สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ชง"กอบกาญจน์"วางโรดแมพ 8 มาตรการเร่งด่วน ปั้นรายได้ท่องเที่ยว 4 ล้านล้านบาทปี2561
ชี้เป้าหมายตามแผนเดิมไม่ท้าทาย จี้รัฐเดินหน้าโรดแมพไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ด้านดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวไตรมาส 4 ปรับตัวสูงสุดในปีนี้
"ท่องเที่ยว" เป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในช่วงที่ไทยเผชิญวิกฤติการเมือง แต่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากเสถียรภาพทางการเมือง ภาคเอกชนท่องเที่ยวจึงเร่งผลักดันภาครัฐเร่งวางแผนระยะยาว เพื่อผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ในการประชุมร่วมระหว่างนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับภาคเอกชนด้านท่องเที่ยวทั้งหมด วานนี้ (22 ก.ย.) สทท.ได้นำเสนอโรดแมพการท่องเที่ยวไทยสู่เป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยว 4 ล้านล้านบาทในปี 2561 เพื่อให้รัฐบาลชุดปัจจุบันประกาศเป็นนโยบายหลัก นำไปสู่การวางแผนปฏิบัติการให้สอดคล้อง
สทท. ได้นำเสนอ 8 มาตรการหลักในการขับเคลื่อน โดยเห็นว่าบางมาตรการสามารถดำเนินการได้ทันทีในไตรมาส 4 ปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาของรัฐบาลชุดนี้ที่มีจำกัดในการเข้ามาบริหารประเทศ
ดันรายได้ต่างชาติ 2.7 ล้านล้าน
สำหรับเป้าหมายจากโรดแมพดังกล่าว แบ่งเป็นเป้าหมายตลาดในต่างประเทศ ต้องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 50 ล้านคน รายได้ 2.7 ล้านล้านบาท โดยมาจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5.4 หมื่นบาท/คน/ทริป และเป้าหมายจากตลาดในประเทศ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว 237 ล้านคนครั้ง รายได้ 1.3 ล้านล้านบาท การใช้จ่ายเฉลี่ย 5.5 พันบาท/คน/ทริป
ทั้งนี้ตามเป้าหมายที่เกิดขึ้น สทท.ได้นำข้อมูลจาก 2 แหล่งหลักมาวิเคราะห์ ได้แก่ 1.ผลศึกษาจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นอีกใน 4 ปีของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) ที่วิเคราะห์ไว้ว่าในปี 2561 ไทยจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 79.6 ล้านคน เมื่อเทียบกับทั้งภูมิภาคที่จะมีนักท่องเที่ยวราว 660 ล้านคน ซึ่งภาคเอกชนไม่ได้มองไปถึงตัวเลขกว่า 70 ล้านคน ขอตั้งเป้านักท่องเที่ยวเพียง 50 ล้านคน เพราะต้องการไปสร้างสมดุลด้านรายได้แทน
และ 2.สถิติย้อนหลังของการท่องเที่ยวไทยจากปี 2552 ถึงปี 2556 มีการเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15% มาตลอด อาทิ ในปี 2553 เทียบกับปี 2554 ที่รายได้เติบโตถึง 30.9% เป็นต้น โดยในช่วง 4 ปีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเคยก้าวกระโดดจาก 15.6 ล้านคนในปี 2553 มาเป็น 26.5 ล้านคนในปี 2556 มาแล้ว หรือเพิ่มขึ้นถึง 70%
"ต้องการให้ช่วยพิจารณาแผนระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะปัญหาการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีทิศทางที่ชัดเจน”
ชง 8 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว
สำหรับ 8 มาตรการหลักที่นำเสนอต่อ รมว.ท่องเที่ยวฯ มองว่า 2 มาตรการแรกสามารถวางแผนดำเนินการในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกปี 2558 คือ 1. การกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศ โดยให้เห็นความชัดเจนของตำแหน่งการตลาด (Positioning) ซึ่งควรสอดคล้องกับความต้องการของตลาดกลุ่มเป้าหมาย โดยที่ผ่านมาทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานต่างๆ เคยจัดทำวิจัยไว้จำนวนมากอยู่แล้ว น่าจะนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยคำนึงถึงการส่งเสริมท่องเที่ยวที่ไม่เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
และ 2.การเร่งจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยว 5 กลุ่มจังหวัด ประกอบด้วย 1.กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ครอบคลุม 4 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง 2.กลุ่มท่องเที่ยวแอคทีฟ บีชใน 4 จังหวัดภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด 3.กลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ 5 จังหวัด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี 4.กลุ่มท่องเที่ยวรอยัลโคสต์ 4 จังหวัดในภาคกลางและใต้ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง และ 5.กลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน 5 จังหวัด กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล
เน้นบูรณาการ "สื่อสารออนไลน์"
ส่วนมาตรการอื่นๆ ได้แก่ บูรณาการแผนการตลาดให้เป็นเอกภาพ โดยเฉพาะการสื่อสารทางออนไลน์ร่วมกับหน่วยงานที่ใกล้เคียงกันอย่าง ททท.หรือ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ในลักษณะ Single Team, Single Web หรือ Single Message เพื่อให้มีช่องทางและเนื้อหาทิศทางเดียวกัน ไม่ซ้ำซ้อนกัน
การพัฒนาบุคลากรด้านท่องเที่ยว 2 มิติ คือ การพัฒนาให้คนมีคุณภาพ และปลูกฝังเยาวชนให้รักวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น , การสร้างผู้ประกอบการให้พัฒนาและเติบโตด้วยการสนับสนุนการสร้างเครือข่าย และช่วยเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ หรือกระทรวงอื่นๆ ทีเกี่ยวข้อง
การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะของเยาวชน หน่วยงานภาครัฐ และธุรกิจเอกชน การผลักดันมาตรการอำนวยความสะดวกที่ ก.พ.ร.ได้ดำเนินการอยู่แล้วจะแล้วเสร็จในปี 2558 อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น
ระบุแผนเดิมเป้าหมาย "ไม่ท้าทาย"
ด้านนายธเนศ วรศรัณย์ รองประธานฝ่ายพัฒนา สทท. กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวปี 2555-2559 แต่ที่ผ่านมาภาครัฐกำหนดอัตราการเติบโตไว้เพียงปีละประมาณ 7% เพื่อให้สอดคล้องกับโอกาสที่น่าจะทำได้จริง ซึ่งภาคเอกชนกลับประเมินว่าเป็นการตั้งเป้าหมายที่ไม่ท้าทาย
แต่หากนำข้อมูลดังที่ สทท.รวบรวมมาวิเคราะห์ประกอบ จะเห็นแนวทางความเป็นไปได้ เพียงแต่ต้องอาศัยอำนาจรัฐบาลในการวางแผนจัดการเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ต่อเนื่องไม่ว่าจะมีรัฐบาลชุดใดเข้ามาสานงานต่อเนื่อง
ไตรมาส3 ดัชนีท่องเที่ยวยังต่ำเกณฑ์
นอกจากนี้ ในการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไตรมาส 3/2557 จากการเก็บข้อมูลผู้ประกอบการ 600 รายทั่วประเทศนั้น พบว่าอยู่ในระดับ 93 ยังต่ำกว่าระดับปกติซึ่งอยู่ที่ 100 แต่เมื่อมีการสอบถามถึงความมั่นใจต่อไตรมาส 4 ของปีนี้ กลับพบว่าเพิ่มขึ้นถึง 106 ถือเป็นดัชนีที่สูงที่สุดของทุกไตรมาสในปีนี้ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นใน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (45%), สถานการณ์การเมืองดีขึ้น (33%) และเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้น (32%)
ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 สทท.คาดการณ์นักท่องเที่ยวจะเข้ามาเยือนไทยราว 6.07 ล้านคน ยังคงลดลง 6.62% คิดเป็นรายได้ราว 2.92 แสนล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4 คาดว่าจะมีจำนวน 7.47 ล้านคน เป็นไตรมาสแรกของปีนี้ที่กลับมาอยู่ในแดนบวกที่ 7.02% คิดเป็นรายได้ราว 3.59 แสนล้านบาท และส่งผลให้ภาพรวมตลาดต่างประเทศตลอดปี 2557 คาดว่าไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 25.25 ล้านคน ลดลง 4.9% ทำรายได้ราว 1.21 ล้านบาท
"กอบกาญจน์"รับลูกเอกชนท่องเที่ยว
ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้รับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนแล้ว และจะนำข้อมูลไปพิจารณาต่อเนื่อง โดยในหลักการเห็นด้วยในเรื่องการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นแนวนโยบายหลักของรัฐบาลชุดนี้ รวมถึงเรื่องการวางแผนการท่องเที่ยวที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้ และเร่งบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วน เนื่องจากงบของกระทรวงการท่องเที่ยวฯมีจำกัด จึงต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ในการผลักดัน
ทั้งนี้ ตั้งแต่รับตำแหน่งได้ทยอยเข้าพบปะ กับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขอความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกันแล้ว และเพื่อให้เห็นความสำคัญของท่องเที่ยวในฐานะอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานฯ และจะหารือกับกระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงทรัพยากรฯ รวมถึงหารือกับ 3 เหล่าทัพ ขอความร่วมมือเปิดพื้นที่ของทหารที่มีศักยภาพรองรับท่องเที่ยวต่อไปด้วย







