วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ICHI - ซื้อ

บุกอินโดฯ - คาดกำไรโต 2 เท่า ใน 2 ปี

ประเด็นการลงทุน

หลัง ICHI ประกาศบุกตลาดอินโดนีเซียผ่านกิจการร่วมค้า เรามองว่าพื้นฐานของบริษัทได้เปลี่ยนไป โดยประเด็นกดดันด้านมูลค่าตลาดซึ่งเดิมจำกัดอยู่เพียงแต่ในประเทศหมดไปแล้ว เราคาดว่าการบุกตลาดอินโดนีเซียด้วยเป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ใน 5 ปี เป็นเรื่องที่ศักยภาพของบริษัทสามารถทำได้ เนื่องจากบริษัทมีหุ้นส่วนที่ดีอย่าง PT AtriPasifik ซึ่งมีช่องทางกระจายสินค้าไปสู่ร้านค้ากว่า 10,000 แห่งทั่วอินโดนีเซีย โดยเราคาดใน 2 ปีแรก ICHI จะได้ประโยชน์จากการส่งสินค้าไปจำหน่ายจนกว่าโรงงานในอินโดนีเซียจะสร้างเสร็จ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตใหม่ หนุนกำไรโต 2 เท่า ภายใน 2 ปี จากพื้นฐานของบริษัทที่เปลี่ยนไป เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากถือ ด้วยราคาเป้าหมาย 30 บาท

ขยายตลาดสู่อินโดนีเซีย

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการขยายตลาดต่างประเทศ เนื่องจากส่งผลให้ประเด็นกดดันด้านมูลค่าตลาดจำกัดแต่เพียงในประเทศหมดไป โดย ICHI ลงทุนในกิจการร่วมค้ากับ PT AtriPasifik โดยในปีแรกตั้งเป้ายอดขาย 1,000 ล้านบาท ซึ่งเรามองว่าสามารถทำได้ไม่ยากเนื่องจากมูลค่าตลาดชาในอินโดนีเซียใหญ่มาก (ประมาณ 70,000 ล้านบาท) ประกอบกับศักยภาพของ PT AtriPasifik ที่มีเครือข่ายการกระจายสินค้าไปสู่ร้านค้ากว่า 10,000 แห่งทั่วอินโดนีเซีย ซึ่งในช่วง 2 ปีแรก จะจัดส่งสินค้าไปจากประเทศไทยประกอบกับการจ้าง OEM ที่อินโดนีเซียผลิต ซึ่งเงินลงทุนเบื้องต้นเป็นเพียงค่าการตลาดประมาณ 150 ล้านบาทเท่านั้น

เพิ่มกำลังการผลิต หนุนมาร์จิ้นระยะยาว

เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจาก กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นซึ่งช่วยลดสัดส่วนการจ้าง OEM ผลิต โดยบริษัทขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายในสิ้นปี 2014 บริษัทจะมีกำลังการผลิตรวม 5 สายการผลิตที่ 1,000 ล้านขวดต่อปี และสายการผลิตใหม่ซึ่งกำลังจะเสร็จในช่วงต้นปี 2015 หนุนกำลังการผลิตเป็น 1,200 ล้านขวดต่อปี ส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพียงพอที่จะส่งสินค้าไปจำหน่ายที่อินโดนีเซีย และยังมีเพียงพอที่จะรับจ้างผลิตในกับลูกค้ารายอื่นด้วย ล่าสุดบริษัทเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างการเจรจารับจ้างผลิตให้กับ hypermarket รายหนึ่งอยู่ ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ

ปรับประมาณการและคำแนะนำขึ้น

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2015-16 ขึ้น 11% และ 33% เป็น 1,652 และ 2,390 ล้านบาท คิดเป็น 1.27 และ 1.84 บาทต่อหุ้น เนื่องจากความพร้อมในสายการผลิตใหม่ช่วยลดสัดส่วนการจ้าง OEM ผลิตลง คาดหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงในระดับ 35% ได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแผนการเปิดตลาดใหม่จะเป็นปัจจัยช่วยหนุน ICHI ให้สามารถใช้กำลังการผลิตได้เต็มที่ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดในไทยที่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นที่รู้จักดีในตลาด จากปัจจัยพื้นฐานและความศักยภาพของบริษัทที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ และปรับราคาเป้าหมายเป็น 30 บาท