วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กรุงศรี'ลุ้นศก.ฟื้นหนุนหนี้ครัวเรือนทรงตัว

"กรุงศรีคอนซูมเมอร์" หวังรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนภาระหนี้ปี 2558 ทรงตัว หลังปีนี้หนี้และเอ็นพีแอลยังเพิ่มขึ้น

นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด หรือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า ปีนี้เริ่มเห็นว่าภาระหนี้ต่อรายได้ของลูกค้ารายย่อยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดการอนุมัติสินเชื่อของบริษัทลดลง 7-10% จากปีก่อน โดยขณะนี้สินเชื่อบุคคลมีการอนุมัติอยู่ที่ 45% ส่วนบัตรเครดิตมีการอนุมัติเหลือเพียง 50% โดยหวังว่าหากเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นและรัฐบาล เริ่มมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณออกมา

ขณะที่สถาบันการเงิน ยังลดความร้อนแรงในการเร่งขยายสินเชื่อ ทำให้แนวโน้มในปี 2558 สถานการณ์หนี้รายย่อยจะเริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว และอาจจะปรับลดลงได้ในปี 2559-2560

"แนวโน้มธุรกิจในปี 2558 ยังคล้ายกับปีนี้ที่ยังต้องคุมเข้มสินเชื่อ เนื่องจากความกังวลในปัญหาหนี้ครัวเรือนและเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ทั้งสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต แม้ว่าบัตรเครดิตจะไม่น่าเป็นห่วงเท่า สินเชื่อบุคคล แต่ก็มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเอ็นพีแอลจากบัตรเครดิตของบริษัทในขณะนี้อยู่ที่ 1.4-1.5% เพิ่มขึ้น 0.6-0.7% จากสิ้นปีก่อน ส่วนเอ็นพีแอลจากสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 3.4-3.5% หรือเพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปีก่อน แต่ยังเป็นระดับที่ควบคุมได้ และเมื่อเทียบกับระบบแล้วบริษัทยังมีสัดส่วนของเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมต่ำกว่าระบบ 0.5%"

ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้จำกัดการขยายฐานลูกค้าผู้มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน แม้ว่าภาระหนี้จะยังเท่าเดิม แต่เนื่องจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก และจนถึงขณะนี้สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ขณะที่ลูกหนี้กลุ่มผู้มีรายได้ตั้งแต่ 50,000-100,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเพิ่มขึ้น 3% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 35%

ในขณะนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากภาระหนี้จากการซื้อรถในโครงการรถคันแรก ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยภาระหนี้ต่อรายได้ของอุตสาหกรรมในขณะนี้มีประมาณ 39% เพิ่มขึ้น 3 % จากช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ากลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000-100,000 บาทต่อเดือน ประมาณ 25% แม้จะมีภาระหนี้เพิ่มขึ้น แต่ไม่เห็นสัญญาณว่าจะเป็นหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลก็ตาม

นายฐากร ยังกล่าวถึงยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 6-7% ต่ำกว่าเป้าหมาย 4% ขณะที่การขยายฐานลูกค้าใหม่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 20% โดยปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าอยู่ที่ 6.7 ล้านบัญชี คาดว่าในสิ้นปีจะมีฐานลูกค้าใหม่ 6 แสนราย จากเป้าหมายขยายฐานลูกค้า 7.5 แสนราย

ดังนั้นในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นมาก บริษัทได้เตรียมงบประมาณการตลาดไว้ 1,200 ล้านบาท จากงบประมาณในปีนี้ที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของลูกค้าให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

"ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา การหาลูกค้าใหม่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่เอ็นพีแอลยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับเงื่อนไขให้เข้มงวดมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดอนุมัติบัตรลดลง และบัตรใหม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้"

ขณะที่การใช้จ่ายผ่านบัตรในไตรมาสแรก ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เช่นกันในช่วงไตรมาสแรก แต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในไตรมาส 2-3 ต่อเนื่องมาก ดังนั้นในช่วงไตรมาส 4 บริษัทจะทุ่มงบการตลาดและงัดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดการใช้จ่ายให้เพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมาย 10-12% จากสิ้นปีก่อนหรือมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 3.1 แสนล้านบาท

ในช่วงครึ่งแรกของปี บริษัทมีอัตราการเติบโตของยอดใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร 25% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของธุรกิจที่ 10-12%โดยยอดใช้จ่ายในร้านอาหารญี่ปุ่นคิดเป็นสัดส่วน 25% ของยอดใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงและยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยภาพลักษณ์ความเป็นบริษัทในเครือธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ประเทศญี่ปุ่นบริษัทจึงมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น

โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทจะรุกธุรกิจผ่านร้านอาหารญี่ปุ่น โดยได้ร่วมมือกับกว่า70 พันธมิตรร้านอาหารญี่ปุ่น กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ จัดแคมเปญ "กรุงศรี ซามูไร ตอนกินซ่าส์ ท้าดวล"