ปรับกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นจากวอลุ่มส่งออกที่เพิ่มขึ้น
ประเด็นการลงทุน
เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อปัจจัยพื้นฐานของ GFPT และทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นจากเดิม รวมถึงปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 24 บาท เพื่อสะท้อนสมมติฐานปริมาณยอดส่งออกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิม จากยอดส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นและรัสเซียที่เพิ่มขึ้น เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น และมาร์จิ้นของผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2558 อัพไซด์จะมาจากปริมาณยอดส่งออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากประเทศฟิลิปปินส์ภายในปี 2558
ปริมาณยอดส่งออกปี 2557 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 22%
เราเชื่อว่าเป้าปริมาณยอดส่งออกในปี 2557 ของบริษัทที่ 25,000 ตันนั้นดูจะเป็นเชิงอนุรักษ์นิยมมากเกินไป เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 13,100 ตัน เราคาดปริมาณยอดส่งออกสำหรับทั้งปี 2557 ที่ 27,700 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 22% YoY (หรือคิดเป็นปริมาณยอดส่งออกจำนวน 14,600 ตันในช่วงครึ่งปีหลัง) ปริมาณยอดส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะมีปัจจัยผลักดันมาจากปริมาณยอดส่งออกไก่สดแช่แข็งไปยังประเทศญี่ปุ่นและมาเลเซียที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้นอีก 170 ตันต่อเดือนในช่วงครึ่งหลังของปี 2557) และประเทศรัสเซียในช่วงไตรมาส 4/57
ออเดอร์แมคโดนัลด์ญี่ปุ่นและรัสเซียจะกระตุ้นปริมาณยอดส่งออกในปี 2558
เราคาดว่าประเทศไทยจะสามารถส่งออกเนื้อไก่ให้กับแมคโดนัลด์ญี่ปุ่นได้สูงสุดถึง 1,700 ตันต่อเดือน (20,000 ตันต่อปี) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/57 เป็นต้นไป ในส่วนบริษัทร่วมทุน “แมคคีย์” ที่ GFPT ถือหุ้นอยู่ 49% เราคาดว่าปริมาณการผลิตของแมคคีย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีก 11% (จาก 1,800 ตันต่อเดือนไปเป็น 2,000 ตันต่อเดือนซึ่งเป็นกำลังการผลิตสูงสุดของแมคคีย์) ภายในไตรมาส 4/57 เพื่อรองรับอุปสงค์ไก่ปรุงสุกที่เพิ่มขึ้นจากแมคโดนัลด์ในประเทศญี่ปุ่น ในส่วนประเทศรัสเซียซึ่งปกตินำเข้าเนื้อไก่สดแช่แข็งจากทั้งสหรัฐฯและอียูคิดเป็น 5-6 แสนตันต่อปี ถ้าหากเราใช้สมมติฐานว่าประเทศรัสเซียนำเข้าไก่สดแช่แข็งจากประเทศไทยคิดเป็น 1 แสนตันต่อปี และ GFPT มีส่วนแบ่งคิดเป็น 1% สำหรับปริมาณยอดส่งออกสำหรับทั้งประเทศไทย เราประเมินว่าจะส่งผลให้ปริมาณยอดส่งออกของ GFPT ในปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 1,000 ตันต่อปี
นอกจากนี้อัพไซด์ยังมาจากการที่ประเทศฟิลิปปินส์อยู่ระหว่างการอนุมัติโรงงานไก่ปรุงสุกของ GFPT ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นความคืบหน้าภายในปี 2558 (ประเทศฟิลิปปินส์ได้อนุมัติโรงงานไก่ปรุงสุกจำนวน 6 แห่งของ CPF และโรงงานอีก 1 แห่งของบริษัทคาร์กิลล์ ประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้)
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นจากปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 16% เป็น 2.37 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนสมมติฐานปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นอีก 10% ไปเป็น 31,000 ตันต่อปี โดยคำนวณรวมปริมาณยอดส่งออกไปยังประเทศรัสเซียเข้าไปในประมาณการ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ปรับเพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากแมคโดนัลด์ในประเทศญี่ปุ่นคิดเป็น 200 ตันต่อเดือนในปี 2558 ดังนั้นส่งผลให้ราคาเป้าหมายของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG เพิ่มขึ้นอีก 20% เป็น 24 บาท
ราคาไก่ในประเทศยังคงทรงตัวแข็งแกร่งในเดือนส.ค.-ก.ย.
ราคาไก่ในประเทศหน้าฟาร์ม ณ ปัจจุบันยังคงยืนในระดับสูงที่ 45-46 บาทต่อกก. ตั้งแต่กลางเดือนส.ค.เป็นต้นมา ถึงแม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนและปีนี้ซึ่งมีช่วงเทศกาลกินเจ 2 รอบก็ตาม (วันที่ 24 ก.ย.–2 ต.ค. และ 24 ต.ค.–1 พ.ย.) เนื่องจากปฏิทินเมืองจีนในปีนี้มีเดือน 9 สองครั้ง เราเชื่อว่าราคาไก่ในประเทศมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับนี้ได้ต่อเนื่องเนื่องจากอุปทานในประเทศตึงตัวเนื่องจากการหันไปส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น เราคาดว่าราคาไก่ในประเทศจะยังคงอยู่ยืนอยู่ในกรอบที่ 40-45 บาทต่อกก. ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้จนถึงปี 2558 ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกหนุนราคาขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศของ GFPT






