วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX ฟื้นตัวได้ในปลายสัปดาห์

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (11 - 17 ก.ย. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น โดย DJIA +0.5% หลังผลการประชุมเฟดออกมาตามคาดการณ์ของตลาด ได้แก่ มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0-0.25% และลดวงเงิน QE ลงอีก US$1 หมื่นล้าน เหลือ US$1.5 หมื่นล้านต่อเดือน และอัตราดอกเบี้ยจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง หลังสิ้นสุดโครงการ QE ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง DAX -0.4%, CAC ฝรั่งเศส -0.4% และ FTSE -0.7% จากประเด็นกดดันความกังวลต่อการแยกตัวเป็นเอกราชของสกอตแลนด์

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (11 - 17 ก.ย. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 0.5% ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงลบอย่างดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้นเพียง 6.9% yoy ต่ำกว่าที่ตลาดคาดและเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2551 รวมถึงยอดการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศทำระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี อย่างไรก็ตามฟื้นตัวขึ้นได้หลังธนาคารกลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องทางการเงินเข้า 5 ธนาคารขนาดใหญ่สุดในจีน ด้วยวงเงิน 5.0 แสนล้านหยวน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 - 17 ก.ย. 2557)

แม้ว่าจะเกิดแรงขายทำกำไรช่วงกลางสัปดาห์ เพื่อรอผลการประชุมเฟดในวันที่ 16-17 ก.ย.เพื่อประเมินโอกาสของการพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ SET INDEX ทำระดับต่ำสุดอยู่ที่ 1,565.41 จุด อย่างไรก็ตามกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย อีกทั้งเมื่อจีนออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยอัดฉีดเงิน 5 แสนล้านหยวนให้กับ 5 ธนาคารใหญ่และการประชุมเฟดระบุอัตราดอกเบี้ย Fed Fund Rate จะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง หลังสิ้นสุดโครงการ QE ส่งผลให้ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,570 จุดได้ โดย SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,570.64 จุด ลดลง 11.49 จุด หรือ -0.73% ณ วันที่ 17 ก.ย.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (19 - 25 ก.ย. 2557)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้า “กลางถึงบวก” เป็นสัปดาห์ที่ 2 หลัง SET INDEX ปรับฐานระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังสามารถกลับมายืนเหนือ 1,570 จุดได้ พร้อมกับกระแสเงินทุนต่างชาติที่เลือกลงทุนในตลาดหุ้นไทย แต่ทยอยลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และตลาดหุ้นฟิลิปปินส์

MBKET ประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX สัปดาห์หน้าระหว่าง 1,565/70 - 1,595/1,610 จุด ผลักดันด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติ และเม็ดเงินใหม่จากกองทุน Trigger Funds

กลยุทธ์การลงทุนโดยรวม แนะนำ “รอขายทำกำไรบริเวณ 1,600 จุด +/-“ แต่หากต้องการเข้าเก็งกำไรรอบสั้น นักลงทุนควรจำกัดวงเงิน และเน้นหุ้นกลุ่มธนาคาร / กลุ่มอสังหาฯ เป็นสำคัญ

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุมครม.วันที่ 23 ก.ย. อาจมีการพิจารณาแผนด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติม

2. ติดตามผลการขายกองทุน trigger funds ของ บลจ. ไทยพาณิชย์ ปิดการขายวันที่ 22 ก.ย. วงเงิน 1.5 พันล้านบาท เน้นการลงทุนในกลุ่มธนาคาร และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

3. ติดตามตัวเลขสินเชื่อในกลุ่มธนาคาร ประจำเดือนส.ค. เราคาดว่าจะยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับความเห็นของ ธปท. ต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของการฟื้นตัว

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ จีน - ดัชนี HSBC PMI ภาคการผลิต และ ดัชนีชี้นำ, ดุลการค้าของอินโดนีเซีย - ไทย - ฟิลิปปินส์, อัตราเงินเฟ้อในญี่ปุ่น ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการ ของอียู และ ภาวะการจ้างงานในสหรัฐ

-------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ