รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ตั้งเป้าหมายส่งผลไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเร็วนี้
วานนี้ (24 ก.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เรียก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าพบที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหามาตรการดังกล่าวราวชั่วโมงครึ่ง
ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่าหารือเรื่องเศรษฐกิจกับนายกรัฐมนตรี โดยมีการพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจกันหลายเรื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจทุกเรื่อง แต่ไม่ได้มีความเป็นห่วงเรื่องใดเป็นพิเศษ ส่วนการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้มีการหารือกันในระหว่างประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ไปก่อนหน้านี้แล้ว
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่าขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรการ ซึ่งจะมีมาตรการที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นชุด เพื่อให้มีผลดีต่อเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 โดยจะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ
“นายกรัฐมนตรีไม่อยากให้พูดในเรื่องที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาในครม. แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีออกมา ซึ่งเมื่อผ่านครม.แล้วจะมีการชี้แจง มาตรการที่ออกมาจะส่งผลดีเป็นอย่างมาก” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลและคสช. ได้เริ่มแก้ปัญหาส่วนที่เป็นรายจ่ายและการลงทุนภาครัฐ รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชน ด้วยการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558
ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบแผนเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ตั้งเป้าหมายจะเบิกจ่ายงบภาครัฐในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หรือ ไตรมาสแรกของงบประมาณปี 2558 ประมาณ 2.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นจากงบประมาณปี 2558 จำนวน 1 แสนล้านบาท และงบประมาณค้างท่อปี 2557 จำนวน 2.6 แสนล้านบาท
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ จะเน้นไปที่การสร้างงานและเพิ่มเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเป็นมาตรการระยะสั้นที่สามารถทำได้ทันที เช่นเดียวกับการลงทุนภาครัฐที่เน้นโครงการขนาดเล็ก เนื่องจากทำได้เร็วและมีเม็ดเงินออกสู่ระบบ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเป็นนโยบายการจ้างงานระยะสั้น ซึ่งสามารถทำได้ทันที เช่น โครงการเสริมความรู้ให้กับนักศึกษาอาชีวะ เพื่อเข้าอบรมเสริมความรู้ให้กับนักเรียนอาชีวะ พร้อมออกไปทำงานได้ทันที โครงการปรับปรุงโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งจำนวนมากมีสภาพเสื่อมโทรม โครงการนี้จะจ้างนักเรียนอาชีวะเข้ามาช่วยปรับปรุง ,โครงการสร้างฐานข้อมูลการคลังท้องถิ่น ซึ่งจะมีการจ้างนักศึกษาหรือคนที่ต้องการงาน เข้ามาช่วยจัดเก็บข้อมูลเข้าระบบ และการซ่อมแซมถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท การต่อยอดโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ของมหาวิทยาลัยหอการค้า
นอกจากนี้ จะมีแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ที่ผ่านการพิจารณาของคสช.มาแล้ว โดยจะให้ค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ทั้งบุคคลธรรมดา ลดหย่อนได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาท และนิติบุคคล ไม่เกินสองเท่าของรายจริงในการสัมมนา
สำหรับมาตรการระยะกลางและยาวนั้น จะมีการเสนอโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับโครงสร้างภาษี โดยจะเร่งผลักดันภาษีมรดกและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
คลังเร่งปิดบัญชีจำนำข้าวกลางเดือนหน้า
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมา เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะเร่งดำเนินการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมาให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนหน้า เพื่อให้กระบวนการชำระหนี้เงินกู้ของโครงการได้เดินหน้า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการชำระหนี้โครงการให้แล้วเสร็จ
ขณะนี้ คณะทำงานปิดบัญชีโครงการอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ที่มีข้อมูลด้านการซื้อขายข้าว รวมถึง สต็อกข้าว และ ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินโครงการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าใจว่า ขณะนี้ ข้อมูลต่างๆ ครบถ้วนแล้ว ดังนั้น คณะอนุกรรมการฯน่าจะมีการประชุม เพื่อเร่งสรุปการปิดบัญชีภายในสิ้นเดือนนี้
“เราไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลการตรวจสต็อกข้าวชุดม.ล.ปนัดดา ดิสกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเราสามารถปิดบัญชีจากข้อมูลที่มีอยู่ได้เลย เพราะเรามีข้อมูลการปิดบัญชีในชุดของนางสาวสุภา ปิยะจิตติ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลังที่ได้ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งในผลการปิดบัญชี ก็จะมีจำนวนสต็อกข้าวที่บอกชัดเจนว่าเหลืออยู่เท่าไรจากที่รับจำนำมา แต่เมื่อเราได้รับข้อมูลสต็อกข้าวจำนวนที่แท้จริง เราก็จะนำมาคำนวณผลการดำเนินโครงการอีกครั้ง” นายรังสรรค์ กล่าว
เตรียมหาแนวทางชำระหนี้5.8แสนล้าน
รายงานจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า รัฐบาลที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวใน 5 ฤดูการผลิต หรือ นับตั้งแต่ปีการผลิต 2554-2557 กระทรวงการคลัง โดยคณะอนุกรรมการปิดบัญชีจำนำข้าวชุดนางสาวสุภา ได้ดำเนินการปิดบัญชีไปแล้วใน 3 ฤดูการผลิต ผลปรากฏว่า โครงการนี้มีผลขาดทุนประมาณ 50% ของเม็ดเงินที่ใช้จ่ายไปทั้งหมด ซึ่งภาระขาดทุนนี้ จะต้องได้รับการชำระบัญชีจากงบประมาณ แต่ปัจจุบัน ยังไม่ได้มีการชำระ เนื่องจาก ผลของการปิดบัญชี ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมา
นายรังสรรค์กล่าวว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีชุดปัจจุบัน จะต้องนำผลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในชุดของนางสาวสุภามาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อสรุปยอดความเสียหายทั้งโครงการว่า มีจำนวนเท่าไร จากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ จากนั้นจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการชำระบัญชี
"ขณะนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการหาแนวทางที่จะชำระบัญชี โดยอาจจะใช้วิธีการยืดหนี้เงินกู้แทนการนำงบประมาณมาชำระบัญชี"
รัฐบาลที่ผ่านมา ได้ใช้เงินกู้เพื่อโครงการรับจำนำข้าวใน 5 ฤดูการผลิตหรือนับตั้งแต่ปี 2554-2557 จำนวน 8.81 แสนล้านบาท ล่าสุดเหลือยอดเงินกู้ที่ต้องชำระจำนวน 5.8 แสนล้านบาท โดยที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเงินคืนจากการระบายข้าวมาชำระหนี้แล้วจำนวน 2.1 แสนล้านบาท และ สำนักงบประมาณได้ตั้งงบประมาณชำระหนี้ในปี 2556-2557 อีกจำนวนประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท







