ผลการดำเนินงานธุรกิจหลักเติบโตดี
คาด 3Q57 ธุรกิจปกติมีกำไร 893 ล้านบาท
เรามีมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ 2H57 ของ JAS คาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 15% YoY และ 3% HoH ทำให้ประมาณการปีนี้จะดีกว่าเดิม 7% เรามีแนวโน้มปรับประมาณการหลังบริษัทประกาศงบ 3Q57 ราวเดือน พ.ย. ส่วน 3Q57 คาดว่าธุรกิจปกติจะมีกำไร 893 ล้านบาท ใกล้เคียง 2Q57 และเพิ่มขึ้น 17% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่ (ไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยน) จากปัจจัยบวกจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 18% YoY และ 4% QoQ เป็น 1.6 ล้านราย ในจำนวนนี้คาดว่าลูกค้า FTTx จะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 2.3% จาก 2% ใน 2Q57 และ ARPU ใกล้เคียง 2Q57 หนุนรายได้รวมเพิ่มขึ้น 14% YoY และ 6% QoQ นอกจากนี้การประหยัดต้นทุนจากฐานลูกค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 16% YoY และ 3% QoQ เป็น 1,704 ล้านบาท และมี EBITDA margin 53.1%
เดือน ต.ค.-พ.ย. จะมี 3 ประเด็นที่ชัดเจน
ช่วง ต.ค.-พ.ย. JAS มี 3 ประเด็นที่จะรู้ผลชัดเจน (1) การเปิดเผยประมาณการหนี้สินที่มีการตั้งสำรองในงบการเงินตามคำสั่ง ก.ล.ต. (2) การประชุมผู้ถือหุ้นลงมติจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน IFF และ (3) ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งคดี TT&T ยื่นขอคุ้มครองผลประโยชน์ระหว่างพิจารณาคดีที่ฟ้อง TTT BB เมื่อ 29 พ.ย.56 และเรียกร้องให้ชำระค่าเสียหายจำนวน 228 ล้านบาท (มูลค่า 0.03 บาท/หุ้น) โดยประเด็นที่ 1 และ 2 จะรู้ผลในวันที่ 27 ต.ค. ส่วนประเด็นที่ 3 ศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 21 พ.ย. เวลา 9.00 น เรามองว่าประเด็นที่ 1 จะกดดันราคาหุ้น JAS มากสุดจากความกังวลต่อการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายหนี้อาจสูงกว่า 1,343 ล้านบาท หลังมีเจ้าหนี้ 4 รายฟ้องให้บริษัทชำระหนี้รวม 1,600 ล้านบาท (มูลค่า 0.22 บาท/หุ้น) ซึ่งจะกระทบฐานกำไรสะสมและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลปีนี้ ส่วนประเด็นที่ 2 และ 3 เรามองว่าจะมีผลออกมาในทางที่เป็นบวกต่อ JAS
จุดเปลี่ยนธุรกิจอยู่ที่จัดตั้ง IFF สำเร็จ
แม้คดี TT&T ฟ้อง ACU เป็นความเสี่ยงต่อการจัดตั้ง IFF แต่หาก JAS พิสูจน์ได้ว่าสินทรัพย์ที่ขายเข้ากองทุนฯ เป็นการลงทุนหลังปี 2552 และไม่เกี่ยวข้องกับคดี TT&T ฟ้องเรียกร้องสิทธิในการถือหุ้นของผู้ถือหุ้น TT&T เมื่อปี 2552 เราเชื่อว่ามีโอกาสที่ JAS จะเดินหน้าจัดตั้ง IFF สำเร็จ ซึ่งหักล้างมุมมองเราก่อนหน้า นอกจากนี้การระดมทุนด้วยการขายสินทรัพย์เพื่อจัดตั้ง IFF มูลค่าราว 5.5-7 หมื่นล้านบาท จะทำให้ JAS มีเงินทุนก้อนใหญ่รองรับการทำตลาดเชิงรุกและมีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด จากสมมติฐานกรณีดีสุด เราคาดว่าจำนวนลูกค้ารายใหม่ของ JAS จะเพิ่มเท่าตัวในปี 2560 และคาดว่า JAS จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากปัจจุบันที่ 33% เป็น 38% ในปี 2561 (0.9% CAGR 2556-2561)
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
การเข้าพบผู้บริหารแผนของ TT&T เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้เรามองว่า TT&T ไม่ปิดโอกาสเจรจาและขึ้นอยู่กับ JAS จะยอมเจรจาหรือไม่ เนื่องจาก TT&T ต้องการได้สิทธิร่วมใช้ประโยชน์สินทรัพย์ของ TTT BB (โครงข่าย Broadband Internet) นอกจากนี้มุมมองผู้บริหารแผน TT&T ต่อธุรกิจของ JAS ยังสอดคล้องกับเราที่มองว่าการให้บริการ Broadband Internet FTTX ของ JAS มีประสิทธิภาพให้บริการความเร็วเหนือคู่แข่ง ขณะที่ใช้เงินลงทุนต่อลูกค้า (CAPEX/Subs) น้อยกว่า ทำให้ JAS มีศักยภาพการเติบโตสูงโดยเฉพาะหากได้เงินทุนก้อนใหญ่จากการจัดตั้ง IFF และทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น









