วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสมหุ้น

เล่นสั้น ลงทุนอย่างระมัดระวัง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสมหุ้น

เมื่อวานนี้ตลาดไทยปรับลงแรงสวนทิศทางตลาดเพื่อนบ้าน ด้วยแรงขายจากนักลงทุนสถาบันในหุ้นกลุ่มที่ปรับขึ้นมาแรงแล้ว อย่างเช่น ธนาคาร อสังหาฯ และรับเหมา แต่นักลงทุนประเภทอื่นยังคงซื้อสุทธิอยู่ เรามองว่าขณะนี้เริ่มเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อเก็บสะสมหุ้นเป็นรายตัว โดยเฉพาะหากดัชนีปรับลงมาใกล้ 1500 จุด เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังงคงอยู่ในช่วงฟื้นตัว และบริษัทจดทะเบียนมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี ประกอบกับต่างชาติได้ขายสุทธิไปมากแล้วในเดือนนี้ ดังนั้น Down Side จึงมีจำกัด

แนวรับ/แนวต้าน : 1500/1550

กลยุทธ์ : เน้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาล และแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า เล่นสั้น ลงทุนอย่างระมัดระวัง หากดัชนีอยู่บริเวณ 1600 จุด เนื่องจากอาจมีแรงขายทำกำไรกดดันตลาดได้ชั่วคราว

สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%

นักลงทุนระยะสั้น : ITD(7), MAX(1.10)

นักลงทุนระยะยาว : KTB(28), IFEC(9)

จับข่าวมาเก็งกำไร

BTS : นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติอนุมัติในหลักการให้บริษัทพิจารณาจำหน่ายหุ้นทั้งหมดใน 2 บริษัทย่อยของบริษัทในสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัทบีทีเอส แอสเสทส์ จำกัด และบริษัทก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้แก่บริษัท แนเชอรัลพาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ NPARK โดยแลกกับค่าตอบแทน ได้แก่ 1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิของ NPARK และ 2. เงินสดอีกจำนวนหนึ่งหากมีความเหมาะสม ซึ่งการกำหนดค่าตอบแทนดังกล่าวจะขึ้นกับการเจรจาตกลงกันของคู่สัญญาต่อไป สำหรับบีทีเอส แอสเสทส์ และก้ามกุ้งพร็อพเพอร์ตี้ ได้ถือครองอาคารและที่ดินรวมกันประมาณ 18 ไร่ มีมูลค่าตามราคาตลาด 8,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งจะพิจารณาขายให้กับ NPARK เพื่อแลกกับค่าตอบแทนในรูปหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ NPARK ให้แก่บุคคลในวงจำกัด จำนวนไม่เกิน 213,000 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 37.06% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ NPARK หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าทำธุรกรรม (ข่าวหุ้น)

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

-ไทยบ๊วยเออีซี ธนาคารโลกหั่นจีดีพีของไทยในปีนี้จาก 2.5% เหลือ 1.5% และในปีหน้าลดการเติบโตจีดีพีเหลือ 3.5% จากคาดการณ์เดิม 4.5% อัตราขยายตัวต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน ทางด้าน “แบงก์” ไม่ปล่อยกู้บ้านเพิ่มจาก 25% พุ่งเป็น 30% เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดและผู้บริโภคมีภาระหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศ

-ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,991.91 จุด ลดลง 17.78 จุด หรือ -0.10%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อวันศุกร์ อันเป็นผลมาจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

-สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ ปิดที่ 90.34 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนสัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นด้วย