วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PYLON - ถือ

Stretched valuation, sub-par growth - downgraded to HOLD

ประเด็นการลงทุน

เราแนะนำ ถือ (ปรับลดคำแนะนำลงจาก ซื้อ) เนื่องจาก valuation ที่แพงอิง PEG 1.4x (ปี 2015 คาดโตเพียง 11%) หรือ PE +1.2SD เหนือค่าเฉลี่ยระยะยาว อย่างไรก็ตาม เรามองว่าหากราคาหุ้นปรับลง เพราะแรงขายทำกำไร-Fully Value และผิดหวังผลการดำเนินงาน 3Q14 ชะลอตัว จะเป็นโอกาสที่ดีในการ ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เนื่องจาก แนวโน้มอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างงานโครงสร้างพื้นฐานที่ยังสดใส และพื้นฐานบริษัทฯที่ยังคงแข็งแกร่ง

ราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีหมดแล้ว

ถึงแม้บริษัทมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่เรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนประเด็นเชิงบวกต่างๆไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากงานในมือที่เพิ่มขึ้น เราได้ปรับเพิ่มกำไรปี 2015 ขึ้น 14% เป็น 217 ล้านบาท และ 2016 ขึ้น 18% เป็น 247 ล้านบาท และ ราคาเป้าหมายใหม่อิงกับประมาณการกำไรในปี 2015 เป็น 8.70 บาท อิง PE 15 เท่า อย่างไรก็ดีเรามองว่า ระดับราคาปัจจุบันที่เป็น all time high และ valuation ที่ซื้อ-ขาย บน PE +1.2SD เหนือค่าเฉลี่ยระยะยาว (ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในอดีต) ประกอบกับ PEG ที่สูงถึง 1.4x จากอัตราการเติบโตที่ลดลงเหลือเพียง 11% จากปีก่อนที่ 23% เราจึงปรับลดคำแนะนำลงเป็น ถือ

คาดกำไร 3Q14 ตกต่ำ

เราคาดผลประกอบการ 3Q14 จะตกต่ำที่สุดของปี จากการเลื่อนงานคอนโดของ AP ออกไป ซึ่งเรามองว่าเป็นจังหวะในการสะสมหุ้นหากราคาหุ้นปรับลงมาจากการวิตกผลประกอบการระยะสั้น ซึ่งบริษัทมี backlog รอรับรู้ในช่วง 3Q14 เพียง 287 ล้านบาท และ 410 ล้านบาทใน 4Q14 อย่างไรก็ดีงานในมือทั้งหมดที่รอรับรู้ในปีนี้ประมาณ 700 ล้านบาท ได้รองรับเป้าหมายรายได้ไว้ทั้งหมดแล้วจึงทำให้มั่นใจได้ถึงแนวโน้มรายได้และผลกำไรที่เราคาดการ

Backlog ปี 2015 ยังอยู่ในระดับต่ำ

เรามองว่า PYLON ยังคงมีความเสี่ยงในแง่ของ backlog ปี 2015 ที่ขณะนี้มีเพียง 101 ล้านบาท (คิดเป็นเพียง 7% ของเป้าหมายรายได้ที่คาดการ) ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอประมูลงานอยู่อีกประมาณ 1,700 ล้านบาท ประกอบไปด้วยงานรากฐาน 800 ล้านบาท และงานก่อสร้างอีก 900 ล้านบาท ซึ่งหากบริษัทได้รับงานที่เป็น backlog ระยะยาวจะช่วยให้แนวโน้มการเติบโตชัดเจนยิ่งขึ้น

แนวโน้มอุตสาหกรรมยังคงสดใสและยังมี upside หากบริษัทได้รับงาน เนื่องจากตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป จะมีความต้องการผู้รับเหมาเสาเข็มเจาะเป็นจำนวนมากทั้งจากงานภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวโครงการใหม่ หมอชิต-สะภาพใหม่-คูคต มูลค่างานโยธา 2 หมื่นล้านบาท และโรงซ่อมบำรุงและตึกจอดรถอีก 3.7 พันล้านบาท ซึ่งเราคาดจะมีมูลค่างานฐานรากประมาณ 4 พันล้านบาท และงานเอกชน ที่จะสร้างคอนโดตามแนวรถไฟฟ้า