ประเด็นหลักจากโรดโชว์ที่สหรัฐ
ประเด็นการลงทุน
สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้พาคุณวรรณี จันทามงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายบัญชีและการเงินของ HMPRO ไปพบนักลงทุนในนิวยอร์ก บอสตัน และซานฟรานซิสโก โดยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่านักลงทุนส่วนใหญ่จะรับรู้ถึงการชะลอตัวของการเติบโตของกำไรในระยะสั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของอัตรากำไร และในจำนวนนี้มีนักลงทุนเพียงไม่กี่รายที่ถือหุ้น HMPRO อยู่ ดังนั้น เราจึงเชื่อว่าแรงขายหลังบริษัทประกาศผลกำไรที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลังจะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มของบริษัทในระยะกลาง-ระยะยาว หนุนด้วยการเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและผลการดำเนินงานของ เมก้า โฮม ที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม เรามองว่าราคาหุ้น HMPRO ณ ปัจจุบันยังไม่น่าเข้าซื้อด้วย PER 34 เท่าสำหรับปี 2557 และ 29 เท่าสำหรับปี 2558 ซึ่งบ่งชี้ว่าแนวโน้มอัพไซด์ต่อราคายังดูค่อนข้างจำกัด นอกจากนี้ แม้เราจะมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวต่อการขยายสาขาในมาเลเซีย แต่ความไม่แน่นอนถึงผลการดำเนินงานในระยะสั้นยังคงมีอยู่มาก เราจึงแนะนำให้รอดูจนกว่าเห็นผลการดำเนินงานของสาขาแรกในมาเลเซียที่ชัดเจนก่อน ซึ่งน่าจะเป็นในช่วงไตรมาส 1/57
เราได้ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการลงทุนเป็นสิ้นปี 2558 และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายคำนวณจากวิธี DCF จาก 9.20 บาทเป็น 10.60 บาท
กำไรเติบโตช้าในระยะสั้น
อัตรากำไรที่ลดลงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อการเติบโตของกำไรในระยะสั้น โดยอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงจากการรับรู้รายได้จาก เมก้า โฮม มากขึ้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนในการเริ่มการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียจะกดดันอัตราการทำกำไรมากขึ้นอีก
อัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิมคาดต่ำลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2557
ยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มชะลอตัวอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 3/57 จากผลกระทบของการแย่งลูกค้ากันเองระหว่างสาขา เนื่องด้วยทุกสาขาที่เปิดในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 นั้นอยู่ในพื้นที่เขตเมืองขนาดใหญ่ซึ่งมีสาขาของโฮมโปรเปิดอยู่แล้ว
เดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
ภายในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าว่าจะต้องมีสาขาโฮมโปรภายในประเทศไทยให้ได้ถึง 100 สาขา และมีสาขาในมาเลเซีย 10 สาขา รวมถึงสาขาเมก้า โฮม ในประเทศไทย 20 สาขา
คาดขายสินทรัพย์ออกในช่วงท้ายครึ่งหลังของปี 2557
HMPRO วางแผนจะก่อตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งจะเข้าทำการเช่าศูนย์การค้าของ HMPRO สองแห่งซึ่งได้แก่ มาร์เก็ตวิลเลจสาขาหัวหินและสุวรรณภูมิ เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยการจัดตั้ง REIT น่าจะเป็นช่วงปลายปีหน้าหลังการขยายพื้นที่เช่าในสาขาสุวรรณภูมิแล้วเสร็จ
เริ่มขยาย เมก้า โฮม อีกครั้ง
หลังทำการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอยู่เป็นระยะเวลาเกือบหนึ่งปี ผลการดำเนินงานของ เมก้า โฮม ก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยบริษัทจะเริ่มเดินหน้าขยายสาขา เมก้า โฮม อีกครั้งในปี 2558 และคาดจะถึงจุดคุ้มทุนในช่วงครึ่งหลังของปีดังกล่าว นอกจากนี้ ผู้บริหารยังมีแผนที่จะใช้ เมก้า โฮม ขยายธุรกิจเข้าสู่ กัมพูชา ลาว สหภาพเมียนมาร์ และเวียดนาม อีกด้วย









