บางกอกแอร์ จ่อระดมทุนกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ขายไอพีโอ 520 ล้านหุ้น คาดเข้าเทรด 3 พ.ย. นี้
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บางกอกแอร์เวย์ ซึ่งใช้ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า BA เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 520 ล้านหุ้น และอีก 210 ล้านหุ้น เป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเดิมของ นางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท โดยจะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงบนกระดานรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) ในวันแรกที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ คือวันที่ 3 พ.ย. นี้ ในราคาเดียวกันกับหุ้นไอพีโอ ในเบื้องต้นได้กำหนดราคาหุ้นไอพีโอที่ 23-27 บาท ต่อหุ้น คาดเปิดจองซื้อหุ้นในวันที่ 14-17 ต.ค. และจะกำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายได้ในวันที่ 17 ต.ค. นี้ ทั้งนี้คาดว่าบริษัทจะระดมทุนได้ประมาณ 11,960-14,040 ล้านบาท
“เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำไปล้างขาดทุนสะสมของบริษัทที่มีอยู่กว่า 3,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะเสนอต่อที่ประชุม และเรียกประชุมผู้ถือหุ้นต่อไปในอนาคต นอกจากนี้บริษัทจะนำไปซื้อเครื่องบิน รวมทั้งปรับเปลี่ยนและ/หรือทดแทนฝูงบินเดิมประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ปริมาณที่นั่งและรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 19-20% ปรับปรุงโรงซ่อมบำรุงอากาศยานที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ ใช้ปรับปรุงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย 30 ล้านดอลลาร์ และส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน” นายพุฒิพงศ์ กล่าว
สำหรับสัดส่วนการจำหน่ายหุ้นไอพีโอ 520 ล้านหุ้น จะแบ่งเป็นนักลงทุนรายย่อย 80 ล้านหุ้น นักลงทุนทั่วไปที่มีบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ 52 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลือแบ่งเป็นนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศอย่างละครึ่ง ส่วนหุ้นสามัญเดิม 210 ล้านหุ้น จะเสนอขายให้กับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 105 ล้านหุ้น และนักลงทุนสถาบันอีก 1 ราย 105 ล้านหุ้น
“บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนเครื่องบินเป็น 43 ลำ ในปี 2561 จากปัจจุบันมีเครื่องบินทั้งสิ้น 25 ลำ รวมทั้งขยายเส้นทางบินเดิม เช่น กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ขยายเป็น 50 เที่ยวต่อวัน จากเดิม 36 เที่ยวต่อวัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางอากาศ ส่วนสายการบิน กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-สุโขทัย และกรุงเทพฯ-กระบี่ จะเพิ่มขึ้นอีก 14 เที่ยวต่อวัน เป็น 98 เที่ยวต่อวัน 28 เที่ยวต่อวัน และ 42 เที่ยวต่อวัน ตามลำดับ จะเริ่มดำเนินการในเดือน ต.ค. นี้” นายพุฒิพงศ์ กล่าว
นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า สัดส่วนรายได้ของบริษัทในปัจจุบันมาจากธุรกิจสายการบินประมาณ 80% และธุรกิจที่ได้สัมปทานจากสนามบินสุวรรณภูมิ ได้แก่ ธุรกิจผลิตอาหารให้ผู้โดยสารบนเครื่อง ธุรกิจบริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ และธุรกิจให้บริการภาคพื้น รวมทั้งสิ้น 13% ส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจอื่นๆ อาทิ สนามบิน 3 แห่งที่เกาะสมุย สุโขทัย และตราด รวมถึงเงินลงทุนในธุรกิจอื่นๆ
ด้านนายสรวิศ ไกรฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวาณิชธนกิจ บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นไอพีโอ พร้อมแต่งตั้ง บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน)Citigroup Global Markets Limited Credit Suisse (Singapore) Limited และ DBS Bank Ltd. เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 6 แห่ง ได้แก่ บล.เคที ซีมิโก้ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) บล.ธนชาต บล.เอเซียพลัส บล.กสิกรไทย และ บล.ไทยพาณิชย์ ส่วนผู้จองซื้อรายย่อยสามารถจองซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย 5 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
“สำหรับราคาหุ้นไอพีโอของบริษัท การบินกรุงเทพ ที่จะมีราคาอยู่ในช่วง 23-27 บาท จะมีค่าพีอีประมาณ 9-13 เท่า หากตัดมูลค่าในส่วนที่ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุยและบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BGH” นายสรวิศ กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ปี 2557 บริษัทมีรายได้รวม 10,980.3 ล้านบาท มีรายได้จากการดำเนินงาน 10,718.8 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 204.8 ซึ่งในครึ่งปีแรกบริษัทประสบปัญหาจากธุรกิจท่องเที่ยวซบเซา จากปัญหาทางการเมือง ประกอบกับต้นทุนจากการขยายเที่ยวบินเพิ่มขึ้น แต่ผู้โดยสารไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้กำไรของบริษัทน้อยกว่าที่คาดไว้ ส่วนในปี 2556 บริษัทมีรายได้รวม 20,721.4 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 990.0 ล้านบาท









