วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชูไทยแลนด์ทรีพลัสสัมปทานปิโตรฯ21

ชูไทยแลนด์ทรีพลัสสัมปทานปิโตรฯ21 "ณรงค์ชัย" ขีดเส้นต.ค.เปิดยื่นขอสำรวจแหล่งก๊าซ หวั่นวิกฤติขาดแคลนก๊าซอ่าวไทย

"ณรงค์ชัย” เร่งเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ในเดือน ต.ค. นี้ เสนอระบบไทยแลนด์ทรีพลัส เพิ่มประโยชน์ให้กับรัฐมากขึ้นกว่าเดิม ด้านสถาบันปิโตรเลียมฯ เผยแบบจำลองก๊าซฯอีก20 ปีข้างหน้าขั้นเลวร้ายสุด ปี 2564 ก๊าซฯไม่พอป้อนโรงแยกก๊าซ

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงาน Energy Forum ครั้งที่1 "เข้าใจ เข้าถึง ก๊าซธรรมชาติ" ซึ่งจัดขึ้นที่กระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2557 ว่า กระทรวงพลังงานจะเร่งพิจารณาการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ภายในปี 2557 นี้ โดยในเดือน ต.ค. 2557 จะเปิดให้เอกชนที่สนใจยื่นเอกสารขอสำรวจแหล่งที่มีความเป็นไปได้ในการพบปิโตรเลียม ก่อนที่จะมีการออกสัมปทานสำรวจต่อไป

ส่วนแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่ใกล้จะหมดอายุนั้น จะมีความชัดเจนในแนวทางบริหารจัดการ ภายในปี 2568 รวมทั้งจะเร่งเจรจาหาแหล่งปิโตรเลียม จากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม

ทั้งนี้ในวันที่ 22 ต.ค. 2557 นี้ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ(กพช.) จะมีการนำเรื่องการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 เข้าสู่การพิจารณาด้วย รวมทั้งจะนำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงานเคยมีมติในการทำงานของทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้าที่ประชุมกพช.เพื่อยืนยันมติ และพิจารณา ต่อยอดดำเนินการเพิ่มเติม

นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้นำเสนอข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว ที่เรียกว่าระบบ ไทยแลนด์ทรีพลัส ซึ่งเป็นการปรับปรุงจากระบบสัมปทานเดิม คือ ไทยแลนด์ทรี ที่รัฐจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น ในรูปของเงินโบนัส หากเอกชนผู้รับสัมปทานสามารถผลิตปิโตรเลียมได้ตามเพดานที่รัฐกำหนด สำหรับแปลงสัมปทานที่จะเปิดให้ยื่นขอรับการสำรวจนั้น จะมีทั้งหมด 29 แปลง ส่วนใหญ่จะเป็นแปลงสัมปทานที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถาบันปิโตรเลียมฯได้จัดทำแบบจำลองสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย จนถึงปี 2573 พบว่ากรณีเลวร้ายที่สุด ที่ความต้องการใช้ก๊าซจะเพิ่มเป็น 6,542 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปี 2556 ที่ใช้ก๊าซอยู่ 4,800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และนำไปใช้ในภาคไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 4,261 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในขณะที่ปริมาณสำรองก๊าซที่พิสูจน์แล้ว(proven reserve ) มีเหลืออยู่ 8.4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หรือเหลือใช้อีกเพียงแค่ 6 ปี แต่หากรวมปริมาณสำรองที่คาดว่ามีโอกาสเจอก๊าซฯ 50%(probable reserve) จะเหลือใช้เพียงแค่ 8 ปีเท่านั้น

ดังนั้นหากไม่มีการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมเพื่อเพิ่มปริมาณสำรอง หรือพลังงานอื่นมาทดแทนก๊าซธรรมชาติที่จะหมดลง จะประสบปัญหาวิกฤติก๊าซหนักที่สุดในปี 2564 เพราะปริมาณก๊าซในอ่าวไทยที่ผลิตได้จะเหลือต่ำกว่า 2,750 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าปริมาณที่ส่งป้อนให้โรงแยกก๊าซปัจจุบัน และยังจะกระทบกับปริมาณการผลิตก๊าซหุงต้มในประเทศด้วย และจะต้องนำเข้าแอลพีจีในราคาตลาดโลก มาทดแทน

การนำเข้าแอลเอ็นจีให้เพียงพอกับความต้องการ จะต้องมีการสร้างคลังเก็บแอลเอ็นจีเพิ่มจากปัจจุบันที่มีอยู่ 2 คลัง เป็น 6-8 คลังในอนาคต หรือคิดเป็นปริมาณนำเข้าแอลเอ็นจีถึง 40-50 ล้านตัน หรือเกือบ 50% ของการนำเข้าแอลเอ็นจีของประเทศญี่ปุ่น และจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 3.90 บาทต่อหน่วย เป็น 5.50 บาทต่อหน่วยในอนาคต เนื่องจากราคาแอลเอ็นจีมีราคาแพงถึง 15-16 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ขณะที่ราคาก๊าซในอ่าวไทยอยู่ที่ 8 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู

"รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่21 และจัดหาแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติมในประเทศเพื่อที่จะลดการนำเข้าแอลเอ็นจี เพราะไม่เชื่อว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยจะแข็งแกร่งเหมือนญี่ปุ่นที่ จะสามารถรองรับการนำเข้าแอลเอ็นจีจำนวนมากถึง40-50ล้านตันในราคาที่แพงกว่าก๊าซในอ่าวไทยกว่าเท่าตัวได้" นายศิริ กล่าว