เปิดแนวทางปฏิรูปพลังงานเสนอสปช. แนะปตท.เข้าสู่ตลาดเสรีไม่อยู่ใต้สิทธิรัฐวิสาหกิจ
พร้อมลดการถือหุ้นโรงแยกก๊าซ โรงกลั่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนน้ำมัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการรับรายงานตัวของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจกเอกสารข้อมูล 11 ด้านที่ทางคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ สำนักงานปลัด กระทรวงกลาโหมรับฟังปัญหาและรวบรวมเป็นกรอบความเห็นร่วมของประชาชน ได้จัดทำขึ้นให้กับสมาชิก สปช. เพื่อไปศึกษาและเตรียมความพร้อมการทำงาน โดยข้อมูลปฏิรูป ทั้ง 11 ด้านนั้น มีสาระสำคัญ ดังนี้
ด้านพลังงานข้อเสนอการปฏิรูปด้านธุรกิจพลังงาน แบ่งเป็น 3 ประเด็น ได้แก่ 1.นโยบายต่อบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้บริษัท ปตท. เข้าสู่ระบบตลาดแข่งขันเสรีด้านพลังงาน โดยไม่มีสิทธิพิเศษภายใต้รัฐวิสาหกิจ ที่ว่าหน่วยงานรัฐต้องจัดหาน้ำมันจาก บริษัท ปตท. เท่านั้น และให้บริษัท ปตท. อยู่ภายใต้กฎหมายการแข่งขันการค้า,แยกท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกจาก บริษัท ปตท. และทำให้เป็นองค์กรแยก เพื่อเปิดโอกาสให้การบริการขนส่งก๊าซธรรมชาติแก่บุคคลที่สาม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ใช้
นอกจากนั้นแล้วบริษัท ปตท. ต้องลดการถือครองหุ้นในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและกิจการพลังงานอื่นๆ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในกลไกตลาดที่แท้จริง,
2. ประสิทธิภาพและการแข่งขันในธุรกิจพลังงาน ประกอบด้วย จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (องค์กรปิโตรเลียมเพื่อการพัฒนาประเทศ) ไม่เกี่ยวกับส่วนราชการเพื่อให้เป็นกลไกดูแลทรัพยากรน้ำมันและปิโตรเลียมของชาติแทน บริษัท ปตท. รวมถึงพัฒนากฎหมายแข่งขันทางการค้าไม่ให้ผูกขาดตลาด และ 3.ปฏิรูปด้านธรรมาภิบาลในกิจการพลังงาน มีประเด็นที่สำคัญ คือ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายพลังงาน ในส่วนของบอร์ดรัฐวิสาหกิจและบริษัทด้านพลังงาน, จัดตั้งสภาประชาชนเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและปิโตรเลียม รวมถึงตั้งศูนย์ข้อมูลหรือสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานที่อิสระและโปร่งใส ส่วนคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต้องปรับปรุงบทบาทด้วยการเพิ่มศักยภาพความเข้มแข็งในการคุ้มครองผู้บริโภค
ขณะที่ข้อเสนอด้านโครงสร้างราคาพลังงาน ประกอบด้วย การทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปที่เท่าเทียมกับการนำเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงทบทวนการอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลและเอ็นจีวี ให้เป็นไปตามกลไกตลาด อย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนนโยบายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องทบทวนเพื่อให้เกิดความรอบด้านและเป็นธรรม และมาตรการน้ำมันยูโร4 ควรสนับสนุนให้ใช้มาขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเกิดมลพิษ สุดท้ายเป็นข้อเสนอด้านปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงาน ส่วนสำคัญคือการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514, พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงการจัดตั้งกองทุนพลังงานเพื่อสังคม และตั้งกรรมการอิสระด้านพลังงานหมุนเวียน ส่วนรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานไฟฟ้า เช่น การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโอนให้มาอยูในสังกัดกระทรวงพลังงาน








