วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Best of the Best สุดยอดช่างระดับอาเซียน

เครื่องยนต์กลไก ไม่มีทางลัด ไม่สามารถ shortcut ทุกอย่างต้องเป๊ะ คือต้องเดินตามกระบวนการและขั้นตอน

เหนือฟ้า ยังมีฟ้า ก็คือ แนวคิดที่ทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของ "โครงการ Best of the Best" ของค่ายรถยนต์ "เชฟโรเลต" เมื่อ 3 ปีที่ผ่ามนา

เพราะธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ย่อมมักคิดว่าตัวเองแน่ เป็นที่หนึ่ง และอยู่เหนือกว่าคนอื่นอยู่เสมอ ตราบใดที่ยังไม่มีโอกาสพบเจอคนที่เก่งยิ่งกว่า แน่นอนความคิดในรูปแบบนี้ก็เหมือนกับน้ำที่เต็มแก้ว กระทั่งไม่เกิดความพยายามขนขวายหาทางพัฒนาศักยภาพตัวเองให้เก่งขึ้น หรือดีขึ้นกว่าเดิม

ประเด็นสำคัญที่สุด อยู่ตรงที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อธุรกิจ เพราะจะเกิดอะไรขึ้น หากลูกค้าได้รับการบริการโดยช่างที่ไม่มีฝีมือ?

ขณะที่ "เชฟโรเลต" ได้เล็งเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจาก "โครงการ Best of the Best" ถึง 2 เด้ง เรื่องแรก คือการพัฒนาทักษะของช่างเทคนิค เรื่องที่สอง เป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

เนื่องจากรูปแบบของโครงการฯ จะให้สุดยอดของช่างในแต่ละประเทศกลุ่มอาเซียน ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศไทย ที่ลงชิงชัยกันจนได้รับชัยชนะในระดับประเทศ ได้รับโอกาสเข้ามาแข่งขันเพื่อช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งในระดับภูมิภาค

ซึ่งเวทีจัดการแข่งขันทุกครั้งอยู่ที่ประเทศไทย ทว่า 2 ปีแรกจัดที่กรุงเทพฯ แต่ในปี 57 นี้ได้ลัดฟ้าขึ้นเหนือไปจัดกันที่ศูนย์ผู้จัดจำหน่ายของเชฟโรเลต จังหวัดเชียงใหม่

วรพันธ์ พันธุ์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลลูกค้าตลาดส่งออก จีเอ็ม ประเทศไทย ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะผู้บริหารเห็นว่ามีความเหมาะสมในเรื่องงบประมาณ ตลอดจนชัยภูมิของประเทศไทยที่ถือว่าตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันในโครงการดังกล่าวจะถูกทดสอบฝีมือเชิงช่างในหลากหลายรูปแบบภายใต้มาตรฐานกลุ่มจีเอ็ม หลักๆ แล้วมีอยู่ 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1. การสอบข้อเขียน 2. Viva and Unit Repair เป็นการให้มองภาพในคอมพิวเตอร์ เพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาและแนวทางในการแก้ไข 3. การใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้องรวมถึงการตรวจเช็คเครื่องมือให้พร้อมต่อการใช้งาน และ 4. การลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งจะมีการวางยาให้รถยนต์เกิดปัญหา 6 จุดด้วยกัน และให้ช่างแต่ละคนไปค้นหาสาเหตุและทำการซ่อมให้เป็นปกติ

และสัดส่วนของคะแนนของแต่ละขั้นตอนจะมากน้อยแตกต่างกันไปตามความสำคัญ น้อยที่สุดอยู่ที่ขั้นตอนแรกเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับขั้นตอนที่ 2 และ 3 ได้ 15 เปอร์เซ็นต์เท่ากัน ส่วนไฮไลท์อยู่ที่ขั้นตอนที่ 4 ทำให้คะแนนเลยสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์

ส่วนผลการแข่งขันนั้น ช่างเทคนิคผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประจำปีนี้ก็คือ "ริคกี้ มานาออส" เขาเป็นช่างจากประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนช่างไทย "เอกลักษณ์ ประสิทธิ์เดชากุล" คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เขามาจากศุนย์ออโต้ เทคนิค ประเทศไทย หรือเชฟโรเลต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ส่วนรองชนะเลิศอันดับสองตกเป็นของ "โจเซ่ คัสโตดิโอ" อีกหนึ่งช่างที่เดินทางไกลมาจากประเทศฟิลิปปินส์

โดยผู้ชนะ จะได้รับโล่รางวัล และเงินรางวัล 32,000 บาท รองชนะเลิศ ได้รับโล่รางวัล และเงินรางวัล 19,200 บาท และอันดับสาม ได้รับโล่รางวัล และเงินรางวัล 12,800 บาท

ว่ากันว่า เรื่องของเครื่องยนต์กลไก ไม่มีทางลัด ไม่สามารถ shortcut ทุกอย่างต้อง "เป๊ะ" คือต้องเดินตามกระบวนการและขั้นตอน ซึ่งการเดินตามเส้นทางที่ถูกต้องจะทำให้ช่างมองภาพได้เช่นเดียวกับนกที่บินอยู่บนฟ้า คือจะมองเห็นปัญหาและความเชื่อมโยงที่มีอยู่ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงอย่างรวดเร็วในทุกๆ จุด

"ความเป็นจริงนั้น แก็บระหว่างช่างอาเซียนไม่ต่างกันมาก เพราะที่สุดก็หาทางแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด และผมว่าช่างไทยเก่ง แต่จะไปผิดในกระบวนการเสียมาก คือมักถูกตัดคะแนนในเรื่องไม่ทำตามขั้นตอน ไม่เช็คเครื่องมือ เป็นการพลาดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เวลานี้เขาก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ว่าก่อนการแข่งขันก็มีการซักซ้อมอย่างจริงจังมาโดยตลอด" วรพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนก็คือ แม้ไม่ได้ซิวอันดับหนึ่ง แต่ช่างไทยก็ขึ้นมาถึงอันดับที่สอง ทั้งๆ ที่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาไม่เคยติดอันดับใดๆ เลย

จากระดับอาเซียน เวทีต่อไปของผู้ชนะ Best of the Best คือ?

วรพันธ์ กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้เวทีอาเซียนจะดึงช่างเทคนิคจากประเทศระดับยักษ์ใหญ่อย่างอินเดียมาร่วมแจมด้วย แต่สำหรับเวทีโลกนั้นยังคงไม่ถึงเวลา

"เพราะสเปครุ่นของรถยนต์ที่ค่ายเราวางขายทั่วโลกไม่เหมือนกัน อย่างที่อเมริกา ยุโรปก็เป็นแบบหนึ่งและเขาเองก็มีการจัดเวทีแข่งขันเช่นเดียวกัน ส่วนในอาเซียนเราสามารถจัดแข่งขันได้ก็เพราะเราวางจำหน่ายรถยนต์ที่มีสเปคเหมือนกัน แต่เดิมทีก็ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้เพราะแต่ละประเทศต่างคนต่างฝึกอบรมช่างของตัวเอง แต่ภายหลังเราฝึกอบรมช่างด้วยหลักสูตรเดียวกัน"

อย่างไรก็ดี การแข่งขันโครงการประกวดสุดยอดช่าง Best of the Best ของเชฟโรเลต ในแต่ละปีที่ผ่านมาจะถูกดีไซน์เพื่อให้มีความแตกต่างกัน ด้วยจุดประสงค์จะพัฒนาช่าง 3 ระดับ หนึ่ง ระดับบรอนซ์ หรือ ช่างทั่วไป สอง ระดับ ซิลเวอร์ หรือช่างที่สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และ 3. ระดับโกลด์ สามารถทำหน้าที่โค้ช ทำหน้าที่แนะนำและสอนช่างคนอื่นๆ ซึ่งสามปีแรกที่ผ่านมาเป็นการจัดการแข่งขันช่างระดับบรอนซ์และซิลเวอร์ ขณะที่ในปี 58 โครงการได้วางแผนจัดการแข่งขันช่างระดับโกลด์ หมายถึงในแต่ละปีจะมีการสลับสับเปลี่ยนให้ช่างทุกๆ ระดับมาแข่งขันพัฒนาทักษะหมุนเวียนกันไป

วรพันธ์เผยว่า เชฟโรเลตต้องการให้แต่ละดีลเลอร์มีช่างจำนวน 10 คน และสูตรผสมที่ลงตัวและได้มาตรฐานก็คือ ต้องเป็นช่างระดับบรอนซ์ 5 คน ระดับซิลเวอร์ 3 คน และระดับโกลด์ 2 คน และช่างในทุกๆ ระดับควรต้องมีฝีมือที่เยี่ยมยุทธ์

ไม่เพียงเฉพาะการพัฒนา "ช่าง" ที่เปรียบเป็นเหมือน "ต้นไม้" ที่เติบโตแล้ว แต่เชฟโรเลตยังให้ความสำคัญกับ "เมล็ดพันธ์ "

เพราะเห็นได้จากโครงการศูนย์การศึกษาเทคโนโลยียานยนต์ (Automotive Service Educational Program – ASEP) ที่ริเริ่มเมื่อปี 47 ด้วยหวังจะพัฒนาการศึกษาไทย และพัฒนาช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ โดยการเข้าไปทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษา 10 แห่งทั่วประเทศ ดีไซน์หลักสูตรการเรียนการสอนให้ได้รับความรู้และประสบการณ์การทำงานจริงด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ระดับมืออาชีพ ซึ่งนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโครงการฯ นอกจากทักษะความเชี่ยวชาญยังจะได้รับโอกาสให้เข้าร่วมงานกับเชฟโรเลตอีกด้วย

ทุกโครงการล้วนผลักดันช่างไทย ให้เก่งกว่าชาติใดๆ อย่างแท้จริง