วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

'ไฮเนเก้น'หนุนเก็บภาษีตามราคาขายปลีก

"ไฮเนเก้น" หนุนสรรพสามิตคำนวณภาษีแอลกอฮอล์ จาก "ราคาขายปลีกแนะนำ" แทนราคาขายส่งช่วงสุดท้าย

แจงมีความเป็นธรรมมากกว่า เหตุมีราคากำหนดชัดเจน ไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ คาดบังคับใช้กฎหมายใหม่ ก่อนวันที่ 1 ม.ค.59

นายปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กรบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบียร์ไฮเนเก้น เปิดเผยว่า บริษัทเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ทั้งหมด (รวม 7 ฉบับเหลือฉบับเดียว) โดยวัตถุประสงค์หลักของภาครัฐระบุชัดว่าต้องการให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย มากกว่ามุ่งหวังที่จะจัดเก็บรายได้เพิ่ม

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างดังกล่าวยังเป็นครั้งแรกที่ภาครัฐเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิตในรูปของการตั้งคณะทำงานร่วม โดยมีตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มาร่วมแสดงความคิดความเห็น จากที่ผ่านมาการออกกฎหมายจะพิจารณาโดยหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น

ขณะที่ร่างกฎหมายดังกล่าว จะมีการเปลี่ยนวิธีคำนวณจากการคำนวณจาก "ราคาหน้าโรงงานอุตสาหกรรม" มาใช้เกณฑ์ "ราคาขายปลีกแนะนำ" ที่ผู้ประกอบการหรือผู้นำเข้ากำหนดให้ผู้บริโภคทั่วไปรายสุดท้ายโดยเปิดเผย ส่วนตัวเห็นว่าวิธีการดังกล่าว จะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมในการกำหนดราคา เมื่อเทียบกับการเก็บภาษีแบบเดิมที่คิดจากราคาหน้าโรงงานฯ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย (ในกรณีของภาษีแอลกอฮอล์) ซึ่งยังพบความไม่เป็นธรรมจากราคาขายส่งของผู้ประกอบการแต่ละรายที่ไม่เท่ากัน กระทบต่อความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน

ด้านแหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่ม กล่าวว่า กระบวนการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวจะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากกระทรวง รัฐบาล และนำเข้าเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ต่อไป เพื่อให้ประกาศใช้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 ตามระยะเวลาการทำงานของสนช.

ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการมีความกังวลคือช่วงของการพิจารณาร่างกฎหมายโดยสนช. หากมีความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือขั้นการแปรญัตติ จนร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องตกไป แล้วกลับไปใช้กฎหมายฉบับเดิม

ขณะที่ร่างกฎหมายดังกล่าว ยอมรับว่า กลุ่มสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจะเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นบัญชีแนบท้าย 111 รายการ ที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิต ได้เรียกผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยมีตัวแทนจากผู้ประกอบการบริษัทต่างๆ เข้าประชุมจำนวนมาก เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) บริษัท สยามไวเนอรี่ จํากัด บริษัท บางกอกเบียร์แอนด์เบเวอเรจ จํากัด ผู้นำเข้าไวน์ สุราขาวต่างประเทศฯ, สมาคมผู้ประกอบการไวน์ไทย, บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) เป็นต้น โดยไม่มีตัวแทนจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเบียร์เข้าร่วมประชุม แต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ บริษัทสิงห์ฯได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าควรจะคำนวณจากปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศส่วนใหญ่ใช้กัน