วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขสมก.เสนอรัฐบาลล้างหนี้5.8หมื่นล้าน

ขสมก.เสนอรัฐบาลล้างหนี้5.8หมื่นล้าน แผนฟื้นฟูกิจการ ชู3ยุทธศาสตร์ หวังหยุดขาดทุนใน6ปี

ขสมก. เสนอแผนฟื้นฟูกิจการ ระยะ 10 ปี ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ "ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้-ยกคุณภาพบริการ" พร้อมเล็งเสนอคลังช่วยล้างหนี้ 5.8 หมื่นล้าน จากโครงการประชานิยม คาดหยุดขาดทุนตั้งแต่ปีที่ 6 หลังจากนั้นเริ่มเลี้ยงตัวเองได้

นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก. ได้ส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด พิจารณาแล้ว

แผนฟื้นฟูดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินงาน 10 ปี ระหว่างปี 2558-2567 ประกอบด้วย 14 แผนงาน 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และเพิ่มคุณภาพในการบริการ มีเป้าหมายให้ ขสมก. เป็นหน่วยงานที่ให้บริการขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อเครือข่ายการเดินทางกับระบบราง หากแผนดังกล่าวสำเร็จจะทำให้ ขสมก. หยุดขาดทุนได้ในปีที่ 6 และเป็นองค์กรที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่จะยังไม่มีกำไรในช่วง 10 ปีแรก

สำหรับยุทธศาสตร์ปรับลดค่าใช้จ่ายประกอบด้วย 5 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการจัดหารถเมล์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) เป็นเชื้อเพลิงจำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162.200 ล้านบาท เพื่อทดแทนรถเมล์ที่ใช้ดีเซล 2. โครงการสร้างอู่จอดรถเมล์ใหม่ 5 แห่ง ในปี 2558 วงเงิน 253.89 ล้านบาท เพื่อลดภาระค่าเช่าอู่เอกชน

3. โครงการปรับปรุงเส้นทางเดินรถเมล์จากปัจจุบันที่มีอยู่ 210 สาย ให้เหลือ 186 เส้นทาง 4. โครงการระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียจากการเก็บค่าโดยสารไม่ครบถ้วน ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และเตรียมพร้อมเชื่อมโยงระบบบัตรโดยสารร่วม

5. โครงการสมัครใจเกษียณอายุก่อนกำหนด เบื้องต้นระหว่างปี 2558-2559 มีแผนปรับลดพนักงานลง 2,000 คน/ปี ด้วยงบประมาณ 2,600 ล้านบาท ส่งผลให้ ขสมก. เหลือพนักงาน 9,000 คน ในปี 2559 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 13,000 คน ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการเดินรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากอัตราพนักงานต่อการบริหารการเดินรถ 1 คัน ลดลงจาก 4.6 คน/คัน เหลือ 2.4 คน/คัน

นอกจากนี้เตรียมปรับโครงสร้างองค์กรโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.หน่วยงานบริหารจัดการเดินรถ มีหน้าที่บริหารการเดินรถของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. ด้วยการกำหนดมาตรฐานและเงื่อนไขขั้นต่ำที่เหมาะสมให้ผู้ประกอบการทุกรายถือปฏิบัติเพื่อให้การบริการมีมาตรฐานเดียวกัน

2. หน่วยงานปฏิบัติการเดินรถ มีทำหน้าที่เดินรถเมล์ของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. โดย ขสมก.จะปรับเขตการเดินรถทั้ง 8 เขต เป็นเชิงธุรกิจในรูปแบบหน่วยธุรกิจ (Business Unit) 8 หน่วย ภายในปี 2559 แล้วกำหนดให้แต่ละเขตการเดินรถมีการจัดทำงบกำไร ขาดทุนจากการดำเนินงานเสนอมายังส่วนกลาง เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดการดำเนินการที่ชัดเจน

ทั้งนี้ ขสมก. เป็นหน่วยงานที่มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการ เพราะไม่สามารถจัดเก็บค่าโดยสารตามต้นทุนที่แท้จริง ปัจจุบันมีหนี้สะสม 90,000 ล้านบาท โดย 65% หรือประมาณ 58,500 ล้านบาท มาจากการกู้ยืมเพื่อนำมาชำระค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมซึ่งเกิดจากการดำเนินนโยบายจัดเก็บค่าโดยสารในราคาต่ำกว่าต้นทุนตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้เป็นหนี้ที่เกิดจากการบริหารจัดการของ ขสมก. ดังนั้น ขสมก. จึงเสนอให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเข้ามาเป็นผู้รับภาระการชำระหนี้ในส่วนนี้แทน

“ขสมก. มีภาระหนี้ที่เกิดจากการดำเนินตามนโยบายของรัฐประมาณ 58,500 ล้านบาท จึงได้ประสานกระทรวงคมนาคมช่วยเจรจากับกระทรวงการคลัง ให้เข้ามารับภาระหนี้ในส่วนนี้ทั้งหมดเพื่อลดภาระหนี้ให้กับ ขสมก. ตามความเหมาะสม”นายนเรศกล่าว

ส่วนยุทธศาสตร์การเพิ่มรายนั้น ขสมก. ตั้งเป้าจะบริหารทรัพย์สินในเชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณอู่รถเมล์ของ ขสมก. เอง โดยในปี 2558 จะทยอยประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้ามาร่วมเสนอแผนพัฒนาอู่รถเมล์เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ นำร่อง 4 อู่แรก ที่อู่รถเมล์บางเขน มีนบุรี สวนสยาม และแสมดำ

สำหรับยุทธศาสตร์เพิ่มคุณภาพของการบริการ จะมีการติดตั้งระบบตรวจสอบและติดตามการเดินรถ (จีพีเอส) เพื่อควบคุมการเดินรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารงานให้ดียิ่งขึ้น เช่น ยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการรถโดยสารประจำทาง (ISO 9001 : 2008) เป็นต้น