ช่อง3เริ่มศุกร์นี้ผ่านช่อง43-หลังศาลไกล่เกลี่ยคดี กสท สั่งจอดำ หนุนนโยบายรัฐเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล
ศาลไกล่เกลี่ยคดีพิพาทช่อง 3 ฟ้อง กสท. กว่า 5 ชั่วโมง สรุปช่อง 3 อนาล็อกออกอากาศคู่ขนานช่องดิจิทัลวันศุกร์นี้ หลังสิ้นสุดทุเลา “จอดำ” โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม 11 ต.ค.นี้ ช่อง3 แจงยอมรับเงื่อนไขหลัง กสท.เคลียร์ปมต่างนิติบุคคล
หลังจากวันที่ 26 ก.ย.2557 ศาลปกครองกลาง ได้ไต่สวนฉุกเฉิน คดีบริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ระบบอนาล็อก ฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติ กสท. เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2557 สั่งให้โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมยุติแพร่ภาพช่อง 3 อนาล็อก
ในการไต่สวนดังกล่าว คู่กรณีทั้งสองฝ่ายแถลงต่อศาลว่าจะไป "ตกลง" ทำความเข้าใจกันเพื่อหาข้อยุติข้อพิพาทในคดีนี้ ศาลจึงมีคำสั่งให้ “ทุเลา” การบังคับตามคำสั่งทางปกครอง หนังสือ สำนักงาน กสทช. ลงวันที่ 10 ก.ย.2557 ไปจนถึงวันที่ 11 ต.ค.2557 เวลา 16.30 น. โดยให้คู่กรณีแจ้งผลความคืบหน้าการหารือดังกล่าวให้ศาลทราบภายในเวลาดังกล่าว
ศาลนัดไต่สวนช่อง3-กสท.
วานนี้ (8 ต.ค.) ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ ช่อง 3 และ กสท. มาให้ถ้อยคำต่อศาล หลังจากวันที่ 6 ต.ค.2557 ช่อง 3 ยื่นคำขอเพิ่มเติมมาที่ศาล โดยระบุว่า “การเจรจาเพื่อหาข้อยุติกรณีพิพาทระหว่าง ช่อง 3 และ กสท. ยังไม่สามารถดำเนินการสำเร็จภายในเวลากำหนด ตามคำสั่งทุเลาของศาลปกครอง และขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองพิพาทต่อไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
ดังนั้นในการเรียก ช่อง 3 และ กสท. ให้ไต่สวนวานนี้ ศาลได้สั่ง กสท.เตรียมข้อมูลชี้แจงต่อศาล คือ 1.วัตถุประสงค์ในการออกประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์แคร์รี่) เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2555
2. ตามที่ผู้ถูกฟ้องที่ 3 มีมติในการประชุม กสท. วันที่ 3 ก.พ.2557 เห็นชอบให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ระบบอนาล็อก สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบกิจการ “ฟรีทีวี” นับตั้งแต่วันเริ่มต้นแพร่ภาพออกอากาศในระบบดิจิทัล 30 วัน มีผลทำให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าว เป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ประเภทใด
3. ตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 มีมติในการประชุมวันที่ 8 ก.ย. 2557 และมีคำสั่งตามหนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 หรือ สำนักงาน กสทช. มิให้ผู้รับใบอนุญาต ให้บริการในโครงข่ายกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ สำหรับกิจการไม่ใช่คลื่นความถี่ นำสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ในระบบอนาล็อก ช่อง 3 มีมติให้สิ้นสุด การทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป ตามประกาศมัสต์แคร์รี่ ไปออกอากาศผ่านโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งดังกล่าว เป็นการมีมติ และมีคำสั่ง โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใด
4. ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งทุเลา การบังคับตามคำสั่งทางปกครองพิพาท เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ หรือ แก่การบริการสาธารณะอย่างไร
ชี้แจงข้อมูลกว่า 5 ชั่วโมง
วานนี้ (8 ต.ค.) ฝ่ายผู้ฟ้องคดี ช่อง 3 มีนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และทีมทนาย มาให้ถ้อยคำต่อศาล
ส่วนฝ่ายผู้ถูกฟ้อง มี 3 กรรมการ กสท. มาชี้แจ้งข้อมูล ประกอบด้วย นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และพลโท พีระพงษ์ มานะกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการไต่สวนคดีระหว่างช่อง 3 และ กสท. วานนี้เริ่มเวลา 13.00 น. โดยเป็นการชี้แจงข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่าย ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นตุลาการสั่งไต่สวนทีละฝ่าย เริ่มจากฝ่าย กสท. โดยช่อง 3 ออกมารอนอกห้องไต่สวน จากนั้นไต่สวน ช่อง 3 และ กสท. ออกมารอนอกห้องพิจารณาคดี เวลา 17.30 น. เริ่มไต่สวน 2 ฝ่าย รวมเวลากว่า 5 ชั่วโมง
ศาลไกล่เกลี่ยช่อง3ออกคู่ขนาน
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. กล่าวว่าหลังจากศาลได้เรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาชี้แจงต่อศาลถึงผลการเจรจากรณีการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล ตามที่ศาลได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2557 คู่กรณีทั้งสองฝ่ายชี้แจงว่า ยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยติดปัญหาในบางประเด็นโดยเฉพาะเรื่องลิขสิทธิ์
ทั้งนี้ศาลได้เจรจาไกล่เกลี่ยในประเด็นดังกล่าว โดยคู่กรณีตกลงกันได้ว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐและ กสท. ในการเปลี่ยนผ่านการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่ปฏิบัติต่อผู้ประกอบการโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกทุกราย
กสท.จึงเห็นด้วยที่จะพิจารณาอนุมัติ ให้บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ร่วมกับผู้ฟ้องคดี นำรายการช่อง 3 ระบบอนาล็อกไปออกอากาศแบบคู่ขนาน (Simulcast) ในช่อง 33 แบบความคมชัดสูง (HD ) แบบช่อง 7 และ ช่อง 9 ภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
โดยทั้งสองฝ่าย จะนำข้อตกลงนี้ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ช่อง3 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบภายในวันที่ 10 ต.ค. 2557 เวลา 12.00 น. โดยจะยื่นหนังสือข้อความตามบันทึกท้ายรายงานกระบวนการพิจารณานี้
ทั้งนี้ บีอีซี-มัลติมีเดีย ผู้ได้รับใบอนุญาตช่องดิจิทัล จะต้องนำเสนอผังรายการช่องดิจิทัล 33 เอชดี ซึ่งเป็นผังรายการช่อง 3 อนาล็อก มาให้บอร์ด กสท. พิจารณาในวันศุกร์ 10 ต.ค.2557 โดยบอร์ด กสท.จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเห็นชอบผังช่อง 33 ดิจิทัล ในวันดังกล่าว
จบคดีจอดำช่อง3 อนาล็อก
นางสาวสุภิญญา กล่าวว่าดังนั้นหลังจากสิ้นสุดทุเลาคำสั่งจอดำของศาลปกครองในวันที่ 11 ต.ค.นี้ เวลา 16.30 น. ซึ่งทำให้ มติ กสท. สั่งโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ห้ามออกอากาศช่อง 3 อนาล็อกมีผลบังคับใช้ ผู้ชมยังสามารถรับชมช่อง 3 อนาล็อกจากการออกอากาศคู่ขนาน ตามการไกล่เกลี่ยของศาล โดยโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียมสามารถรับชมช่อง 3 อนาล็อก ทางหมายเลข 43 ช่องดิจิทัล
นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสท. กล่าวว่าศาลได้พิจารณาและไกล่เกลี่ย ประเด็นที่เป็นข้อพิพาทของ กสท.และช่อง 3 เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายเห็นว่าเป็นประโยชน์สาธารณะ และเป็นผลกระทบในวงกว้าง ทำให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน และไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
“คดีช่อง 3 จอดำโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ถือว่าจบแล้ว หลังจากช่อง 3 ออกอากาศคู่ขนานดิจิทัล และจะเป็นผลดีต่อการแจกคูปองทีวีดิจิทัลในวันที่ 10 ต.ค.นี้ และ กสท.ต้อง ต้องขอบคุณทางช่อง 3 ที่เสียสละในการออกอากาศคู่ขนาน ทั้งที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจ” นายธวัชชัย กล่าว
ช่อง 3 แจงเคลียร์ปมต่างนิติบุคคล
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด กล่าวว่าจากไกล่เกลี่ยของศาล วานนี้ กสท.ได้แก้ปัญหากรณีต่างนิติบุคคล ของช่อง 3 อนาล็อกและช่อง 33 ดิจิทัล ดังนั้นช่อง 3 อนาล็อก จึงพร้อมออกอากาศคู่ขนาน ตามศาลไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย
ทั้งนี้ ช่อง 3 ต้องเตรียมเรื่องผังรายการที่จะส่งภายในวันศุกร์ที่ 10 ต.ค. ก่อนเวลา 12.00 น. โดยจะมีการปรับผังรายการเพื่อให้ผู้ผลิตรายการ ในช่อง 33 เอชดี ที่เป็นผู้ประกอบการรายเดิมในช่องดังกล่าว ได้ปรับตัว และมีพื้นที่ในการผลิตรายการ เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนช่วงเวลาช่อง 33 ไปอยู่ในช่อง ดิจิทัล ที่มีอยู่ ช่อง 3 แฟมิลี่ หมายเลข 13 และช่อง 3 SD หมายเลข 28









