ได้เวลาซื้อ
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ : จากการที่ราคาหุ้น MC ได้ปรับตัวลดลง 12.6% ตั้งแต่วันที่เราได้ออกรายงานไปครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2557 เรามองว่า ณ ระดับราคาในปัจจุบันเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมหุ้น เนื่องจากด้วยมีเรื่องราวการเติบโตในระยะยาวที่แข็งแกร่งและมีการจ่ายเงินปันผลที่ดี นอกจากนี้ ขณะที่สมมติฐานของเราส่วนใหญ่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่เราได้ปรับปีฐานของเราไปเป็นช่วงสิ้นปี 2558 และมีมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 23.00 บาท เทียบกับ 20.60 บาทในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ ราคาปิดล่าสุดอิงมูลค่าที่น่าสนใจที่ PER ปี 2557-2558 ที่ 17.2 เท่าและ 14.1 เท่าตามลำดับ เทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สำหรับกำไรต่อหุ้น (EPS) ในช่วงปี 2557-2559 ที่ 19.8% เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำของเราเป็น "ซื้อ" จาก "ถือ"
เมื่อโอกาสมาถึงที่ : ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงเหลือ 18.00 บาทหลังตลาดปิดในวันที่ 4 ก.ย.2557 เทียบกับราคาเปิดที่ 20.60 บาทในวันที่ 15 ส.ค. 2557 ทำให้ราคาหุ้นในปัจจุบันสะท้อนถึง upside ที่อาจจะเกิดขึ้นที่ 27.8% ต่อมูลค่าพื้นฐานของเรา นอกเหนือจากนี้ เรามองว่าระดับ PER ปี 2557-2558 ที่ 17.2 เท่าและ 14.1 เท่านั้น เป็นระดับที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของ EPS ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 22.1% และ 17.5% ในช่วงปี 2558-2559 ในเชิงเปรียบเทียบกับบริษัทคู่แข่ง อัตรา PER มีความน่าดึงดูดมากกว่าระดับค่าเฉลี่ยในอดีต 5 ปีที่ 25.2 เท่าในกลุ่มพาณิชย์
สมมติฐานการฟื้นตัวของกำไรยังคงเดิม : จากที่เราได้กล่าวไปแล้ว ในรายงานก่อนหน้า เราคาดว่ากำไรของ MC จะพลิกพื้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 โดยมีแรงขับเคลื่อนมาจากยอดขายตามฤดูกาลที่ปกติจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยข้อมูลในอดีตของบริษัทได้แสดงให้เห็นถึงกำไรในไตรมาสสุดท้ายที่สูงกว่าตัวเลขในไตรมาสอื่นๆ ในกรอบ 39%-55%
สำหรับอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ MC อาจจะอยู่ในกรอบ -5% ถึง 5% ในปี 2557 แต่เราเชื่อว่าบริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตของยอดขายประจำปีที่ 20%-25% โดยมีแรงหนุนมาจากแผนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัท นอกจากนี้ เมื่อช่วงสิ้นปีไตรมาสที่ 2/57 เครือข่ายของ MC โตขึ้นเป็น 656 จุดขาย (PoS) จาก 613 PoS ในปี 2556 ขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัทไทม์ เดคโค (TDC) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 79 PoS จาก 70 PoS ในปี 2556 ทั้งนี้ เราคาดว่า MC และ TDC รวมกันแล้ว จะเพิ่มสาขาใหม่อีก 110 สาขาในส่วนของเครือข่ายภายในประเทศในปีนี้
คาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4.5%-5.9% ในปี 2557-2559 : นอกเหนือจากการจ่ายเงินปันผลที่ 584 ลบ. สำหรับผลการดำเนินงานปี 2556 ของบริษัท อิงอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 80% MC ก็มีแผนการที่จะจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นที่ 0.40 บาท สำหรับการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ซึ่งคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ราวๆ 84% จากการที่มีเงินสดในมือและการลงทุนในระยะสั้นทั้งหมดที่ 1,852 ลบ. เมื่อช่วงสิ้นไตรมาส 2/57 เราก็เชื่อว่า MC จะสามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจในช่วงปี 2557-2559
เราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลของเราขึ้นเป็น 70% จาก 50% ทั้งนี้ราคาปิดล่าสุดได้สะท้อนถึงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4.5%-5.9% ในช่วงปี 2557-2559
Upside จากข้อตกลงการควบรวมกิจการที่อาจจะเกิดขึ้น : จากข้อมูลของบริษัท MC คาดว่าจะมีข้อสรุปสำหรับข้อตกลงการควบรวมกิจการด้วยมูลค่าการลงทุนที่คาดว่าจะอยู่ที่ 300-500 ลบ. ภายในปี 2557 แม้ว่า MC จะยังคงอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทเป้าหมาย แต่เราคาดว่าข้อตกลงดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริงก็จะช่วยสนับสนุนแผนการการเติบโตของบริษัทในระยะยาวได้และทำให้มี upside ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประมาณการปัจจุบันของเรา
การปรับตัวเพิ่มขึ้นของตัวเลข SSSG การขยายเครือข่าย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงจากการบูรณาการธุรกิจของ TDC และผลสำเร็จของข้อตกลงการควบรวมกิจการ








