กลับมาเดินหน้า IFF
ปรับเงื่อนไข IFF ใหม่
JAS ปรับเงื่อนไขกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ต จัสมินโกรท (IFF) โดยขายสินทรัพย์เข้ากองทุนฯเฉพาะเส้นใยแก้วนำแสง (OFC) ประมาณ 9.8 แสนคอร์กิโลเมตร (จะส่งมอบ 8 แสนคอร์กิโลเมตรในวันที่ซื้อขาย และอีก 1.8 แสนคอร์กิโลเมตรทยอยส่งมอบภายใน 2 ปี) ส่วน Access Node และ Cable ที่เชื่อมโยงถึงลูกค้า ADSL ไม่ขายเข้ากองทุนฯ รวมทั้งยกเลิกการจำนำหุ้นสามัญของ TTT BB และ TTTI นอกจากนี้ยังปรับการเช่าสินทรัพย์จากกองทุนฯ โดย TTT BB จะเช่าเฉพาะ OFC ประมาณ 80% ตลอดอายุสัญญา การปรับเงื่อนดังกล่าวทำให้กองทุนฯ มีขนาดลดลงเป็น 55,000-70,000 ล้านบาท (เดิม 60,000-70,000 ล้านบาท) นอกจากนี้เราคาดว่า JAS รับรู้กำไรทางบัญชีจากการขายสินทรัพย์ลดลงจากเดิมที่มีมูลค่าสุทธิหักภาษีราว 13,000 - 22,300 ล้านบาท คิดเป็นกำไรทางบัญชีต่อหุ้น 1.80 - 3.10 บาท (กำไรจากส่วนต่างมูลค่ายุติธรรมทรัพย์สินกับมูลค่าตามบัญชีปีที่ส่งมอบทรัพย์สิน)
คดี TT&T ฟ้อง ACU ยังเป็นความเสี่ยง
JAS ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลของการปรับเงื่อนไข IFF ใหม่ เรามองว่าเพื่อลดความเสี่ยงจากคดี TT&T ฟ้อง ACU ซึ่งขั้นตอนจากนี้ JAS จะต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 ต.ค.นี้ (ต้องได้รับเสียงอนุมัติไม่น้อยกว่า 75% ไม่นับส่วนผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย) เรามองว่าการลงมติของผู้ถือหุ้นไม่น่ากังวล ขณะที่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความเห็นของ กลต ต่อคดี TT&T ฟ้อง ACU ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ TTTBB (เป็นผู้ขายและเช่าสินทรัพย์กับกองทุนฯ) ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลและผลของคดียังไม่สิ้นสุด ในมุมมองเราเชื่อว่า IFF มีโอกาสเกิดน้อย
IFF ไม่จำเป็นต่อ JAS
แม้การระดมทุนครั้งใหญ่ด้วยการขายทรัพย์สินจัดตั้ง IFF มูลค่าราว 55,000 - 70,000 ล้านบาท จะทำให้ JAS มีแหล่งเงินทุนที่มั่นคงรองรับการเติบโตและทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น แต่หากพิจารณาฐานะการเงินของบริษัท ณ มิ.ย.57 มีอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ราว 0.15 เท่า และมีเงินสดในมือราว 2,200 ล้านบาท เรามองว่า JAS มีทางเลือกระดมทุน เนื่องจากบริษัทมีฐานะการเงินดีกว่าคู่แข่งอย่าง TRUE ซึ่งมีทางเลือกระดมทุนน้อยกว่า ประกอบกับเราคาดว่า JAS จะมี EITDA ช่วง 3 ปีข้างหน้า เติบโตเฉลี่ย 11% (CAGR 2557 - 2559) หรือมี EBITDA ปีละ 5,000 - 6,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้เงินลงทุนต่อปี 2,000 ล้านบาท สำหรับขยายโครงข่ายและเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ
คงมุมมองต่อปัจจัยพื้นฐาน
การยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาคดี TT&T ฟ้อง TTT BB เรามองว่ามีโอกาสที่ศาลจะยกคำร้อง ทำให้ยังไม่เห็นปัจจัยลบใหม่ต่อ JAS โดยเราคงมุมมองต่อปัจจัยพื้นฐานบริษัท คาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ 3 ปีข้างหน้าจะมีกำไรเติบโตเฉลี่ย 13% (CAGR 2557-2559) และคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอให้อัตราตอบแทนเงินปันผลต่อปี 3-4% ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2558 ที 8.15 บาท (รวมผลกระทบ 2 คดี)









