ดันอาคารผู้โดยสารใหม่ แทน'สุวรรณภูมิ'เฟส2

ดันอาคารผู้โดยสารใหม่ แทน'สุวรรณภูมิ'เฟส2

ทอท.ลุยสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิหลังใหม่ วงเงิน2.4หมื่นล.รองรับผู้โดยสารเพิ่ม20ล.คนต่อปี

พร้อมลงทุนทันทีในปี 2558 แทนการลงทุนเฟส 2 โบรกชี้เลือกโครงการมัลติ-ฟังก์ชั่น เทอร์มินัล แทนเฟส 2ใช้เงินน้อยกว่าถึง 38% ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 4 ปี เล็งปรับประมาณกำไร หวังผู้โดยสารกลับมาคึกคักหลังการเมืองคลี่คลาย ระบุแผนปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมสนามบิน หนุนกำไรโตปีละ 3.4 พันล้านบาท

คณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ได้ประชุมหารือวานนี้ (18 ก.ย.) ได้เห็นชอบให้สร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ในสนามบินสุวรรณภูมิ แทนการก่อสร้างในเฟส 2 ตามแผนเดิมที่ได้วางไว้

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ ทอท. กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดมอบหมายให้ทอท. ไปศึกษารายละเอียดการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ รองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ (Multi-function Terminal) บริเวณด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบินเอ มูลค่าเบื้องต้น 24,000 ล้านบาท และนำผลการศึกษามาขออนุมัติโครงการในที่ประชุมบอร์ดครั้งหน้าในเดือน ต.ค.

หลังจากนั้นจะนำโครงการเสนอ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติโครงการและแก้ไขมติเดิมของ ครม. ที่อนุมัติการลงทุนโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่า 62,000 ล้านบาท ให้ชะลอออกไปก่อน

ชี้คตร.สั่งทบทวนเฟส 2คาดใช้เวลา 1ปี

เนื่องจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ (คตร.) มีคำสั่งให้ทบทวนโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 อย่างไม่เป็นทางการ ทั้งด้านงบประมาณ การก่อสร้าง ความคุ้มค่า และประโยชน์ใช้สอย ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งทาง คตร. ขอให้ ทอท. พิจารณาทางเลือกอื่นเพื่อรองรับผู้โดยสารแทนด้วย

ทอท. จึงมองว่าควรใช้พื้นที่ว่างบริเวณด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบิน มาลงทุนก่อสร้างเป็นอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ เพราะมีการถมดินพร้อมต่อการก่อสร้าง เนื่องจากเดิมวางแผนจะก่อสร้างเป็นคลังสินค้า ส่งผลให้ระยะเวลาในการก่อสร้างเร็วขึ้นอย่างน้อย 1 ปี ขณะเดียวกันค่าก่อสร้างก็น้อยกว่าโครงการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 แต่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคน/ปี และเพิ่มหลุมจอดจาก 120 หลุมจอด เป็น 148 หลุมจอดได้เท่ากัน

พร้อมแจง"ประจิน"-ยันใช้เงินน้อยกว่า

ส่วนกรณีที่ พล.อ.อ. ประจิน กล่าวในวันมอบนโยบายให้หน่วยงานในกระทรวงคมนาคมให้เดินหน้าโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 นั้น เบื้องต้นได้ชี้แจงหลักการด้วยวาจาที่ต้องลงทุนโครงการอาคารผู้สารแห่งใหม่ แทนโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 แล้ว แต่คงต้องนำผลการศึกษาอย่างชัดเจนไปเสนอกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง

"รายละเอียดของโครงการจะแล้วเสร็จในเดือนหน้า ซึ่งทาง ทอท. จะนำข้อมูลดังกล่าวทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อไปพูดคุยเรื่องรายละเอียดกับ พล.อ.อ.ประจิน และนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง โดยต้องชี้แจงให้เห็นข้อดีของโครงการนี้ว่า ใช้เงินน้อยกว่าแต่ได้สิ่งที่ ทอท. ต้องการครบหมด โดยหากโครงการผ่านความเห็นชอบจะเริ่มก่อสร้างได้ช่วงปลายปี 2558" นายประสงค์ กล่าว

ศึกษารันเวย์แห่งที่ 3 สำรอง

นอกจากนี้ ให้ศึกษารายละเอียดการก่อสร้างรันเวย์แห่งที่ 3 ระยะทาง 2,900 เมตร แล้วมานำเสนอในที่ประชุมบอร์ดครั้งหน้า เพราะปัจจุบันรันเวย์ที่ 1 และ 2 มีการปิดซ่อมบ่อยครั้ง จึงควรมีการก่อสร้างรันเวย์สำรองไว้ ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะไม่ใช้ประโยชน์รันเวย์ที่ 3 ในเชิงพาณิชย์และการก่อสร้างต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ป้องกันการซึมของน้ำใต้ดินที่เคยทำให้รันเวย์ที่ 1 และ 2 เสียหายไว้ด้วย

ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ ทอท. จ้างเหมา บริษัท สามารถคอมเทค จำกัด ให้บริการและบำรุงรักษาระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (CUTE Check-in) กับบริษัท สามารถคอมเทค จำกัด แต่ให้ทาง ทอท. ต่อราคาวงเงินค่าจ้างที่ บริษัท สามารถเทคคอม เสนอไว้ที่ 2,155 ล้านบาท ให้ลดลงอีก รวมถึงต่อกรมธรรม์ประกันภัยสนามบิน 7 ฉบับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด ในวงเงิน 190 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี

ตั้ง"ประพนธ์"นั่งผอ.สุวรรณภูมิ

นายประสงค์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ นาวาอากาศเอกกันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองผู้อำนวยท่าอากาศยานภูเก็ต (สายปฏิบัติการและบำรุงรักษา) ไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานมาตรฐานท่าอากาศยานและการบิน) นายประวิทย์ ฉายสุวรรณ ที่ปรึกษา 10 ทอท. ไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) และให้นายวิชัย บุญยู้ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) ไปดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญ 10 ทอท. และรักษาการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายพัฒนาธุรกิจและการตลาด)

ระดับผู้อำนวยการท่าอากาศยาน 5 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.นายประพนธ์ ปัทมกิจสกุล รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายการพาณิชย์) ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2.นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศ ไปดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ 10 ทอท. และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต

3. นาวาอากาศเอกวิสูธ จันทนา รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต (สายสนับสนุนธุรกิจ) ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ 4.นายเจษฎา เพชรเม็ดใหญ่ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ด้านสนับสนุนธุรกิจ) ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ และ 5.นายอิทธิพล บุญอารีย์ ผู้เชี่ยวชาญ 10 ทอท. ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีผลในวันที่ 1 ต.ค. นี้

รวมทั้งแต่งตั้ง กรรมการ ทอท. 2 ตำแหน่ง คือ นายมานิตย์ นิธิประทีป เป็นกรรมการแทนนายธงทอง จันทรางศุ ซึ่งลาออกจากตำแหน่ง และนายธานินทร์ ผะเอม เป็นกรรมการแทนนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ซึ่งลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน

โบรกฯชี้ใช้เงินลงทุนลดลง38 %

การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ในมุมมองของโบรกเกอร์ บล.เคเคเทรด ระบุว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2557 ฝ่ายวิจัยได้พูดคุยกับผู้บริหารทอท. โดยระบุว่าจะได้ข้อสรุปแผนขยายสุวรรณภูมิ เฟส 2 เพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคม และรัฐบาลภายในปลายปี 2557

ก่อนหน้านี้ ประธานบอร์ดทอท.เสนอโครงการ Multi-Function Terminal มาทดแทนแผน เฟส 2 เดิม ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่า ชอบโครงการ Multi-Function Terminal มากกว่า เนื่องจากใช้เงินเพียง 38% ของแผนเดิม แต่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่าแผนเดิม โดยโครงการ Multi-Function Terminal ประกอบไปด้วยจุดจอดเครื่องบิน 10 หลุมจอด ระบบสาธารณูปโภค ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Mono Rail) รวมไม่เกิน 2.4 หมื่นล้านบาท รองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศเพิ่มอีก 20 ล้านคนต่อปี (แผนเดิม 15 ล้านคนต่อปี) หากผ่านการอนุมัติ คาดใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี และสามารถเริ่มดำเนินงานได้ภายในปี 2561

กำไรปกติยังคงมีแนวโน้มเติบโตเด่นสุดในกลุ่มการบิน คงประมาณการกำไรปกติปี 2557 ไว้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปี2558 กำไรปกติจะยังเติบโต 16%จากงวดเดียวกันปีก่อน ด้วยสมมติฐานจำนวนผู้โดยสารเติบโต 12%จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ประเมินกำไรโต 3.1 - 3.4 พันล้านต่อปี

นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยบวกมาจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) สถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มคลี่คลาย การแข่งขันของธุรกิจสายการบิน ขณะที่บริษัทการท่าอากาศยาน มีความพร้อมในการรองรองรับผู้โดยสารที่คงปรับเพิ่มจาก เปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารที่ 2 ท่า คือ ดอนเมือง เริ่ม ธ.ค. 2557 และภูเก็ต เฟส 2 เริ่ม พ.ค. 2558 ทั้ง 2 โครงการจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารอีก 15 ล้านคนต่อปี

แนวโน้มการท่องเที่ยวสดใส จากการประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมVISAนักท่องเที่ยวจีนและจีนไทเป เป็นเวลา 3 เดือน และ มาตรการลดหย่อนภาษีที่เกิดจากรายจ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้เติบโตต่อเนื่อง ทำให้กำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/2558 (ต.ค. - ธ.ค. 57) กลับมาฟื้นตัว

นอกจากนี้จะมีการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมสนามบิน ผู้โดยสารในประเทศจาก 100 บาท เป็น 200 บาท และผู้โดยสารต่างประเทศจาก 700 บาท เป็น 800 บาทในปี 2561 ซึ่งทั้งหมดจะหนุนกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 3.1 - 3.4 พันล้านบาท