"กสท" รอหารือไอซีที แนวทางควบทีโอที คาด 3 เดือนส่งแผนฟื้นฟูตามสคร. กำชับ
กสท รอประชุมร่วม "พรชัย" ชี้แนวทางควบรวมทีโอที มอง "ศักยภาพองค์กร-การลงทุน-วัฒนธรรม" รมว.ไอซีที เล็งพบพนักงาน-ผู้บริหาร 2 ต.ค. แจงแผนดำเนินงาน โครงสร้างธุรกิจ เผยความคืบหน้าแผนฟื้นฟูตาม สคร. กำชับ เร่งส่งแผนกลับกลางเดือน ธ.ค. คาดปีนี้กำไร 600 ล้านบาท รายได้เฉียด 5 หมื่นล้าน
นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีนายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เสนอให้ควบรวม กสท และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดไอซีทีเข้าด้วยกันว่า เรื่องดังกล่าวต้องรอนโยบายที่ชัดเจนจากไอซีทีก่อน
"ตามที่เข้าใจคือการควบรวม ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย อาจจะไม่เกิดการควบรวมก็ได้"
แนวทางที่เป็นไปได้มากกว่า สำหรับธุรกิจที่ซ้ำซ้อนกัน เช่น ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่ทั้งสององค์กรทำธุรกิจแข่งขันกันเอง จะแบ่งเป็นให้ทีโอทีหาลูกค้าทั่วไป ส่วนลูกค้าองค์กรหรือการเช่าวงจรเชื่อมต่อออกต่างประเทศให้ กสท เป็นผู้ดำเนินการ
รอความชัดเจนจากไอซีที
อย่างไรก็ดี ทุกแนวทางต้องรอความชัดเจนจากไอซีทีและรัฐบาลอีกครั้ง โดยวันที่ 2 ต.ค.นี้ รัฐมนตรีว่าการไอซีทีจะเดินทางมาพบกับพนักงาน ผู้บริหาร และคณะกรรมการ (บอร์ด) เพื่อหารือถึงแผนการทำงาน โครงสร้างการบริหารที่ผ่านมาด้วย
“ยังคงให้ความเห็นตอนนี้ได้ไม่มากเพราะต้องดูนโยบายจากรัฐมนตรีว่าต้องการแนวทางไหน เช่น แยกกันลงทุนคนละธุรกิจ ไม่ลงทุนซ้ำซ้อนกัน หรือแยกการทำธุรกิจ โดยธุรกิจที่เคยทำซ้ำซ้อนก็ให้สิทธิแค่บริษัทเดียวดำเนินการ หรืออีกแนวทางหนึ่งคือแบ่งพื้นที่การทำธุรกิจ ให้ทีโอทีทำโซนไหน และกสท ทำโซนไหน ทั้งนี้ การควบรวมต้องขึ้นอยู่กับศักยภาพของบริษัท การลงทุน และวัฒนธรรมองค์กร”
ส่วนการขอทราบรายละเอียดของการเตรียมว่าจ้างบริษัทภายนอกที่เชี่ยวชาญ และน่าเชื่อถือ เพื่อทดสอบและวิเคราะห์สถานะ (ดิว ดิลิเจ้นท์) ทั้งด้านการเงิน และด้านกฎหมาย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้สั่งให้ กสท ดำเนินการธุรกิจใหม่ที่ก่อให้เกิดรายได้ตามแผนฟื้นฟูองค์กร (เทิร์นอะราวด์) นั้น สคร. สั่งให้ กสท ดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกับทีโอทีโดยแยกบริการทั้ง 6 กลุ่มเหมือนทีโอที
มุ่งธุรกิจสร้างกำไร
ทั้งนี้ให้โฟกัสธุรกิจที่ตัวเองมีศักยภาพและสร้างกำไรได้ ประกอบด้วย 6 กลุ่มธุรกิจได้แก่ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม 2.กลุ่มโครงสร้างเสาโทรคมนาคม 3.กลุ่มงานอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และเคเบิลใต้น้ำ 4.กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ 5.กลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) และธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่ (ฟิกซ์ไลน์) และ 6.กลุ่มบริการไอที ไอดีซี และคลาวด์ เบื้องต้นคาดส่งแผนกลับ สคร.ได้กลางเดือน ธ.ค.นี้
ส่วนธุรกิจโมบายที่ กสท ดำเนินการเองและขายส่ง (โฮลเซลล์) แบนด์วิธให้แก่ บริษัท เรียลมูฟ จำกัด ภายใต้แบรนด์ทรูมูฟ เอช คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ราว 27,000ล้านบาท และรายได้จากบริการ “มาย” ของกสท มีรายได้ราว 900 ล้านบาท มีลูกค้าใช้งาน 3 แสนราย
ปีนี้ กสท คาดมีรายได้รวม 50,000 ล้านบาท กำไรราว 400-600 ล้านบาท สำหรับงบดำเนินการงวด 3 เดือน สิ้นสุด 31 มี.ค.ที่ผ่านมามีรายได้ 12,673 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 12,578 ล้านบาท เหลือกำไรสุทธิ 94.89 ล้านบาท
รายได้โฮลเซลไร้สายพลาดเป้า
ในไตรมาสนี้ งบการเงินลดลงเนื่องจากมีรายได้บางตัวอย่างโฮลเซล ไร้สาย ที่ยังไม่เข้าเป้าจากแผนเดิมที่บริษัทเรียลมูฟจะต้องซื้อเพิ่มอีก 17% ในไตรมาสแรก แต่ยังไม่ได้ซื้อเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 80%ทำให้รายได้ส่วนนี้ยังไม่ขยับ ประกอบกับรายได้สัมปทานที่หายไปจากที่เคยได้รับในปี 2556 และดีแทคได้ย้ายลูกค้า ทำให้ปีนี้รายได้น่าจะหายไปประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 ก.ย. 2557 ให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงไอซีที ร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานของ ทีโอที และกสท โดยอาจพิจารณาแนวทางสนับสนุนหรือส่งเสริมธุรกิจร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม เห็นว่า ยังมีแนวทางอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องนำ 2 หน่วยงานนี้มาควบรวมกัน ซึ่งแนวทางที่จะเป็นทางออกที่ดีคงต้องหารือกับกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ทีโอที และกสท หลังจากสรุปแนวทางได้ กระทรวงไอซีที จะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ต่อไป









