บีโอไออนุมัติอีโคคาร์อีก 5 ราย
ประเด็น
บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนอีโคคาร์ 2 อีก 5 ราย ประกอบด้วย ฟอร์ด, จีเอ็ม, มิตซูบิชิ, นิสสัน และ โตโยต้า โดยเมื่อเดือน ก.ค. บีโอไอ ได้อนุมัติโครงการอีโคคาร์ 2 ให้กับ ออโต้อัลลายแอนซ์ (บริษัทร่วมทุนระหว่างฟอร์ดกับมาสด้า) ไปแล้วเป็นรายแรก รวมเป็น ณ ปัจจุบัน บีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนอีโคคาร์ 2 รวมแล้ว 6 ราย จากที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด 10 ราย กำลังการผลิต 1.58 ล้านคัน แบ่งเป็น รายเดิม 5 ราย กำลังการผลิต 8.3 แสนคัน และรายใหม่ 5 ราย กำลังการผลิต 7.5 แสนคัน
ผลกระทบ / ความเห็น
เพิ่มความเชื่อมั่นต่อโอกาสในอนาคต จากข้อกำหนดโครงการที่ผู้เข้าร่วมโครงการแต่ละรายจะต้องผลิตรถให้ได้ไม่น้อยกว่า 1 แสนคัน/ปี ตั้งแต่ปีที่ 4-8 (นับจากวันเริ่มผลิต) รวมเป็นยอดผลิตรถอีโคคาร์ 2 อย่างน้อยอีก 1 ล้านคัน (สมมติฐานผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 10 ราย) จากปัจจุบันประเทศไทยมียอดผลิตรถยนต์ปีละประมาณ 2 ล้านคัน ทั้งนี้ คาดว่าผู้ประกอบการจะเริ่มผลิตอีโคคาร์ 2 ในปี 2559
คุณสมบัติไม่ต่างจากโครงการอีโคคาร์ 1 มากนัก ดังนั้น การเติบโตของยอดผลิตรถยนต์จากโครงการอีโคคาร์ 2 หลักๆ น่าจะมาจาก 5 ผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ผู้ประกอบการรายเดิมคงหวังการเติบโตจากการส่งออกไปในตลาดโลก ทั้งนี้ 5 ผู้ประกอบการรายเดิมประกอบด้วย นิสสัน, ซูซุกิ, มิตซูบิชิ, ฮอนด้า และ โตโยต้า มียอดผลิตอีโคคาร์รวม 3.5 แสนคันในปี 2556
คำแนะนำ / เหตุผล
คงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” การอนุมัติโครงการอีโคคาร์ 2 ทำให้เรามีความเชื่อมั่นต่อโอกาสของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากขึ้น เรามองประเด็นดังกล่าวเป็นโอกาสในระยะยาวของการลงทุนหุ้นในกลุ่ม Auto ขณะที่ระยะสั้นเรามองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว (เม.ย.57) และอยู่ระหว่างการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเราคาดจะเห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในงวด 4Q57 ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและมีปัจจัยหนุนจากการจัดงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โปร์” เลือก AH (มูลค่าเหมาะสม 20.10 บาท) และ SAT (มูลค่าเหมาะสม 22.70 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ






