วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTB - ซื้อ

สินเชื่อสุทธิเติบโตแข็งแกร่งในปี 2558 และเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่า KTB จะรายงานสินเชื่อปี 2558 เติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นธนาคารภาครัฐที่สนับสนุนนโยบายภาครัฐเช่นงานโครงสร้างพื้นฐานและโครงการไอซีทีของรัฐ ปัจจุบันอัตราส่วนความพอเพียงของทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 15.4% (เงินกองทุนขั้นที่ 1 คิดเป็น 10.4%) จะเปิดโอกาสให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อจำนวนมากได้อีกหลายปีโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนใน 2-3ปี KTB ในปัจจุบันซื้อขายกันด้วย PBV ที่ไม่แพงที่ 1.49 เท่าสำหรับปี 2557 และ 1.37เท่า สำหรับปี 2558 (+0.5 SD) ซึ่งจุดสูงสุดเดิมในปีที่แล้วเป็น 1.7เท่า (+1.5 SD) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

สินเชื่อสุทธิเดือนส.ค.ไม่สดใส ตามคาด

สินเชื่อสุทธิของ KTB ในเดือนส.ค.เป็น 1.73 ล้านล้านบาท สูงขึ้นเพียง 0.1% MoM, 4.9% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน และ 7.7% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลจ่ายหนี้คืนก่อนกำหนดจำนวนมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา เราคาดว่าผลประกอบการสินเชื่อจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ในเดือนก.ย.เป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาลชั่วคราวใหม่เร่งเบิกจ่ายงบประมาณและมีการเร่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ สังเกตว่าสินเชื่อในเดือนส.ค.หรือในช่วง 8 เดือนแรกของปีโต 4.9% YTD ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อทั้งปีของผู้บริหารที่ 5-7%

เราคาดสินเชื่อปี 2557 โต 7% เนื่องจากธนาคารบรรลุเป้าการเติบโตสินเชื่อในช่วง 8 เดือนแรกรวดเร็วที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เราจึงมองเห็นโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการในปัจจุบัน การเติบโตสินเชื่อไตรมาส 4/57 จะปรับตัวสูงขึ้น YoY หนุนโดยการเร่งนโยบายภาครัฐฯและเศรษฐกิจมหภาคปรับตัวดีขึ้น

ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

KTB พยายามลดการตั้งสำรองหนี้สูญฯในช่วงครึ่งปีหลังให้กลับมาอยู้ในระดับปกติที่ประมาณ 700 ล้านบาทต่อเดือน หลังจากที่มีการตั้งสำรองจำนวนมากในช่วงครึ่งปีแรกที่ 7.1 พันล้านบาท บริษัทมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ 114% และมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมต่ำที่ 2.9% เราคาดบริษัทจะตั้งการกันสำรองหนี้สูญปี 2557 ที่ 11 พันล้านบาท ลดลง 10.5% YoY พร้อมกันนี้เรายังคาดว่าธนาคารจะจัดตั้งการกันสำรองหนี้สูญฯปี 2558 สูงขึ้นเป็น 12 พันล้านบาท สูงขึ้น 9% YoY สอดคล้องกับการเติบโตสินเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มบรรษัทและรายย่อยที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อภาครัฐฯ

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในปี 2257 และปี 2558

เนื่องจากบริษัทมีแนวโน้มการเติบโตสินเชื่อปี 2557 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ส่งผลให้ผู้บริหารจะคงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระหว่าง 2.6-2.7% ธนาคารมีแผนมุ้งเน้นไปที่สินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น (สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อธุรกิจ SME) โดย ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เราสามารถแบ่งประเภทสินเชื่อได้เป็น สินเชื่อบรรษัท, สินเชื่อ SME, สินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 39:20:33:8 ตามลำดับ

ให้สังเกตว่าเราประมาณส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของเราอยู่ที่ระดับ 2.65% สำหรับปี 2557 และที่ 2.64% สำหรับปี 2558 ผุ้บริหารคาดอัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืนพันบัตรระยะเวลา 1 วันจะคงอยู่ที่ 2.00% ตลอดปี 2557 และจึงค่อยปรับเพิ่มสูงขึ้นในปลายปีหน้า