'ชีสเค้กพาเลท'ธุรกิจขายส่งและปลีกเบเกอรีออนไลน์ของสาวแบงก์ที่แปลงความชอบมาเป็นธุรกิจและโอกาสทำเงินไม่รู้จบ
ตำราอาหาร และเมนูขนม อัดใส่กรอบอย่างดี อวดโฉมอยู่ในร้าน “Cheesecake Palette” (ชีสเค้กพาเลท) สวรรค์ของคนรักชีสเค้ก ในซอยสุขุมวิท 36
พวกมันไม่ใช่แค่ของประดับร้าน แต่คือสัญลักษณ์แห่งความรัก ที่นำส่งให้สาวแบงก์ “พุด-เบญจรงค์ เตชะมวลไววิทย์” ตัดสินใจแบ่งภาคชีวิต มาก่อตั้ง “ชีสเค้กพาเลท” ร้านชีสเค้กออนไลน์แบบเดลิเวอรี่ (www.cheesecakepalette.com ) ขึ้น เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา
“เริ่มสนใจทําขนมมาตั้งแต่อายุ 11 ปี”
เธอบอกพลังความชอบ ที่ซึมลึกอยู่ในดีเอ็นเอมาตั้งแต่วัยเด็ก มีความสุขกับการดูรายการทำขนม ชนิดจำได้หมดว่ารายการอะไรจะมาเวลาไหน ทรัพย์สมบัติส่วนตัวก็คือ ตำราอาหาร ที่สะสมมานานนับสิบปี และไม่แค่อ่านสูตรเล่นเพลินๆ แต่ยังลงมือหัดทำตลอดจนเข้าอบรมในโรงเรียนทำขนมทั้งในประเทศและต่างประเทศ สั่งสมประสบการณ์จนเชี่ยวชาญในวิชาทำขนม
หลังเรียนจบปริญญาโทสาขา การเงินการธนาคาร เธอทำงานในสถาบันการเงินมาโดยตลอด เธอบอกว่า “การเงิน” ก็เป็นศาสตร์ที่ชอบ ไม่แพ้การทำขนม ชีวิตเลยไม่จำเป็นต้องเลือกแต่สามารถทำทั้งสองอย่างควบคู่ไปด้วยกันได้
“เรียนจบมาทางด้านการเงิน ก็ยึดเป็นอาชีพมาตลอด แต่ยังคงทำขนมมาเรื่อยๆ เพราะชอบ โดยเอาไปให้ญาติ ให้เพื่อนๆ ที่ทำงานชิมบ้าง จากนั้นคนก็เริ่มมาสั่งกันเยอะขึ้น ตอนหลังสถาบันการเงินและองค์กร ก็เริ่มมาสั่งไปให้กับลูกค้า”
เธอบอกความจับพลัดจับผลูเข้าสู่ธุรกิจเบเกอรี่ ที่เริ่มจากแค่งานอดิเรก ต่อยอดสู่การรับออเดอร์ทําเค้กและขนมอบต่างๆ ให้เหล่าคนใกล้ชิด ก่อนขยายสู่การทําเค้กส่งองค์กรและร้านกาแฟทั่วกรุงเทพ
จนวันหนึ่งงานอดิเรกก็ดูจริงจังขึ้น หลังไปเยี่ยมเพื่อนที่อเมริกาแล้วเห็นความนิยมชมชอบในขนมที่ชื่อ “ชีสเค้ก” จึงไปลงเรียนคอร์สสั้นๆ ก่อนนำชีสเค้กรสชาติเข้มข้นสไตล์อเมริกัน มาต่อยอดเป็นธุรกิจในไทย เริ่มจากเปิดร้านชีสเค้กออนไลน์แบบเดลิเวอรี่ ขึ้นในปี พ.ศ. 2554
“ในเมืองไทยเวลานั้นมีคนทำชีสเค้กบ้างแล้ว แต่ยังไม่เยอะมาก ขณะที่ชีสเค้กเดลิเวอรี่ก็ยังไม่มีคนทำ ส่วนคนที่ทำออนไลน์ ก็ยังไม่ได้มีคอนเซ็ปต์เป็นเรื่องเป็นราว จึงตัดสินใจทำ ชีสเค้กพาเลท ขึ้น โดยเน้นที่ชีสเค้กอย่างเดียว เพราะมองว่าคนไทย 8 ใน 10 คน ต่างชอบชีสเค้ก” เธอวิเคราะห์ตลาด และโอกาสของชีสเค้ก
เงื่อนไขการสั่งชีสเค้กออนไลน์ คือ ต้องสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน เพราะระยะเวลาในการทำอยู่ที่ประมาณ 8 ชม. แต่ข้อดีของ ชีสเค้ก คืออยู่ได้นานกว่าเค้กทั่วไป โดยเก็บไว้ได้ถึงประมาณ 3 สัปดาห์ และถ้าแช่ฟรีซก็เก็บได้เป็นเดือน
ความแตกต่างของสินค้า ที่จัดส่งในรูปแบบเดลิเวอรี่ กับความอร่อยสุดหลากหลายกว่า 40 เมนู บวกการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก พร้อมมีช่องทางจ่ายเงินที่หลากหลายเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า ทั้ง ชําระผ่านบัตรเครดิตทางเวบไซต์ได้ทันที หรือเมื่อรับสินค้า ชําระเป็นเงินสดเมื่อรับสินค้า และ โอนเงินผ่านธนาคาร นี่คือส่วนผสมที่ทำให้ “ชีสเค้กพาเลท” ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลัก วัยตั้งแต่ 20 ปลายๆ ไปจนกว่า 40 ปี กลุ่มคนมีกำลังซื้อและนิยมชีสเค้ก
ทำธุรกิจซัคเซสก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหยุดพัฒนา หนึ่งปีหลังจากเปิดเว็บไซต์ เธอเริ่มขยับมามีหน้าร้านเล็กๆ ในซอยสุขุมวิท 36 ให้บริการรูปแบบ To-go Cakeshop สําหรับคนที่โทรสั่งและมารับเองหรือแวะซื้อกลับบ้าน จนเข้าสู่ปีที่ 3 ก็ขยายพื้นที่เดิมมาเปิดเป็นร้านขนาดประมาณ 15 ที่นั่ง กับเมนูที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนองลูกค้าในร้าน ทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม
เพราะเป็นเจ้าโพรเจคที่คิดอะไรอยู่ตลอด ล่าสุดจึงได้เปิดเวบไซต์สำหรับลูกค้าขายส่งโดยเฉพาะ สนองตอบพ่อค้าแม่ขายที่ต้องการสั่งขนมอร่อยไปขายในร้านกาแฟ ร้านอาหาร ตลอดจนใช้งานสัมมนาต่างๆ โดยมียอดสั่งซื้อขั้นตํ่าเพียง 4,000 บาทต่อเดือน แลกกับขนมคุณภาพระดับพรีเมียม หลากหลายคละกันไปเพื่อให้ร้านดูมีสีสัน ในราคาที่ไม่แพง เพื่อให้ไปบวกทำกำไรได้
“ที่ตั้งราคาไม่สูงมาก เฉลี่ยชิ้นละ 40-45 บาท เพราะต้นทุนไม่ได้เยอะมากมาย และเราก็ไม่ได้ไปอยู่ในห้างฯ ไม่ต้องถูกหักเปอร์เซ็นต์จากห้าง ธุรกิจยังคงได้กำไร เพียงแต่ไม่ใช่กำไรมหาศาล เอามาร์จิ้นน้อย เน้นปริมาณ เพราะต้องการให้ลูกค้าอยู่กับเราไปนานๆ” เธอสะท้อนความคิด
วันนี้ธุรกิจจากงานอดิเรกสร้างรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งขายผ่านออนไลน์ ขายตรงกับลูกค้าองค์กรและร้านค้า ตลอดจนขายผ่านหน้าร้าน เธอบอกว่า รายได้หลักยังมาจากลูกค้าองค์กร เนื่องจากปริมาณการสั่งแต่ละครั้งค่อนข้างมาก เฉลี่ยที่ประมาณ 5 พัน- 5 หมื่นบาทต่อบริษัท แม้จะสั่งไม่บ่อย แต่นับว่าทำเงินเป็นชิ้นเป็นอันที่สุด
การทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่เรื่องหมูๆ แม้จะเริ่มง่ายด้วยต้นทุนที่ต่ำ แต่เธอบอกว่า ถ้าไม่มีการโปรโมทอย่างสม่ำเสมอ ร้านออนไลน์ก็จะ “เกิด” ไม่ได้ ที่มาของการนำเสนอตัวเองผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ลงบทความในคอลัมน์ออนไลน์ ตลอดจนทำโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้ชื่อของ “ชีสเค้กพาเลท” ไม่เลือนหายไปจากใจลูกค้า
“เดี๋ยวนี้ยิ่งมีสื่อโซเชียล ก็ยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะไม่อยากให้เกิดข่าวที่ไม่ดีกับเรา อย่างปกติเราจัดส่งแค่ในกรุงเทพ แต่มีลูกค้าอยากให้ไปส่งไกลๆ ออกไปต่างจังหวัด บอกขนาดว่าจะยอมจ่ายค่าส่งให้ เยอะเท่าไรก็ยอม แต่จะบอกเด็กที่ร้านเลยว่า ห้ามรับเด็ดขาด เพราะถ้าเกิดทำคว่ำ หรือหกระหว่างทาง เราต้องรับผิดชอบ เสียชื่อ..ไม่คุ้มกัน”
เธอสะท้อนความคิด ของการทำธุรกิจที่ต้องมีจุดยืนเพื่อรักษาชื่อเสียงของแบรนด์ไว้ แม้จะต้องปฏิเสธเงินก้อนโตที่อยู่ตรงหน้า
ทำธุรกิจมาจนพอรู้ทาง เมื่อถามถึงเป้าหมายในอนาคต เธอบอกว่า ยังมีอะไรในหัวอีกเยอะมาก แต่สารภาพว่า “ทำไม่ทัน” เพราะภาคหนึ่งของชีวิตยังทำงานประจำอยู่ จึงไม่สามารถเอาเวลาทั้งหมดมาทุ่มเทกับอาชีพเสริมได้
“การทำงานสองอย่างคู่กัน เหนื่อยแน่นอน แต่ที่ยังไม่คิดออกจากงานประจำ เพราะชอบ งานประจำเราก็ยังเติบโตในสายงาน ส่วนธุรกิจก็ยังเป็นสิ่งที่รัก”
เมื่อพอใจกับทั้งสองเส้นทางก็แค่ทำมันให้ดีที่สุด เธอบอกว่า เป็นพนักงานบริษัท อาจโฟกัสไปแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่การเป็นเจ้าของกิจการนั้น ต้องโฟกัสทุกอย่างในโลกนี้ ต้องเก็บรายละเอียดทุกเม็ด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคน บริหารเงิน ติดต่อประสานงาน คิดเมนูใหม่ๆ สารพัดเรื่องที่ “ไม่จบไม่สิ้น” และ “ต้องทุ่มเท” หนักมาก
อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า ทางเลือกนี้ก็ยังได้เปรียบ เพราะยังได้ใช้ความรู้และประสบการณ์จากงานประจำ มาปรับใช้ในธุรกิจ เช่น การบริหารคน การดูแลความพึงพอใจลูกค้า การคิดคอนเซ็ปต์ เลือกกลุ่มเป้าหมาย ทักษะด้านการตลาด ตลอดจนหัวใจอย่าง การบริหารการเงิน จุดอ่อนของเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ แต่สำหรับเธอมีสิ่งนี้เป็น “จุดแข็ง”
ส่วนใครที่ยังพอใจกับงานประจำ แต่อยากทำธุรกิจเสริมไปด้วย เธอบอกว่า ต้องมี Passion มีความรักในสิ่งที่ทำ เพราะการได้เริ่มจากสิ่งที่ชอบนั้น ทำให้ไม่ว่าอุปสรรคหน้าไหนโถมเข้ามา เราก็จะฝ่าฟันมันไปได้ เวลาเดียวกับต้องมีทัศนคติที่ดี มีปัญหามาก็ต้องแก้ และเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ รวมถึงต้องขยัน และทำงานให้มากกว่าคนอื่น เพื่อไม่ให้เสียทั้งงานประจำและธุรกิจ ปิดท้ายกับ ต้องรู้จักแบ่งเวลาและจัดสรรเวลาให้เป็น เพราะธุรกิจเสริม จะทำในเวลางานไม่ได้
“อีกข้อที่สำคัญคือ ต้องทำตัวเหมือนเราเป็นลูกค้า นั่นคือ ทำแต่สินค้าที่ดีๆ มีคุณภาพ ดูอย่างชีสเค้ก เราแทบไม่มีการใส่สี ไม่ใส่สารอะไรที่ไม่ดีเลย เพราะอยากให้ลูกค้าได้กินของคุณภาพเหมือนกับที่เรากิน ทำแบบนี้ลูกค้าก็จะอยู่กับเราไปนานๆ แต่ถ้าทำไม่ดีแค่ครั้งเดียว เขาก็จะไม่กลับมาซื้ออีก” เธอสะท้อนความคิดที่มาจากความเข้าใจหัวอกลูกค้า
จากธุรกิจเล็กๆ ที่ก่อเกิดจากความรัก ใช้เงินลงทุนแค่หลักหมื่นบาท อาศัยใจที่มุ่งมั่น และความพยายามไม่ย่อท้อ ทำให้กิจการ ค่อยๆ เติบใหญ่ขึ้น มีรายได้พอหล่อเลี้ยงธุรกิจ ทั้งขยายไปสู่โอกาสใหม่ๆ ไม่รู้จบ..ด้วยสองมือเล็กๆ คู่นี้
...................................
Key to success
สูตรสร้างธุรกิจของมนุษย์เงินเดือน
๐ มีความรักในสิ่งที่ทำ มี Passion
๐ มีทัศนคติที่ดี เชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้
๐ ขยันขันแข็ง ทำงานหนักกว่าคนอื่น
๐ แบ่งเวลา และ จัดสรรเวลาให้เป็น ต้องไม่กระทบงานหลัก
๐ ทำตัวเราให้เป็นลูกค้า ทำแต่ของดี มีคุณภาพ ถนอมน้ำใจ





