วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TUF - ซื้อ

ราคาปลาทูน่าที่ลดลงในเดือนก.ย.–ส่งผลบวกสุทธิต่อมาร์จิ้นธุรกิจทูน่าโดยรวม

ประเด็นการลงทุน

เราคาดว่ามาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ของ TUF มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจนถึงครึ่งแรกของปี 2558 ภายใต้ภาวะที่ราคาปลาทูน่า ณ ปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมาร์จิ้นของธุรกิจแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นน่าจะกลบผลกระทบของมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงไตรมาส 4/57 (เนื่องจากผลขาดทุนจากสต็อกต้นทุนปลาที่อยู่ในระดับสูงช่วงก่อนหน้า) เราประเมินว่าความกังวลของนักลงทุนในประเด็นเรื่องความเสี่ยงที่มาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าจะลดลงในช่วงที่ราคาปลาทูน่าผันผวนมากมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากธุรกิจทูน่าแบรนด์ ณ ปัจจุบัน คิดเป็น 60% ของรายได้ธุรกิจทูน่ารวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยที่ 53% ในปี 2556 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น TUF เนื่องจากกำไรของธุรกิจกุ้งในไทยที่ยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง มาร์จิ้นธุรกิจทูน่าแบรนด์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2558 และการพลิกฟื้นเป็นกำไรของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ตั้งแต่ไตรมาส 3/57 เป็นต้นไป

ราคาปลาทูน่าลดลงอย่างมากในเดือนก.ย. 2557

ราคาปลาทูน่าสคิปแจ็คแถบน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉลี่ยในเดือนก.ย.57 อยู่ที่ 1,280 เหรียญต่อตัน ลดลง 32% YoY และ 20% MoM (เทียบกับเฉลี่ย 1,600 เหรียญต่อตันในเดือนส.ค.) ราคาปลาทูน่าเฉลี่ยช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2557 อยู่ที่ 1,419 เหรียญต่อตัน ลดลง 32% YoY เราเชื่อว่าราคาเฉลี่ยในเดือนก.ย.ที่ลดลง MoM (ซึ่งถือว่าลดลงต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ก่อนหน้า) เนื่องมาจากอุปทานปลาที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูจับปลา (ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนก.ค.) โดยมีปัจจัยหนุนจากเรือประมงใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและอุปกรณ์และเทคนิคการจับปลาที่ทันสมัยและก้าวหน้ามากขึ้น เราคาดว่าราคาปลาทูน่าในเดือนต.ค.มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ในกรอบ 1,000-1,200 เหรียญต่อตัน แล้วจึงค่อยปรับตัวสูงขึ้นในเดือนพ.ย. หรือเดือนธ.ค. (ซึ่งถือว่าเป็นช่วงสิ้นสุดของฤดูกาลจับปลา)

ส่งผลบวกสุทธิต่อมาร์จิ้นธุรกิจทูน่าโดยรวมในช่วงครึ่งปีหลังจนถึงครึ่งแรกของปี 2558

โดยปกติแล้วจะมีส่วนต่างของระยะเวลา 4-6 เดือนระหว่างการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนปลาทูน่าดิบและอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ ดังนั้นเราจึงคาดว่าราคาปลาทูน่าที่ลดลงในช่วงเดือนส.ค.ถึงต.ค.จะส่งผลให้มาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 เรายังคงอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ไว้ที่ 23% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จนถึงครึ่งแรกของปี 2558 (เทียบกับ 22% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557)

ถึงแม้ว่าราคาปลาทูน่าที่ลดลงในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ในไตรมาส 4/57 เนื่องจากผลขาดทุนจากสต็อกปลาที่มีราคาสูงในช่วงก่อนหน้า แต่เราเชื่อว่าจะเป็นเพียงแค่ผลกระทบทางลบครั้งเดียวในไตรมาส 4/57 เท่านั้น โดยปกติแล้วจะมีส่วนต่างของระยะเวลา 1-2 เดือนระหว่างการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนปลาทูน่าดิบและอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจทูน่าโออีเอ็ม

แต่ถึงแม้ว่ามาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าโออีเอ็มคาดว่าจะหดตัวลงในไตรมาส 4/57 แต่เราเชื่อว่า TUF จะได้รับประโยชน์จากปริมาณยอดขายทูน่าโออีเอ็มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากซึ่งเป็นผลจากการที่ราคาปลาปรับตัวลดลง เรามีความคาดหวังในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจทูน่าโออีเอ็มลดลงจากเดิมเหลือ 9% ในช่วงครึ่งปีหลัง เทียบกับ 10% ในช่วงครึ่งปีแรกเนื่องจากการบันทึกขาดทุนจากสต็อกปลาที่มีราคาสูง

และเนื่องจากสัดส่วนของยอดขายทูน่าแบรนด์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไปอีกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จนถึงปี 2558 เราจึงคาดว่าภายใต้ภาวะที่ราคาปลาทูน่ายังคงอยู่ในระดับต่ำย่อมจะส่งผลกระทบทางบวกสุทธิต่อธุรกิจทูน่าโดยรวมของ TUF โดยมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจะกลบผลกระทบของมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าโออีเอ็มที่ลดลง เราใช้สมมติฐานของอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจทูน่าเฉลี่ยระหว่างธุรกิจแบรนด์และธุรกิจโออีเอ็มที่ 17% สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 (เทียบกับ 17% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557) และ 18% สำหรับในปี 2558