"อินทัช" เปิดธุรกิจใหม่ ร่วมยักษ์คอนเทนท์ "กันตนา กรุ๊ป" รุกธุรกิจผลิตรายการป้อนทีวีดิจิทัล ลงขันฝ่ายละ20ล้าน
อีกความเคลื่อนไหวสำคัญ หลังจบการประมูลทีวีดิจิทัล กับการเสริมความแข็งแกร่งของบรรดา "ผู้ผลิตรายการ" หรือคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ รับโอกาสทางธุรกิจ จากจำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่มีมากถึง 24 ช่อง
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วานนี้ (23 ก.ย.) ว่า บริษัท อินทัช มีเดีย จำกัด (อินทัช มีเดีย) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ร่วมลงทุนในกิจการร่วมค้า กันตนาและอินทัช โดยบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นสัดส่วน 50 % และบริษัท อินทัช มีเดีย จำกัด ถือหุ้น 50% เพื่อลงทุนและผลิตรายการเพื่อออกอากาศในช่องโทรทัศน์ มีเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าเบื้องต้น จำนวน 40 ล้านบาท โดยลงทุนฝ่ายละ 20 ล้านบาท
โดยตามข้อมูลชี้แจงตลท.ระบุว่า ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เป็นการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อขยายการลงทุนทางด้านผลิตรายการโทรทัศน์ เสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจที่มีอยู่
อินทัชเปิดทางหาพันธมิตรใหม่เสริมทัพ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร สายธุรกิจสื่อโฆษณาและธุรกิจใหม่ บริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการร่วมลงทุนในครั้งนี้ว่า อินทัชมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจทีวีดิจิทัล แม้ว่าอินทัชจะเข้าร่วมประมูล แต่ไม่ได้ช่องตามที่คาดหวังไว้ ก็ไม่ปล่อยให้เสียโอกาสไป
อย่างไรก็ดี สาเหตุที่อินทัชเริ่มลงทุนผลิตคอนเทนท์ร่วมกับกันตนา เพราะมองเห็นศักยภาพของพันธมิตร รวมทั้งกันตนายังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตคอนเทนท์ที่มีความหลากหลายทั้งสารคดี วาไรตี้ และรายการเด็ก แต่ทั้งนี้ อินทัชก็มองหาพันธมิตรรายอื่นๆ อยู่ด้วย ซึ่งบริษัทเปิดกว้างให้พันธมิตรรายอื่นทุกราย โดยเบื้องต้นเชื่อว่าอินทัช มีเดียจะเริ่มนำคอนเทนท์ไปออกอากาศได้ราวต้นปี 2558
"ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นเริ่มคุยกันระหว่างเราและกันตนาว่าจะให้รูปแบบคอนเทนท์ออกมาในลักษณะใดบ้าง ยืนยันว่ามีความหลากหลายแน่นอน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะออนแอร์ออกช่องใดบ้าง ในเร็วๆ นี้จะเริ่มเห็นความชัดเจน และกำลังจะมีแถลงข่าวเกี่ยวกับผังรายการ และเนื้อหาคอนเทนท์อีกครั้งหนึ่ง"
ด้านนายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการร่วมทุนในกิจการร่วมค้าว่า เป็นความร่วมมือเพื่อการร่วมทุนผลิตรายการโทรทัศน์
ประเดิมร่วมซีรีส์ “กอสสิบ เกิร์ลส"
ทั้งนี้ โปรเจครายการที่จะผลิตนำร่องในการร่วมทุนเฟสแรกนี้ คือ ซีรีส์ “กอสสิบ เกิร์ลส” โดยสร้างให้คอนเทนท์ซีรีส์ดังกล่าวเป็นคอนเทนท์ 360 องศา ที่สามารถรับชมได้ทุกแพลตฟอร์ม โดยอาศัยความเชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มจาก อินทัช เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจคอนเทนท์ให้แข็งแกร่งมากขึ้น ส่วนช่องทางการรับชมในช่องทีวีนั้น ในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน ว่าจะออกอากาศซีรีส์ฯดังกล่าวในช่องทีวีใด
“ถ้าคอนเทนท์ที่ร่วมผลิตประสบความสำเร็จ ในอนาคตก็ยังมีโอกาสความร่วมมือกับอินทัชในการทำงานเฟสต่อไป รวมถึงการผลิตคอนเทนท์อีกหลายรายการ เนื่องจากตลาดอุตสาหกรรมทีวีของไทย ยังมีความต้องการคอนเทนท์อยู่มาก” นายจาฤก กล่าว
อินเตอร์แอคทีฟ-ชมทุกแพลตฟอร์ม
ขณะที่ นางศศิกร ฉันท์เศรษฐ์ ประธานบริหารสายธุรกิจรายการโทรทัศน์ กล่าวว่า “กอสสิบ เกิร์ลส” จะไม่ใช่แค่คอนเทนท์ที่ออกอากาศในระบบดิจิทัล แพลตฟอร์ม เท่านั้น แต่ยังผลักดันไปสู่การทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์ หรืออยู่ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ ไม่ว่าจะเป็น การร่วมสนุกในเชิงกิจกรรมการตลาดออนไลน์ผ่านทางโมบาย อินเตอร์เน็ต แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เป็นออนไลน์ทุกประเภท ทั้งยังรองรับการออกอากาศในยุคดิจิทัลทีวี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนในเชิงการตลาดได้มากกว่าการนำเสนอคอนเทนท์ทั่วไป
สำหรับงบการร่วมกิจการเบื้องต้น 40 ล้าน ถือเป็นงบที่ใช้สำหรับพัฒนาโปรเจคเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่งบการผลิตและถ่ายทำซีรีส์ทั้งหมด เพราะการผลิตซีรีส์ ที่เป็นฟอร์แมทที่ซื้อมาจากต่างประเทศนี้ ต้องใช้งบการผลิตโดยรวมมากกว่าละครทั่วไป และมากกว่างบร่วมกิจการดังกล่าว
พลาดประมูลทีวีดิจิทัลหันผลิตรายการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้อินทัชเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล โดยได้ส่งบริษัท "ทัช ทีวี" ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเข้าซื้อเอกสารการประมูลขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ จำนวน 24 ช่อง (ซองประมูล) ในช่องประเภททั่วไป SD และช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว ก่อนจะแพ้การประมูล ผันตัวเองมาร่วมกับกันตนา ผลิตรายการเพื่อออกรายการป้อนทีวีดิจิทัล ในที่สุด
โดยนายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะใช้เงินลงทุนราว 2,000 ล้านบาท ในการประมูลทีวีดิจิทัล 2 ช่องรายการดังกล่าว
ปัจจุบัน อินทัช โฮลดิ้งส์ ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ซึ่งบริษัทที่เข้าไปลงทุนสามารถจำแนกออกเป็น 3 สายธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไร้สายในประเทศ (เอไอเอส -อินทัช โฮลดิ้งส์ ถือหุ้น 40.45%) ธุรกิจดาวเทียม (ไทยคม -ชินคอร์ปอเรชั่น ถือหุ้น 41.14%) และธุรกิจต่างประเทศ และธุรกิจอื่นๆ
โดยผลประกอบการของอินทัช โฮลดิ้ง ณ วันที่ 30 มิ.ย.2557 พบว่า มีสินทรัพย์ 52,673.66 ล้านบาท หนี้สิน 19,642.20 ล้านบาท รายได้ 12,742.54 ล้านบาท และกำไร 7,330.96 ล้านบาท
ขณะที่นายจาฤก ซีอีโอกันตนา ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นว่า กันตนาจะไม่โดดเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล แต่จะขอเป็นผู้ผลิตรายการ (คอนเทนท์โปรไวเดอร์) ผลิตรายการป้อนโอกาสทางธุรกิจจากทีวีดิจิทัลแทน
"จะเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ของวงการโทรทัศน์ไทยที่จะต้องจดจำช่วงนี้ต่อไปและเล่าขานกันไม่รู้จบ กันตนาก็พร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับกระแส แต่ไม่ได้หมายความถึงการกระโดดเข้าไปประมูลทีวีดิจิทัล เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปแย่งประมูลใน 24 ช่องรายการ เราไปรอดแน่นอนแม้ไม่ได้เข้าประมูลทีวีดิจิทัล” นายจาฤก กล่าว









