"พิชิต" ผอ.แบงค์ชาติ สาขาอีสาน ชี้ภาวะเศรษฐกิจอีสานเดือนส.ค.ปรับตัวดีขึ้น
ภาวะเศรษฐกิจภาคอีสานเดือนสิงหาคม 2557 ปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสูงขึ้นเป็นลำดับ ประกอบกับรายจ่ายของภาครัฐจากงบประจำที่ยังขยายตัว จึงส่งผลให้ยอดจำหน่ายโดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้ายังขยายตัวดี อย่างไรก็ตามรายได้ของเกษตรกรที่ยังคงหดตัว ทำให้การอุปโภคบริโภคฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า ส่งผลให้การค้าโดยรวม และการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ดีนัก
นายพิชิต ภัทรพิมลพร ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจอีสานในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.0 แต่ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 57 ตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ขยับสูงขึ้นเป็นลำดับมาอยู่ที่ระดับ 47.5 สะท้อนจากยอดจำหน่ายสินค้าตามห้างสรรพสินค้า และการค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ยังคงขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี
ประกอบกับการค้าปลีกสินค้าคงทนก็ไม่ค่อยดีนักทั้งการค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ภาคการค้าโดยรวมยังคงไม่สดใสเท่าที่ควรจะเป็น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้เกษตรกรที่ยังคงหดตัว โดยดัชนีการค้าลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.8 และลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน ทั้งการค้าปลีกและการค้าส่ง สำหรับภาคบริการ อัตราการเข้าพักโรงแรมอยู่ที่ร้อยละ 47.4 ต่ำกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราการเข้าพักโรงแรมอยู่ที่ร้อยละ 49.9 แต่รายได้ภาคบริการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาค่าห้องพักและการจัดประชุมสัมมนา
ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.0 และหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามภาคการก่อสร้างเป็นสำคัญ สะท้อนจากพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาล ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 21.2 และหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดยเฉพาะการก่อสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยใน 4 จังหวัดหลักของภาคอีสาน รวมทั้งจังหวัดสกลนครและมุกดาหาร เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนหนึ่งยังระมัดระวังในการลงทุนและรอความชัดเจนจากนโยบายของภาครัฐ สอดคล้องกับยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนในระยะต่อไปยังคงมีแนวโน้มปรับดีขึ้น สะท้อนจากเงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แม้จะลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 75.5 แต่หากไม่รวมการลงทุนสูงในหมวดบริการและสาธารณูปโภคในปีก่อน เงินลงทุนยังคงเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 211.8
ในขณะที่การใช้จ่ายของรัฐ ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 0.5 จากที่เพิ่มขึ้นในเดือนก่อน ทั้งนี้ เป็นผลจากการเบิกจ่ายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นลดลง เนื่องจากมีการเบิกจ่ายมากในช่วงก่อนหน้า สำหรับรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 แต่ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 ตามรายจ่ายหมวดเงินเดือนเป็นสำคัญ ในขณะที่ภาคเกษตรกรรม ดัชนีมูลค่าผลผลิตพืชสำคัญลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.1 และลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน เป็นผลจากด้านราคาเป็นสำคัญ โดยดัชนีราคาพืชสำคัญลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.5 และหดตัวมากขึ้นจากเดือนก่อน เป็นผลจากราคาข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ลดลงจากการเริ่มระบายสต็อกของทางการ ส่วนราคายางพาราลดลงตามราคาตลาดโลก สำหรับราคามันสำปะหลังลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการไม่เร่งซื้อ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นพืชทดแทนมีผลผลิตเพิ่มขึ้น สำหรับดัชนีผลผลิตพืชสำคัญเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 9.4 ตามผลผลิตยางพาราที่มีพื้นที่กรีดได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกเมื่อหลายปีก่อน
"การผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 18.1 และลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่ยังคงหดตัว เนื่องจากสต็อกสินค้ายังอยู่ในระดับสูงจากการบริโภคที่ชะลอลง ส่วนการผลิตน้ำตาลทรายลดลง จากสต็อกน้ำตาลโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่ม Hard Disk Drive (HDD) ยังขยายตัวตามความต้องการจากตลาดต่างประเทศ"นายพิชิต กล่าว









