วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังดันกฎหมายคุมการคลังภาครัฐ

คลังชง"สมหมาย"สัปดาห์นี้ร่างพ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เล็งออกกม.ใหม่อีกฉบับ"ร่างพ.ร.บ.การเงินการคลังภาครัฐ

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เสนอร่างพระราชบัญญัติที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในสัปดาห์นี้ พร้อมเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติการเงินการคลังภาครัฐ ซึ่งเป็นร่างกฎหมายใหม่อีกฉบับ

ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายทั้งหมดที่เตรียมเสนอรัฐบาล เพื่อผลักดันเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการปฏิรูปประเทศในหลายด้าน

ร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มรายได้ ขณะที่ร่างกฎหมายการเงินการคลังภาครัฐ ต้องการดูแลให้รัฐบาลบริหารประเทศโดยยึดวินัยการเงินการคลัง โดยไม่สร้างภาระในอนาคต

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสศค. กล่าวว่าร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเสนอภายในสัปดาห์นี้ ส่วนร่างพ.ร.บ.การเงินการคลังภาครัฐ จะนำเสนอในเร็วนี้

นายกฤษฎา กล่าวว่าร่างพ.ร.บ.การเงินการคลังภาครัฐนั้น สศค.เคยผลักดันมาหลายรัฐบาลแล้ว เพราะต้องการให้การดำเนินนโยบายของรัฐบาลอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตามที่กฎหมายกำหนด

สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว จะมีการกำหนดกรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการวางแผนการเงินระยะปานกลาง การจัดหารายได้ การกำหนดแนวทางในการจัดทำงบประมาณ รายจ่ายของแผ่นดิน การบริหารการเงินและทรัพย์สิน การบัญชีกองทุนสาธารณะ การก่อหนี้หรือการดำเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินหรือภาระทางการเงินของรัฐ หลักเกณฑ์การกำหนดวงเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นและการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องใช้เป็นกรอบในการจัดหารายได้ กำกับการใช้จ่ายเงินตามหลักการรักษาเสถียรภาพ และพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

"ในกฎหมายฉบับนี้ จะกำหนดชัดเจนเลยว่า การดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือ โครงการตามนโยบายรัฐบาลที่ก่อให้เกิดภาระทางการคลังในอนาคต หรือ ผูกพันการตั้งงบประมาณรายจ่ายมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณ ให้หน่วยงานของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดทำแผนบริหารจัดการกิจกรรม มาตรการหรือโครงการและประมาณการรายจ่าย พร้อมแหล่งเงินที่ใช้ตลอดระยะเวลาดำเนินการ" นายกฤษฎา กล่าว

เสนอเก็บที่ดินรกร้าง2%

สำหรับร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น นายกฤษฎา กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าสศค.จะรายงานให้นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้รับทราบถึงกรอบการร่างกฎหมาย

อัตราเพดานการจัดเก็บภาษีที่ สศค.กำหนดในร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ จัดเก็บในอัตราไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมินสำหรับที่ดินเชิงเกษตรกรรม ไม่เกิน 1% สำหรับที่ดินเชิงพาณิชยกรรม และไม่เกิน 2% สำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่า

"เบื้องต้น ได้รับนโยบายจากรมว.คลังว่าขอให้มีการปรับอัตราจัดเก็บภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่าเป็นไม่เกิน 4%"นายกฤษฎา กล่าว

เล็งปรับกรณียกเว้นจากมูลค่าที่ดิน

ส่วนการยกเว้นการจัดเก็บภาษีดังกล่าวนั้น สศค.กำลังพิจารณาว่าจะใช้เกณฑ์จากมูลค่าที่ดิน จากเดิมที่เคยกำหนดใช้เกณฑ์การยกเว้นจากพื้นที่ อย่างไรก็ดี ในแง่มูลค่าที่ดินในการยกเว้นนั้น สศค.อยู่ระหว่างการพิจารณา

ทั้งนี้ ในร่างจะมีการกำหนดระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การประเมินราคาที่ดินรายแปลงของกรมธนารักษ์มีความชัดเจน เพราะจะใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี โดยอาจจะให้เวลาประมาณ 1-2 ปี ในระหว่างนี้ กฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดินยังมีผลบังคับใช้อยู่

จ่อเก็บภาษีน้ำเสียกระทบสิ่งแวดล้อม

นายกฤษฎา กล่าวด้วยว่า สศค.ยังอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายที่ใช้การจัดเก็บภาษีเข้าไปดูแลสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับน้ำเสียเป็นลำดับแรก อย่างไรก็ดี ได้รับนโยบายจากรัฐบาลด้วยว่า ต้องการเห็นการจัดเก็บภาษีสำหรับกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาด้วย ซึ่งสศค.อยู่ระหว่างการศึกษา

สำหรับร่างพ.ร.บ.ภาษีการรับและให้มรดกนั้น ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ง สศค. ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมาย โดยกรมสรรพากรเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบร่างกฎหมายนี้
แนะต้องระบุชัดเรื่องใช้เงินภาษี

ด้าน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวถึงแนวคิดการจัดเก็บภาษีมรดกที่รัฐบาลกำลังมีการผลักดันในขณะนี้ว่าเป็นแนวคิดที่ดีและเห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ในระดับหนึ่ง แต่จะต้องมีการออกแบบด้วยว่าจะใช้เงินจากการเก็บภาษีว่าไปใช้ทำอะไร

"หากสามารถนำเงินที่เก็บได้ไปใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตคนจนและคนด้อยโอกาสได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ารายได้ที่เก็บได้เพิ่มจากภาษีมรดกนำไปอุดหนุนให้กับคนทุกกลุ่มในสังคมเหมือนกับการอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มที่เคยทำมาก่อนหน้านี้การเก็บภาษีมรดกก็ไม่ได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ"
ห่วงกระทบธุรกิจเอสเอ็มอี

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่าหากไม่สามารถวิธีปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพ รัฐบาลจะไม่สามารถเก็บภาษีเพิ่มจากผู้ที่มีทรัพย์สินในระดับที่เป็นมหาเศรษฐีได้ แต่คนที่จะได้รับผลกระทบจริงๆอาจเป็นเศรษฐีระดับกลางๆ เช่น เจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่อาจจะมีเงินทุนสะสมประมาณ 50-100 ล้านบาท ที่มีเงินจำนวนหนึ่งไว้สำหรับให้ลูกหลานไปลงทุนต่อในธุรกิจต่างๆซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

“ตัวอย่างกรณีที่เจ้าของ SME ได้กำไรเพิ่มขึ้น 100 บาท ว่าจะต้อง จ่ายภาษีอะไรบ้าง เริ่มแรกจะต้องจ่ายภาษี 20% ของกำไร เป็นเงิน 20 บาท เงินที่เหลือ 80 บาท ถ้าจ่ายเป็นเงินปันผล ก็จะถูกหักภาษีอีก 10% เท่ากับ 8 บาท ถ้าเขาออมเงินที่เหลือ 72 บาท ด้วยการซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย อายุ 10 ปีจ่ายดอกเบี้ยที่ 3.45% ต่อปี พบว่า ณ สิ้นปี เงินออมที่ได้รับจริงจะเท่ากับ 74 บาท ถ้าหากเขาต้องการมอบเงินออมนี้ให้กับลูกของเขา จะต้องจ่ายภาษีมรดกอีก 10% เท่ากับ 7 บาท ดังนั้นกำไร 100 บาทที่เกิดขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นมรดกให้กับลูกจะเหลือเพียง 67 บาท หรือกำไรหายไปถึง 33 บาท ในขณะที่เจ้าของ SME ที่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์จะมีกำไรส่วนที่หายไป 15 บาทหรือเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เพราะเก็บภาษีน้อยชนิดกว่า และในอัตราที่ต่ำกว่า”

ด้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัย มูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวว่าจากการศึกษาเรื่องการเก็บภาษีมรดก โดยสำรวจกฎหมายใน 45 ประเทศ ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอาเซียน พบว่ามีเพียง 13 ประเทศที่เก็บภาษีมรดก โดยส่วนใหญ่ประเทศที่เก็บภาษีมรดกเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีเพียง 2 ประเทศในเอเชียที่เก็บภาษีมรดก คือ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ โดยส่วนใหญ่จะจัดเก็บภาษีจากผู้ได้รับมรดก และมีเพียง 3 ประเทศ คือ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ที่เก็บภาษีจากกองมรดก ขณะที่ประเทศไทยจะเป็นการเก็บจากผู้ได้รับมรดก

แนะไม่เกิน10%-มูลค่าขั้นต่ำ50ล้าน

จากการศึกษาผลดีและผลเสียของภาษีมรดก นางสาวศิริกัญญา เสนอว่าอัตราภาษีมรดกไม่ควรสูงถึง 10% เพราะเราจะเป็นประเทศที่เก็บอัตราภาษีเริ่มต้นสูงเท่ากับญี่ปุ่น หรือเนเธอร์แลนด์ที่รวยกว่าเรา 7-8 เท่า และมูลค่ามรดกที่เริ่มเก็บไม่ควรต่ำกว่า 50 ล้านบาท เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและเบียดบังทุนของเอสเอ็มอี

และควรพิจารณาปรับตามเงินเฟ้อในแต่ละช่วงเวลา 3.การจัดเก็บต้องคำนึงถึงประเด็นการบริหารจัดการให้รอบด้าน และกฎเกณฑ์การบังคับใช้ที่ชัดเจน เช่น สินทรัพย์ที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อนิติบุคคลจะนำมารวมในกองมรดกหรือไม่ ถ้าสินทรัพย์ไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนได้โดยง่าย จะสามารถผ่อนชำระได้หรือไม่

นอกจากนี้ ควรมีทางเลือกให้คนที่จะต้องจ่ายภาษีมรดก โดยสามารถเลือกว่าจะบริจาคให้สาธารณะโดยตรง หรือจะจ่ายเป็นภาษีเข้ารัฐ