เอ็มวิชั่นคาดไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โปเงินสะพัด1.3พันล.บาท ซัมซุงจัด"โน้ต4"ขายก่อนทั่วโลก เชื่อสงครามราคาปะทุ
“เอ็มวิชั่น” คาดไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โปเงินสะพัด 1,320 ล้านบาท คนเดิน 5.5 แสนคน ชี้กำลังซื้อเริ่มฟื้น-ปัจจัยลบไม่มี ด้านผู้ค้าหวังไตรมาส 4 ยอดขายกระเตื้อง “ซัมซุง-โนเกีย” เข็นเรือธงชิงกำลังซื้อ “ไอโมบาย” คาดตลาดแข่งเดือด สงครามราคา ลด แลก แจก แถม ปะทุ
นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป กล่าวว่า กำลังซื้อไตรมาสสุดท้ายมีแนวโน้มเป็นบวกชัดเจน เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจเริ่มฟื้น และยังไม่มีปัจจัยลบใดๆ เข้ามากระทบ
สำหรับงานครั้งล่าสุดมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 2-5 ต.ค. 2557 ร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตมือถือและค้าปลีกชั้นนำกว่า 40 ราย โดยไฮไลต์มีทั้งที่ผู้ผลิตทุกแบรนด์ขนสินค้าเรือธงเข้ามาเปิดตลาด รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายแข่งลดราคาสินค้าเพื่อล้างสต็อก เตรียมจำหน่ายสินค้ารุ่นใหม่
เขากล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ไม่มีปัจจัยลบภายนอกเข้ามาฉุดยอดขาย บริษัทตั้งเป้าว่ามีเงินสะพัดราว 1,320 ล้านบาท คนเดิน 5.5 แสนคน หรือเติบโตจากงานครั้งกลางปีที่มีเม็ดเงินสะพัด 1,200 ล้านบาท อีก 10-15% แต่ทั้งนี้ประเมินจากช่วงเช้าของงานวันแรก มีคนสนใจเข้ามากกว่าทุกครั้ง เป็นไปได้ที่จะปรับเป้าไปเป็นเติบโต 20%
“สถานการณ์มีแนวโน้มเป็นบวกมากขึ้นตามลำดับ จากครึ่งปีแรกที่ภาพรวมตลาดตกลงราว 20% ครึ่งปีหลังน่าจะชดเชยจนเสมอตัวได้”
ประเด็นที่น่าจับตามองคือการต่อสู้ระหว่างเจ้าตลาดเดิมและแบรนด์ที่มาจากประเทศจีน ซึ่งมาแรงทั้งการใช้งบลงทุนทางการตลาดรวมถึงช่องทางจำหน่าย คาดว่าปัจจุบันสินค้าแบรนด์จีนมีส่วนแบ่งประมาณ 20% ปี 2558 มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มไปถึง 30-40%
สงครามสินค้าเรือธง
นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มเป็นบวกและอาจดีกว่าปีที่ผ่านมา จากเดิม 2 ไตรมาสแรกตลาดรวมค่อนข้างทรงตัว ไตรมาสที่ 3 เทียบกับปีที่ผ่านมาตกลงประมาณ 5-10%
ปัจจุบันสมาร์ทโฟนมีสัดส่วน 60% ฟีเจอร์โฟน 40% อีก 2-3 ปีจากนี้แนวโน้มจะเปลี่ยนเป็น 80% และ 20% ตามลำดับ
ทั้งนี้มาจากผู้บริโภครอสินค้าใหม่ ด้านซัมซุงเปิดจองและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เรือธง “กาแลคซี่ โน้ต 4” ภายในงานนี้เป็นครั้งแรก โดยไทยเป็นกลุ่มแรกของโลกที่ได้รับสิทธิก่อนเปิดขายจริงเป็นทางการทั่วโลก 10 ต.ค. โดยล็อตแรกเข้ามาหลักหลายร้อยเครื่อง แนวทางการตลาดของซัมซุงหลักๆ ใช้นวัตกรรม คอนเทนท์ และฟีเจอร์เสริมต่างๆ เป็นตัวกระตุ้น
พร้อมระบุว่า ภาคธุรกิจมีความพร้อมเต็มที่ หากมีเงินอัดฉีดจากรัฐบาลเข้ามาเพิ่มยิ่งเป็นเรื่องดี แต่ทั้งนี้โดยรวมเชื่อว่าโค้งสุดท้ายนี้น่าจะเป็นบวกแน่นอน
นายญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ผลิตทุกแบรนด์ตั้งความหวังไว้กับไตรมาสสุดท้ายสูงมาก ภายในงานนี้บริษัทเปิดจำหน่ายสินค้าเรือธง “โนเกีย ลูเมีย 830” ราคา 13,990 บาท และ “โนเกีย ลูเมีย 730” ราคา 8,790 บาท
จุดแข็งของบริษัทมาพร้อมสินค้าที่มีคุณภาพ บริการหลังการขายที่ดี และราคาที่แข่งขันได้ โดยภาพรวมมีตั้งแต่ 3,990-18,900 บาท ก่อนสิ้นปีเตรียมนำรุ่นล่างราคาต่ำกว่า 3,000 เข้ามาเพิ่ม
เขาชี้ว่า กลุ่มสินค้าที่เติบโตสูงสุดคือ 2,000-4,000 บาท ขณะนี้ภาพรวมตลาดค่อนข้างทรงตัว แต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 1.5 ล้านเครื่อง
ไอโมบายยอดพุ่ง
นายสุภสิทธิ์ รักกสิกร หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) เผยว่า การเข้ามาของแบรนด์จีน ยุโรป รวมทั้งที่โอเปอร์เรเตอร์ผลิตเฮาส์แบรนด์ของตัวเองดันให้การแข่งขันตลาดสมาร์ทโฟนไทยดุเดือด จากนี้จะมีทั้งโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม และสงครามราคา
บริษัทวิจัยจีเอฟเคประเมินว่า ภาพรวมโทรศัพท์มือถือไทยปี 2557 จะมียอดขาย 19 ล้านเครื่อง เติบโตจากปีก่อนหน้าซึ่งมียอดขาย 18.7 ล้านเครื่อง ราว 2% เฉพาะสมาร์ทโฟนเติบโตมากถึง 33% ยอดขาย 12 ล้านเครื่อง
สำหรับสามารถไอ-โมบาย ในปีนี้จะเปิดตัวสินค้าใหม่ 40 รุ่น โดยไตรมาสสุดท้ายมีอีก 3-4 รุ่น จากเดิมตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ 4 ล้านเครื่อง ด้วย 3 ไตรมาสแรกทำได้ทะลุเป้าไปแล้ว จึงปรับขึ้นไปเป็น 4.5 ล้านเครื่อง สัดส่วนจากภายในประเทศ 4 ล้านเครื่อง ต่างประเทศ 5 แสนเครื่อง ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดมี 20% ครองอันดับ 2 มือถือไทย โดยตลอดทั้งปีใช้งบการตลาด 500 ล้านบาท เน้นลงทุนพัฒนาบริการหลังการขาย ช่องทางจัดจำหน่าย โดยหันไปยังห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศงานคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าของวันแรก โดยเฉพาะคิวซื้อโน้ต 4 ราคาพิเศษ โดยผู้มาต่อแถวเป็นรายแรกมาตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น.ก่อนวันเริ่มงาน (1 ต.ค.) บูธส่วนใหญ่ที่ได้รับความสนใจคือแบรนด์ที่นำรุ่นใหม่หรือเรือธงมาจำหน่าย






