ก็ดูน่าจะลดลงเช่นกัน โดยประมาณการของเราอยู่ที่ 31,000 ล้านบาท (และประมาณการตลาดเพียง 29,000 ล้านบาท)

ได้เวลารับรู้ยอดจองซื้อและกำไร

บริษัทแนะว่ายอดจองซื้อไตรมาส 4/57 จะอยู่ที่ 7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 181% QoQ และ 40% YoY (จากฐานต่ำมากยอดจองซื้อนั้นอ่อนตัว YoY มาโดยตลาดในช่วงไตรมาส 4/36-3/57) หนุนโดยการเปิดตัวโครงการแนวราบมูลค่า 8.8 พันล้านบาท (บ้านเดี่ยว 4 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 1 โครงการ) และคอนโด Hasu (มูลค่า 2 พันล้านบาท) ทั้งนี้รายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยน่าจะเติบโต 3% YoY เป็น 7 พันล้านบาทในไตรมาส 3/57 (เทียบกับ 4.2 พันล้านบาทในไตรมาส 1/57 ลดลง 15% YoY, 5.9 พันล้านบาทในไตรมาส 2/57 ลดลง 20% YoY) โยรายได้จากการาขายโครงการที่อยู่อาศัยไตรมาส 4/57 คาดจะสูงที่สุดของปีที่ประมาณ 12,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY และ 80% QoQ นอกจากนี้ สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคาดจะลดลงจาก 23.1% ในไตรมาส 3/56 เป็น 21.0% ในไตรมาส 3/57 อีกด้วย