วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.คุมเข้ม'แจกคูปอง'สกัดกันทุจริต

กสทช.วางระบบตรวจสอบผู้ประกอบการร่วมโครงการแจกคูปอง คุมเข้มสต็อกสินค้า ป้องกันทุจริตรับแลกเงิน แจกกล่องลม

ขู่ดำเนินคดีอาญา อายัดทรัพย์ ตัดสิทธิร่วมโครงการ เริ่มแจกวันที่ 10 ต.ค.นี้ 4.6 ล้านฉบับ 21 จังหวัด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่าวานนี้ (1 ต.ค.) ได้เชิญผู้ประกอบการที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล หรือโครงการแจกคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล ขณะนี้มีผู้ประกอบการผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการรวม 42 บริษัท โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน

สำหรับขั้นตอนการแจกคูปองมูลค่าฉบับละ 690 บาท สำนักงานฯ กำหนดแจกล็อตแรก 4.6 ล้านฉบับ เริ่มวันที่ 10 ต.ค.นี้ ส่งมอบคูปองให้ไปรษณีย์ไทยจัดส่งไปยังครัวเรือนในพื้นที่ 21 จังหวัดที่โครงข่าย(Mux) ส่งสัญญาณครอบคลุม 80% ขึ้นไป คาดว่าจะถึงมือประชาชนในวันที่ 14 -15 ต.ค. จากนั้นวันที่ 16 ต.ค. สำนักงาน กสทช. จะลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของจุดบริการรับแลกคูปองและประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชชนเตรียมนำคูปองมาใช้งาน และวันที่ 20 ต.ค. จะเป็นวันแรกที่ผู้ประกอบการวางจำหน่ายสินค้าทั้งกล่องรับสัญญาณ(set top box) ระบบ DVB-T2 และจอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (iDTV)

พร้อมกันนี้สำนักงานฯ ได้ชี้แจงขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ ได้แก่1.ขั้นตอนลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการฯ ในระบบ 2.การขอสติ๊กเกอร์ร่วมโครงการ โดยผู้ประกอบการจะต้องแสดงหลักฐานใบนำเข้าสินค้าจากกรมศุลกากร และในนำจ่ายภาษีสรรพามิตรอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณและจอโทรทัศน์ เพื่อนำมารับสติกเกอร์เข้าร่วมโครงกาตามจำนวนอุปกรณ์ที่แสดงต่อสำนักงานฯ ในแต่ละครั้ง จากนั้นนำสติกเกอร์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่1 ติดที่สินค้า และส่วนที่ 2 ติดที่คูปองเพื่อนำมาขึ้นเงินที่ธนาคารกรุงไทย 3.การใช้สิทธิหรือการใช้คูปองของประชาชน 4.ขั้นตอนการบริการหลังการขาย และ5.ขั้นตอนการเรียกเก็บเงินของผู้เข้าร่วมโครงการฯ

นายฐากร กล่าวว่าขั้นตอนการแจกและใช้คูปอง สำนักงานฯ ดำเนินการอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะกรณีที่พบข้อร้องเรียนว่ามีการเรียกเก็บบัตรประชาชนจำนวนมาก โดยเปิดให้ประชาชนนำคูปองมาแลกรับเงินสด แทนที่จะนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณ โดยสำนักงานฯ จะมีการตรวจสต็อกสินค้าผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายสินค้าไม่สอดคล้องกับจำนวนคูปองที่นำมาขึ้นเงินกับธนาคาร หากพบมีการรับแลกเงินและแจกกล่องลม โดยไม่มีการจำหน่ายสินค้าออกไปจริง เมื่อสำนักงานฯตรวจพบจะดำเนินคดีอาญาฉ้อโกง สั่งอายัดเงินทั้งหมด และตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการทันที นอกจากนี้ได้กำหนดให้ผู้รับมอบฉันทะ 1 ราย สามารถแลกซื้อกล่องได้ 3 กล่องเท่านั้น

"ทำความเข้าใจในประเด็นสำคัญขั้นตอนการรับแลกคูปอง และย้ำให้ผู้ประกอบการทุกรายที่เข้าร่วมโครงการฯ เข้าใจตรงกันว่า สำนักงานฯจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดกับ ผู้ที่ทำการทุจริตในการดำเนินโครงการฯแจกคูปอง ที่ภาครัฐต้องการคืนความสุขให้กับประชาชนในการรับชมทีวีดิจิทัลในครั้งนี้" นายฐากร กล่าว