แผนการลงทุนชัดเจน หนุนการเติบโตในระยะยาว
Multi-Function Terminal คาดชัดเจนภายในวันนี้
จากการพูดคุยกับ AOT เมื่อวาน คาดวันนี้ (18 ก.ย.) จะได้ข้อสรุปแผนขยายสุวรรณภูมิ Phase 2 เพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลภายในปลายปี 57 โดยก่อนหน้านี้ ประธานบอร์ด AOT (คุณประสงค์ พูนธเนศ) เสนอโครงการ Multi-Function Terminal มาทดแทนแผน Phase 2 เดิม (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ) มุมมองของเรา เราชอบโครงการ Multi-Function Terminal มากกว่า เนื่องจากใช้เงินเพียง 38% ของแผนเดิม แต่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่าแผนเดิม โดยโครงการ Multi-Function Terminal ประกอบไปด้วยจุดจอดเครื่องบิน 10 หลุมจอด ระบบสาธารณูปโภค ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Mono Rail) รวมไม่เกิน 2.4 หมื่นล้านบาท รองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศเพิ่มอีก 20 ล้านคนต่อปี (แผนเดิม 15 ล้านคนต่อปี) หากผ่านการอนุมัติ คาดใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี และสามารถเริ่มดำเนินงานได้ภายในปี 61 ตามแผนเดิม
กำไรปกติยังคงมีแนวโน้มเติบโตเด่นสุดในกลุ่มการบิน
คงประมาณการกำไรปกติปี 57 ไว้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%YoY ขณะที่ปี 58 กำไรปกติจะยังเติบโต 16%YoY ด้วยสมมติฐานจำนวนผู้โดยสารเติบโต 12%YoY (Conservative) ปัจจัยบวกมาจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) สถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มคลี่คลาย การแข่งขันของธุรกิจสายการบิน ขณะที่ AOT มีความพร้อมในการรองรองรับผู้โดยสารที่คงปรับเพิ่มจาก (1) เปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารที่ 2 ท่าฯ ดอนเมือง (เริ่ม ธ.ค. 57) และ (2) โครงการท่าฯ ภูเก็ต Phase 2 (เริ่ม พ.ค. 58) ทั้ง 2 โครงการจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารอีก 15 ล้านคนต่อปี ขณะที่ระยะยาว AOT ยังคงเป็นบริษัทที่มีกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 18%ต่อปี (ปี 58 – 62) มากสุดในกลุ่มธุรกิจการบิน
ผู้โดยสารมีแนวโน้มเติบโต จากการกระตุ้นของภาครัฐ
แนวโน้มการท่องเที่ยวสดใสจาก (1) การประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอรับการตรวจลงตรา (VISA) ให้กับนักท่องเที่ยวที่ถือหนังสือเดินทางของจีนและจีนไทเป เป็นเวลา 3 เดือน (9 ส.ค.- 8 พ.ย.) และ (2) มาตรการลดหย่อนภาษีที่เกิดจากรายจ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะการยกเว้นค่าธรรมเนียม VISA ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนใน ส.ค. เติบโต 32%MoM ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าปกติเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา (เติบโต 19%MoM) แนวโน้มยังมีโอกาสเห็นการเติบโตที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง ต.ค. ที่มี Golden Week (วันชาติจีน) ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิ 1Q58 (ต.ค.- ธ.ค.57) กลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ยังมีโอกาสปรับประมาณการเพิมในอนาคต แนะนำ “เก็งกำไร”
Upside เริมจำกัด หลังราคาปรับเพิมกว่า 18% ในช่วง 3 เดือนทีผ่านมา ทำให้เราปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” มาเป็น “เก็งกำไร” ด้วยมูลค่าเหมาะสมปี 58 ที่ 260 บาท (จากเดิม 222 บาท) แม้จะเป็น Low Season ของภาคการท่องเที่ยว แต่ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกต่อปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศที่คลี่คลาย รวมทั้งผลจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ขณะที่ AOT จะได้ประโยชน์จากการเปิด AEC มากที่สุดในกลุ่มธุรกิจการบิน ทำให้เรามีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการในอนาคต หากการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารดีกว่าที่เราประเมินไว้ และประเด็นปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมสนามบินหนุนกำไรเติบโตเฉลียปีละ 3.1 – 3.4 พันล้านบาท (ค่าธรรมเนียมผู้โดยสารในประเทศจาก 100 บาท เป็น 200 บาท และผู้โดยสารต่างประเทศจาก 700 บาท เป็น 800 บาท) โดยเราคาดว่าการปรับเพิ่มจะเกิดขึ้นในปี 2561 พร้อมโครงการขยายท่าฯ สุวรรณภูมิเริ่มดำเนินงาน (เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ)









