กสทช.วางระบบตรวจสอบผู้ประกอบการร่วมโครงการแจกคูปอง คุมเข้มสต็อกสินค้า ป้องกันทุจริตรับแลกเงิน แจกกล่องลม
ขู่ดำเนินคดีอาญา อายัดทรัพย์ ตัดสิทธิร่วมโครงการ เริ่มแจกวันที่ 10 ต.ค.นี้ 4.6 ล้านฉบับ 21 จังหวัด
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่าวานนี้ (1 ต.ค.) ได้เชิญผู้ประกอบการที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล หรือโครงการแจกคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล ขณะนี้มีผู้ประกอบการผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการรวม 42 บริษัท โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน
สำหรับขั้นตอนการแจกคูปองมูลค่าฉบับละ 690 บาท สำนักงานฯ กำหนดแจกล็อตแรก 4.6 ล้านฉบับ เริ่มวันที่ 10 ต.ค.นี้ ส่งมอบคูปองให้ไปรษณีย์ไทยจัดส่งไปยังครัวเรือนในพื้นที่ 21 จังหวัดที่โครงข่าย(Mux) ส่งสัญญาณครอบคลุม 80% ขึ้นไป คาดว่าจะถึงมือประชาชนในวันที่ 14 -15 ต.ค. จากนั้นวันที่ 16 ต.ค. สำนักงาน กสทช. จะลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของจุดบริการรับแลกคูปองและประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชชนเตรียมนำคูปองมาใช้งาน และวันที่ 20 ต.ค. จะเป็นวันแรกที่ผู้ประกอบการวางจำหน่ายสินค้าทั้งกล่องรับสัญญาณ(set top box) ระบบ DVB-T2 และจอโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (iDTV)
พร้อมกันนี้สำนักงานฯ ได้ชี้แจงขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ ได้แก่1.ขั้นตอนลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการฯ ในระบบ 2.การขอสติ๊กเกอร์ร่วมโครงการ โดยผู้ประกอบการจะต้องแสดงหลักฐานใบนำเข้าสินค้าจากกรมศุลกากร และในนำจ่ายภาษีสรรพามิตรอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณและจอโทรทัศน์ เพื่อนำมารับสติกเกอร์เข้าร่วมโครงกาตามจำนวนอุปกรณ์ที่แสดงต่อสำนักงานฯ ในแต่ละครั้ง จากนั้นนำสติกเกอร์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่1 ติดที่สินค้า และส่วนที่ 2 ติดที่คูปองเพื่อนำมาขึ้นเงินที่ธนาคารกรุงไทย 3.การใช้สิทธิหรือการใช้คูปองของประชาชน 4.ขั้นตอนการบริการหลังการขาย และ5.ขั้นตอนการเรียกเก็บเงินของผู้เข้าร่วมโครงการฯ
นายฐากร กล่าวว่าขั้นตอนการแจกและใช้คูปอง สำนักงานฯ ดำเนินการอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะกรณีที่พบข้อร้องเรียนว่ามีการเรียกเก็บบัตรประชาชนจำนวนมาก โดยเปิดให้ประชาชนนำคูปองมาแลกรับเงินสด แทนที่จะนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณ โดยสำนักงานฯ จะมีการตรวจสต็อกสินค้าผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายสินค้าไม่สอดคล้องกับจำนวนคูปองที่นำมาขึ้นเงินกับธนาคาร หากพบมีการรับแลกเงินและแจกกล่องลม โดยไม่มีการจำหน่ายสินค้าออกไปจริง เมื่อสำนักงานฯตรวจพบจะดำเนินคดีอาญาฉ้อโกง สั่งอายัดเงินทั้งหมด และตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการทันที นอกจากนี้ได้กำหนดให้ผู้รับมอบฉันทะ 1 ราย สามารถแลกซื้อกล่องได้ 3 กล่องเท่านั้น
"ทำความเข้าใจในประเด็นสำคัญขั้นตอนการรับแลกคูปอง และย้ำให้ผู้ประกอบการทุกรายที่เข้าร่วมโครงการฯ เข้าใจตรงกันว่า สำนักงานฯจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดกับ ผู้ที่ทำการทุจริตในการดำเนินโครงการฯแจกคูปอง ที่ภาครัฐต้องการคืนความสุขให้กับประชาชนในการรับชมทีวีดิจิทัลในครั้งนี้" นายฐากร กล่าว









