ช่วงเวลาที่เหลือก่อนเกษียรของ'พงษ์เชิด จามีกรกุล'สร้างทีโอเอเป็นองค์กรตำนานส่งมอบความยิ่งใหญ่ส่งต่อรุ่นหลัง
ถือฤกษ์งามยามดี วันที่ 9 เดือน 9 เฉลิมฉลององค์กรครึ่งศตวรรษ หรือครบรอบ 50 ปี อวดอาณาจักรสียิ่งใหญ่ของ "ทีโอเอ” หนึ่งในผู้นำตลาดสีทาอาคารของไทย ที่ผ่องถ่ายทัพบริหารตั้งแต่ผู้ก่อตั้งอย่าง “ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ” ประธานบริหาร กลุ่มบริษัททีโอเอ สู่ลูกชาย “โอ จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ” รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ทีโอเอ
ปัจจุบันองค์กรยังถูกขับเคลื่อนโดยนักบริหารนาม "พงษ์เชิด จามีกรกุล" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด
พงษ์เชิด คือลูกหม้อของทีโอเอ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับองค์กรแห่งนี้มาเกือบ 2 ทศวรรษ
ที่สำคัญเขาตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่า "อีก 3 ปี" เจ้าตัวจะขอเกษียณตัวเองจากเก้าอี้เอ็มดีในวัย 55
ทว่า...ก่อนทิ้งทวน จะต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญให้กับองค์กรแห่งนี้ เสร็จเสียก่อน !
“ทำงานที่นี่ Goal ของตัวเอง คือพยายามทำให้ได้ Goal ขององค์กร” เขาหัวเราะ ก่อนเล่าพันธกิจใหญ่ของผู้ก่อตั้งทีโอเอ ที่หมายมั่นปั้นบริษัทและผลิตภัณฑ์สี “ทีโอเอ” ให้เป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค หรือ Regional Brand เพราะตลาดสีในเวทีระดับอาเซียน และเอเชีย พี่ใหญ่ล้วนเป็นแบรนด์จากชาติจากยุโรปและอเมริกา
แล้วทำไมแบรนด์ไทยจะไปยืนเด่นเป็นสง่ากับเขาบ้างไม่ได้ !
ทีโอเอจึงติดป้ายเพื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับพนักงาน ด้วยคำว่า “GO ASIA” พร้อมติดตั้งนาฬิกาบอกเวลาของ 10 ชาติในอาเซียนไว้ที่บริษัท ย้ำเตือนพนักงานทุกคนให้เห็นเป้าหมายใหญ่ร่วมกันที่จะมุ่งไปให้ถึงเส้นชัย
กับเป้าหมายการติดอันดับ 7 ผู้เล่นตลาดสีในเอเชีย ภายในปี 2560 หรือในอีก 3 ปีจากนี้
ในวันที่เขาเกษียณพอดี !
นอกจาก GO ASIA แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่เขาหยิบมาเล่าคือ Go green ที่ต้องอยู่ในใจของพนักงานทีโอเอทุกคน นั่นคือ "มิติใหม่" ในแง่ความใส่ใจสุขภาพให้ผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ความปลอดภัยในตัวสินค้า
“ไม่ว่าจะ Go green หรือ Go Asia ในมิติของทีโอเอ มีความสำคัญใกล้เคียงกัน เราหวังว่าจะสามารถ Green Go Asia ได้สักวันหนึ่ง”
เขายังระบุว่า ทุกวันนี้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวก้าวเดินไปไกลมากแล้ว เพราะปัจจุบันขยายตลาดสีไปยัง 7 ประเทศในอาเซียน ยกเว้น 3 ประเทศ ได้แก่ บรูไน สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ที่ยังหาจังหวะ ขณะที่โรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิตสีปักหมุดไว้แล้ว 5 ในประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ลาว และพม่า
“แน่นอนว่าทีโอเอต้องการเป็น Regional Brand เพราะท่านประธาน ตั้งปณิธานไว้ว่าอยากให้ทีโอเอเป็นความภาคภูมิใจของอาเซียน"
บุกมาหลายประเทศ ทีโอเอเติบโตและเรียนรู้ตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว ด้วยประสบการณ์และสิ่งที่องค์กรมี ประกอบกับ การคร่ำหวอดในการจัดจำหน่าย มุมมองด้านการตลาด รวมถึงความเข้าใจพื้นฐานผู้บริโภค เหล่านี้ล้วนเป็นแต้มต่อทางธุรกิจในสายตาของพงษ์เชิด
“เราเข้าใจตลาดดีกว่าคู่แข่งที่มาจากเมืองหิมะตก (สหรัฐ-ยุโรป) เพราะเราเป็นคนเอเชียด้วยกัน ส่วนกระสุนทุนไม่อยากวัดว่าใครเป็นต่อใคร เพราะแม้ทุนข้ามชาติจะสเกลใหญ่ แต่สำหรับผมไม่มีนัยยะสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันมากนัก”
สเกลธุรกิจที่แตกต่างกันกับคู่แข่งต่างชาติ ยังถือเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่ส่วนตัวมองว่าจะต้องก้าวข้ามและไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ และมองข้ามช็อตไปถึงระดับ “โลก” โดยเห็นว่าตลาดสีในโลกนี้ ยังมี “ช่องว่าง” ให้ขยายไปได้อีกมาก
“จริงๆ ยังมีช่องว่างที่จะไปต่อได้ ต่อไปเราอาจพูดถึงอันดับ 5 อันดับ 4 อันดับ 3 เป็นมิติที่เราจะต้องข้ามไปให้ได้ หากพูดถึงเอเชีย ก็ยังมีมิติที่ให้เราไปได้ อย่างเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก หรือแม้แต่ในทวีปอื่น ยุโรป ออสเตรเลีย หรือแม้แต่มิติของผลิตภัณฑ์เราก็ยังสามารถขยายออกไปได้อีกมาก รวมทั้ง Coating ยังเติบโตได้ทั้งสีเคลือบวัสดุอื่น เช่น ไม้ อุตสาหกรรมหนักฯ ยังมีความท้าทายอีกมากที่เรายังเติบโตไปได้ เพียงแค่ช่วงเวลาจากนี้ไปถึงตอนนั้น เราต้องกลับมาเตรียมตัวเองก่อน ทั้งบุคลากร ทีมค้นคว้าและวิจัย การผลิต”
ในมุมการบริหารจัดการองค์กร พงษ์เชิด ยังกล่าวว่า ก่อนที่เขาจะเกษียณ ยังอยากเห็นทีโอเอเป็นองค์กรแห่งตำนาน สร้างให้เป็นเจเนอเรชั่น ที่วันหนึ่งส่งมอบความยิ่งใหญ่ได้ต่อเนื่อง
เหมือนผมโชคดีที่ผู้ก่อตั้งส่งไม้ต่อให้ลูกผู้ก่อตั้ง ลูกผู้ก่อตั้งก็มาส่งให้ผมสร้างในฐานะผู้บริหารมืออาชีพ จึงเป็นความฝันของผมที่ต้องการสร้างทีโอเอให้เป็นตำนาน บนความยิ่งใหญ่ในธุรกิจสี แล้วส่งมอบให้รุ่นสู่รุ่น เพื่อให้ทีโอเอคงความยิ่งใหญ่ให้นานเท่านาน เขาเล่า
“ผมคุยกับคุณประจักษ์ และคุณโอ (จตุภัทร์) อยู่ตลอดเวลาว่าเราจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ล่มสลาย เราจึงพยายามจะสร้างคน ทีมงานที่มีความรู้ความเข้าใจในแต่ละสายงานทั้งโลจิสติกส์ สินค้า ตลาดต่างประเทศ ในเจนฯต่างๆ สร้างทีมวิจัยและพัฒนา(R&D) ให้แข็งแกร่งเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีออกมาในอนาคต และเพื่อเป็นทางให้ทุกคนเห็นว่า เมื่อใครก็ตามที่จะส่งมอบหน้าที่ ยังไงก็ต้องเดินในแนวทางนี้ให้ก้าวไปข้างหน้าได้”
ตลอด 50 ปี ทีโอเอ วางรากฐานอาณาจักรให้เติบใหญ่อย่างแข็งแกร่ง เพื่อจะส่งไม้ต่อให้ Successor หรือผู้นำคนถัดไป
พงษ์เชิด ยังสกัดดีเอ็นเอขององค์กรครึ่งศตวรรษแห่งนี้ไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 1.ความเชี่ยวชาญ (Expertise) พนักงานทีโอเอทุกคนจะต้องมีดีเอ็นเอในความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในงานที่ตัวเองทำอยู่ 2.จะต้องเป็นคนลงมือทำ (Execution) อย่ามีความชำนาญแล้วไม่ลงมือทำ
3. สิ่งที่คุณต้องทำคือทำเพื่อลูกค้า นั่นคือ Customer come first เมื่อคุณเชี่ยวชาญ คุณลงมือทำ คุณต้องทำเพื่อลูกค้า เมื่อทำเพื่อลูกค้า 4.ถ้าจะทำขอให้ทำด้วยความมุ่งมั่น คือ Passion ตั้งใจที่จะทำให้เขา เมื่อตั้งใจที่จำให้เขาแล้ว โลกหรือสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป และ 5.คุณก็ต้องเปลี่ยน ต้องเปลี่ยน (Change)
“นี่คือเรื่องที่ผมพยายามประมวลจากสิ่งที่คุณประจักษ์ประสบความสำเร็จมาตลอด 40-50 ปี และเป็นสิ่งที่ผมต้องการสื่อสารให้คนทีโอเอเข้าใจ เพื่อส่งไม้ต่อให้ทีโอเอยิ่งใหญ่ด้วยเรื่องเหล่านี้”
และนี่ยังเป็นเหตุผลให้เขายังคงหาเวลาพูดคุยกับพนักงาน 2,000-3,000 ชีวิตในองค์กรอย่างน้อยสัก 5 นาที
เพื่อปลูกฝังดีเอ็นเอนี้ ให้คนทีโอเอทุกคน





