วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขีดเส้นวันนี้ถก'บีเอ็มซีแอล'

บอร์ดรฟม.สั่งเจรจาบีเอ็มซีแอล เสนอ"ตรึงราคาค่าโดยสาร หรือ ขึ้นบางส่วน"ถึงกลางปีหน้า คาดได้ข้อสรุปวันนี้

บอร์ดรฟม.สั่งเจรจาบีเอ็มซีแอล เสนอ"ตรึงราคาค่าโดยสาร หรือ ขึ้นบางส่วน"ถึงกลางปีหน้า คาดได้ข้อสรุปวันนี้ พร้อมเตรียมเปิดยื่นซอง ส่วนต่อขยาย"หมอชิต-คูคต" 30 ก.ย.นี้ ขณะราคาขึ้นพุ่งรับข่าวล่วงหน้า ส่วน "บีทีเอส"ราคาวิ่ง จากข่าวเปิดเอกชนลงทุน-บริการ

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งเจรจากับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ตรึงราคาค่าโดยสารรถไฟใต้ดินถึงกลางปีหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์คช็อปคมนาคมในวันที่ 27 ก.ย.นี้

พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมการ รฟม. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการรฟม. วานนี้ (24 ก.ย.) ว่าได้มอบหมายให้ผู้บริหารรฟม. ไปเจรจากับบีเอ็มซีแอล ผู้เดินรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง เพื่อขอให้ขยายเวลาการตรึงราคาค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 2 ต.ค. นี้ ออกไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ หากไม่มีการขยายเวลาจะส่งผลให้ค่าโดยสารปรับขึ้นอีก 1-2 บาท ในวันที่ 3 ต.ค. นี้ โดยอัตราค่าโดยสารจะปรับเพิ่มจาก 16-40 บาท เป็น 16-42 บาท

“แนวทางการเจรจากับบีเอ็มซีแอลอาจเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง คือขอให้ชะลอปรับขึ้นทั้งหมด หรือขอปรับขึ้นราคาเพียงบางส่วน เช่น ปรับขึ้นแค่ 1 บาท แต่การหารือต้องมีข้อสรุปก่อนวันที่ 27 ก.ย. เพราะ รฟม.ต้องนำข้อสรุปไปเสนอในที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช็อป) ระบบขนส่งทางบก ของกระทรวงคมนาคมในวันที่ 27 ก.ย. นี้" พล.อ.ยอดยุทธ กล่าว

พล.อ. ยอดยุทธ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมบอร์ดได้รับทราบหนังสือลาออกของนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ รฟม. โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่มีการยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยนายยงสิทธิ์ได้ให้เหตุผลที่การลาออกว่ามาจากปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งหากเหตุผลนี้มีน้ำหนักเพียงพอ นายยงสิทธิ์ก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยจากเหตุลาออกก่อนครบอายุสัญญา โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาเรื่องนี้ พร้อมกับแต่งตั้งนายรณชิต แย้มสะอาด รองผู้ว่าการ รฟม. ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าการ รฟม.

ในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไปวันที่ 14 ต.ค. นี้ จะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาผู้ว่าการ รฟม.คนใหม่ โดยมีกรอบระยะเวลาสรรหา 1 ปี

ยันไม่กระทบส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน

พล.อ.ยอดยุทธ์ กล่าวว่าการลาออกจากตำแหน่งของนายยงสิทธิ์จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสรรหาผู้บริหารการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ระยะทาง 27 กิโลเมตร เพราะการตัดสินใจเรื่องนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ที่จะชี้ขาดและส่งข้อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามขั้นตอนได้เลย ผู้บริหารและบอร์ด รฟม. ไม่มีสิทธิก้าวก่าย

แต่ขณะนี้คณะกรรมการมาตรา 13 ได้ยุติการทำงานด้วยการเลื่อนการประชุมออกไป เนื่องจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้ามาตรวจสอบโครงการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสตามนโยบายของรัฐบาล แต่คาดว่าการตรวจสอบจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการ

เปิดยื่นซองหมดชิต-คูคต30ก.ย.

นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดยังให้เดินหน้าโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่- คูคต ระยะทาง 19 กิโลเมตร ซึ่งจะมีการเปิดยื่นซองเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ตามแผน ส่วนรถไฟฟ้าสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร ทางบอร์ด รฟม. ได้มีมติให้ รฟม. เดินรถเองอยู่ระหว่างเตรียมแผนหรือหากมีปัญหาก็จะจ้างบริษัทเดินรถมาเดินรถแทน

"หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จก็จะดูความเป็นไปได้ทั้งข้อดีข้อเสียเพื่อนำมาใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือด้วย แต่ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือยังอยู่ในขั้นตอนเปิดประมูลการก่อสร้าง จึงยังไม่ต้องเร่งตัดสินใจว่าจะเปิดประมูลหรือไม่หาผู้เดินรถ"

เสนอบีเอ็มซีแอลปรับราคา2ช่วง

นายรณชิต แย้มสะอาด รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้เจรจาเรื่องการตรึงราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินกับบีเอ็มซีแอล โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคมและรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอให้เจรจาเพื่อแบ่งการปรับราคาเป็น 2 ช่วง

ช่วงแรกในวันที่ 1 ธ.ค. นี้ ให้ปรับขึ้นค่าโดยสารเฉพาะ 8 สถานีที่จะปรับขึ้นราคา 1 บาท ช่วงที่ 2 วันที่ 1 ก.ค. 2558 ให้ปรับขึ้นค่าโดยสารอีก 8 สถานีที่จะปรับขึ้นราคา 2 บาท โดยขณะนี้ได้แจ้งข้อเสนอดังกล่าวไปยังผู้บริหารบีเอ็มซีแอลและคาดว่าบีเอ็มซีแอลจะให้คำตอบได้ภายในวันนี้ (25 ก.ย.)

แหล่งข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บีเอ็มซีแอลคงรับข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมเพียงบางส่วนเท่านั้น หรืออาจต้องมีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่คงจะไม่รับข้อเสนอที่จะขยายเวลาการตรึงค่าโดยสารไปถึงกลางปีหน้าอย่างแน่นอน เพราะเงื่อนไขในสัญญาระบุว่าจะมีการปรับค่าโดยสารทุกๆ 2 ปี โดยอิงตามดัชนีผู้บริโภคในปีที่ครบกำหนดต้องปรับราคา

โบรกฯคาดบีเอ็มซีแอลเริ่มกำไรปีหน้า

นโยบายขยายและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร ส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ(BMCL)และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS)

ราคาหุ้น BMCL ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 2.10 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาสูงสุดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ย่อตัวลงมา โดยปิดตลาดวานนี้(24 ก.ย.) ลดลง 0.01 บาท หรือ 0.50% อยู่ที่ 1.99 บาท มูลค่าการซื้อขาย 121.38 ล้านบาท

ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า บีเอ็มซีแอล จะมีผลประกอบการพลิกเป็นกำไรปี 2559 เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยจะมีรายได้จากผู้โดยสารเพิ่มขึ้นและการปรับค่าตั๋วที่เพิ่มขึ้น

ฝ่ายวิจัย ประเมินว่าจากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้กระบวนการเจรจาต่อรองจ่ายดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ซึ่งอยู่สถานะผู้ถือหุ้นจะดำเนินไปได้ด้วยดี โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงได้อย่างน้อยประมาณ 85 ล้านบาท/ปี

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ปัจจัยที่ยังไม่ได้นำมารวมในประมาณการ คือรอข้อสรุประหว่างรฟม.กับคณะกรรมการมาตรา 13 เกี่ยวกับวิธีในการที่บีเอ็มซีแอลจะเข้าไปมีส่วนร่วมในรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ซึ่งหากจบด้วยระบบเจรจา ก็จะทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการรับจ้างเดินรถได้เร็วขึ้น 6 เดือน

หุ้นบีทีเอสวิ่งรับข่าวบริหาร

ราคาหุ้นของ บีทีเอส ปรับตัวขึ้นแรงวานนี้(24 ก.ย.) โดยปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 3.11% อยู่ที่ 9.95 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,301.09 ล้านบาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงสุดใน 10 อันดับแรก

โบรกเกอร์ กล่าวว่าราคาหุ้นรับข่าวในตลาดว่ามีแนวคิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนรถไฟฟ้า ส่วนขยายทั้งดอนเมือง-พญาไท ระยะทาง 21.8 กม. วงเงิน 3.1 หมื่นล้านบาท และส่วนต่อขยายจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ระยองนั้น จะส่งผลบวกกับบีทีเอส

นอกจากนี้ ทางการเตรียมเปิดประมูลหรือเจรจาเดินรถสำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งส่วนเหนือและใต้ ต่อจากสายหมดชิต-แบริ่ง

ร.ฟ.ท.ระบุยังไม่มีการหารือ

อย่างไรก็ตาม นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าด้านโครงสร้างพื้นฐาน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีนโยบายหรือการหารือเพื่อให้บีทีเอส มาเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์แทนบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ซึ่งหากมีนโยบายจริงก็คงต้องเข้าหลักการตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐและต้องได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ทั้งนี้ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ทองว่าหากเปิดประมูลจริง ถือว่าบีทีเอสมีความพร้อมด้านการเงินในการลงทุนมาก ณ สิ้นไตรมาส 1/2557-ปี2558 มีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น 3.12 หมื่นล้านบาท

เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง มองว่าบีทีเอส เป็นหนึ่งในผู้ที่มีศักยภาพสำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าใหม่ทั้ง 6 สายได้ เนื่องจากบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานระบบขนส่งมวลชนและมีความสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทมีศักยภาพที่จะขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ แม้ว่าจะไม่ชนะการประมูลงานสัมปทานเดินรถไฟใต้ดินกรุงปักกิ่ง

นอกจากนี้ บีทีเอสยังถูกเชิญเข้าร่วมประมูลงานโครงการขนส่งมวลชนในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก แต่ผู้บริหารบีทีเอสวางเป้าหมายหลักของบริษัท ยังคงเป็นการลงทุนโครงการขนส่งมวลชนในประเทศ