วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อิทธิฤทธิ์'นั่งประธานสทท. ดันไทยฮับท่องเที่ยวอาเซียน

"อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก" ประธานสภาอุตฯท่องเที่ยว คนใหม่ ชู 11 นโยบายขับเคลื่อนท่องเที่ยวสู่ผู้นำอาเซียน

เชื่อมั่นศักยภาพ ผนึกภาคเอกชนส่วนกลาง-ภูมิภาคทำงานร่วมกัน หวังดันเป้ารายได้เติบโตมากกว่า 7% ต่อปี พร้อมหนุนพัฒนาฮาลาล ทัวริสซึ่ม ชี้ศักยภาพตลาดใหญ่กว่า 1.6 พันล้านคนทั่วโลก หนุนกระจายฮับท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค หวังขยายฐานมากกว่า 10% "คสช." เมินยกเลิกกฎอัยการศึก

ภาคเอกชนถือว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ทำรายได้เข้าประเทศเกือบ 2 ล้านล้านบาท ล่าสุดสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้ประธานฯ คนใหม่มาขับเคลื่อนไทยสู่ผู้นำด้านการท่องเที่ยวอาเซียน

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า หลังจากได้รับการเลือกตั้งจากคณะกรรมการ สทท.ให้ดำรงตำแหน่งประธาน สทท.คนใหม่ วาระบริหารงาน 2 ปี ในการประชุมใหญ่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วานนี้ (7 ต.ค.) โดยวางวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวในอาเซียน เน้นส่งเสริมการลงทุนทั้งส่วนกลาง ทำให้เกิดการกระจายศูนย์กลาง (ฮับ) ไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวทั่วถึงมากขึ้น

ส่งเสริมการตลาดเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ, พัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยว และพร้อมจะใช้จุดแข็งของตัวเองที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากสมาพันธ์ท่องเที่ยวระดับภูมิภาค สร้างความแข็งแกร่งเป็นหนึ่งเดียวของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้เกิดการพัฒนาลงลึกถึงระดับพื้นที่ เพื่อเป้าหมายผลักดันรายได้ท่องเที่ยวมากกว่า 7% ต่อปี รักษาค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20 ปีที่ผ่านมา

มั่นใจดันรายได้ 2.2 ล้านล้านปี 58

ส่วนเป้าหมายรายได้ 2.2 ล้านล้านบาทปี 2558 รวมถึงเป้าหมายที่คณะกรรมการ สทท.ชุดก่อนหน้านี้นำเสนอให้รัฐบาลตั้งเป้าหมาย 4 ล้านล้านบาทในปี 2561 นั้น มองว่ามีความเป็นไปได้ โดยหลังจากเข้ารับตำแหน่งอาจนำเสนอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกการใช้กฎอัยการศึก แต่หากไม่สามารถยกเลิกได้ ก็จะขอให้ช่วยสร้างมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นอื่นๆ รวมไปถึงการหันไปเร่งวางรากฐานเพื่อการพัฒนาระยะยาว เพื่อให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยมุ่งไปยังตลาดคุณภาพ ทำรายได้ที่เติบโตได้มากกว่าเชิงปริมาณ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชนที่ปัจจุบันมีสัดส่วนราว 10% ก็ต้องขยายตัวมากขึ้น

“ปัจจุบันการท่องเที่ยวไทย 70-80% เป็นการไปเที่ยวชมธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางหาดทรายชายทะเล ส่วนอีกราว 10-20% เที่ยวในเชิงวัฒนธรรม และอีก 10% จึงเป็นการเที่ยวชุมชน ซึ่งการพัฒนาต่อไปนี้เราไม่ได้ปฏิเสธกลุ่มแมส แต่จะเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งของกลุ่มวัฒนธรรมและชุมชนให้มีส่วนแบ่งตลาด และเป็นจุดขายได้มากขึ้น ซึ่งจะมีการเข้าไปเตรียมความพร้อมกับชุมชนเพื่อให้รองรับได้อย่างเหมาะสม”

หนุนตลาด "ท่องเที่ยวฮาลาล"

สำหรับการส่งเสริมโอกาสตลาดใหม่ๆ จะมองไปที่ตลาดท่องเที่ยวฮาลาล (ฮาลาล ทัวริสซึ่ม) เนื่องจากเห็นฐานตลาดทั่วโลกของกลุ่มนี้กว่า 1.6 พันล้านคนทั่วโลก และมีในอาเซียนกว่า 260 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง อาทิ ตลาดตะวันออกกลาง โดยที่ผ่านมาไทยมีการพัฒนามาตรฐานสินค้าและบริการฮาลาลมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมไปทั่วทุกภูมิภาคอย่างทั่วถึง ดังนั้นต่อไปจะสนับสนุนในรูปแบบการอบรมให้ความรู้ทุกกลุ่มเพื่อให้มีศักยภาพรับตลาดนี้มากขึ้น

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมจะดำเนินการตาม 11 นโยบายหลัก แบ่งเป็น 4 เรื่องแรก เน้นไปที่สินค้าท่องเที่ยวและเสริมความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งประเภทธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และที่มนุษย์สร้างขึ้น (แมนเมด) รวมทั้งการบูรณะซ่อมแซม พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมให้มีความสมบูรณ์ ด้วยการจัดระบบแหล่งท่องเที่ยวเป็น 9 คลัสเตอร์ทั่วประเทศ และใช้เมืองหลักของแต่ละกลุ่มเป็นศูนย์กลางกระจายโอกาสของนักท่องเที่ยวไปยังหัวเมืองรองภายในแต่ละคลัสเตอร์

ประเด็นต่อมา คือ การสนับสนุนให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และนวัตกรรมในบริการและสินค้าทางการท่องเที่ยวให้มากขึ้น โดยจะผลักดันให้มีมาตรการสนับสนุนต่างๆ อาทิ การจัดหาสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ การเข้าถึงแหล่งทุนและแหล่งเงินกู้ หรือให้สิทธิประโยชน์การลงทุนภาคเอกชน เป็นต้น

มุ่งเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวตามแผนรัฐ

นอกจากนั้น จะมุ่งพัฒนาการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวตามแผนของรัฐบาล ด้านการขยายเครือข่ายเส้นทางการคมนาคมทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางรางให้เชื่อมโยงหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้เกิดความสะดวก สบาย ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว และมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเสนอแนะแนวทางและประสานงานให้เกิดการใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ

โดยเสนอแผนงานการเชื่อมโยงระบบหลักทางรางของรัฐบาลไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในแต่ละคลัสเตอร์ โดยประสานให้มีการเพิ่มสายการบินต้นทุนต่ำมาช่วยเชื่อมหัวเมืองหลัก อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ อุดรธานี ฯลฯ กับประเทศในอาเซียนและจีนตอนล่าง รวมทั้งให้มีการอำนวยความสะดวกการเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยวตามแนวชายแดนต่างๆ

เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มอุตฯท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน จะเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผลักดันให้เกิดการสร้างแบรนด์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สนับสนุนการค้นคิดผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเชื่อมโยงกับนโยบายการพัฒนาสินค้าโอทอปของรัฐบาล การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว

พร้อมกันนี้ วางนโยบายด้านการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย ด้วยการเข้าร่วมมือกับภาครัฐในการประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึงผลักดันให้ผู้ประกอบการไปมีส่วนร่วมรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ผ่านการตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนในการบริหารความเสี่ยงภัยที่คุกคามนักท่องเที่ยวทั้ง 4 ภัย คือ ภัยธรรมชาติ ภัยโรคระบาด ภัยการก่อการร้าย และภัยทางเศรษฐกิจ

วาง 4 เรื่องหลักรองรับเออีซี

ส่วนนโยบายที่เตรียมไว้รองรับเออีซีมี 4 เรื่องหลัก ได้แก่ การพัฒนาบุคลากร เร่งผลักดันให้มีการเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อเข้าสู่การศึกษาในระบบได้ และพัฒนามัคคุเทศก์หลายภาษาให้ตอบสนองความต้องการนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ รวมทั้งผลักดันให้มีการประกาศเขตพื้นที่ท่องเที่ยวเฉพาะที่ต้องมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นไว้ให้บริการ เพื่อเปิดโอกาสการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับบุคลากรในต่างจังหวัด

ส่วนธุรกิจเอกชน จะสนับสนุนการพัฒนาขีดการแข่งขัน ทั้งในมิติการลงทุนหรือร่วมทุนกับนักธุรกิจในกลุ่มอาเซียน หรือทำให้เกิดเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น โดยเน้นให้รวมกลุ่มภาคเอกชนในสาขาวิชาชีพ และรายพื้นที่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมกับผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในหลายลักษณะ ให้มีโอกาสเข้ามาสู่ระบบที่ถูกต้องให้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน จะประสานงานใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กรมเจรจาการค้า และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศมากขึ้น ทั้งในจำนวนประเทศและเนื้อหาสาระของข้อตกลง รวมทั้งพยายามหาทางขจัดอุปสรรค และยกเลิกข้อจำกัด ที่เป็นการปกป้องการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันให้หมดไป พและต้องทำการการส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างทั่วถึง

ส่วนสุดท้ายคือการบริหารภายในองค์กรนั้น วาง 2 นโยบายหลัก คือ สนับสนุนภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และพัฒนาองค์กรและสำนักงานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ให้เข้มแข็งทั้งด้านวิชาการ และการประสานงานกับสมาชิกสมาคมต่างๆ โดยเฉพาะสมาชิกที่อยู่ในส่วนภูมิภาค และสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานสาขาของสทท. ในเขตพื้นที่ หรือจังหวัดต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้พื้นที่เกิดการพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น

คสช.เมินยกเลิกกฎอัยการศึก

ขณะที่ผลประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 1 วานนี้ (7 ต.ค.) ที่ประชุมมีมติไม่ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกตามที่มีกระแสเรียกร้องจากหลายฝ่าย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุมถึงข้อเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกว่า เมื่อมีการปฏิรูปประเทศและสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ จะผ่อนคลายให้เป็นไปตามลำดับ