วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แผนคูปองทีวีดิจิทัลส่อสะดุด ถกกรมปกครองช่องทางแจก

โครงการแจกคูปองดิจิทัลส่อเค้าวุ่น เลขาฯ กสทช.รับกองสลากแจงปัญหาขั้นตอนพิมพ์ล็อตแรกไม่ทันต.ค.นี้

หารือกรมการปกครองหาช่องทางกระจายคูปอง ยันแจกตามแผนเดิม จับตาวาระบอร์ดกสท.ถกช่อง3 วันนี้ ลุ้นเพิ่มปมกฎมัสต์ แฮฟ ถ่ายทอดเอเชี่ยนเกมส์ หลัง"ทีวีพูล"ขอยิงสดพ่วงช่อง3อนาล็อก

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ประเด็นหนึ่งคือให้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เร่งแจกคูปองทีวีดิจิทัลให้กับประชาชน และแก้ปัญหาข้อขัดแย้งๆ ต่างอย่างรอบคอบ

ขณะที่สำนักงาน กสทช. ประกาศขั้นตอนการแจกคูปองทีวีดิจิทัล โดยคูปองมีมูลค่า 690 บาท เริ่มแจกวันที่ 15 ต.ค.นี้ ปีนี้กำหนดแรกรวม 45 จังหวัด จำนวน 11.45 ล้านครัวเรือน จากนั้นในสิ้นปี 2558 แจกครบทั่วประเทศ จำนวน 22.9 ล้านครัวเรือน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่าขณะนี้เกิดปัญหาเรื่องขั้นตอนการพิมพ์คูปองและวิธีการแจกคูปอง หลังจากที่ได้ประสานไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือกองสลากหน่วยงานที่รับผิดชอบการพิมพ์คูปองเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยต้องการให้พิมพ์คูปองล็อตแรกในเดือนต.ค.นี้ จำนวน 5 ล้านฉบับ ปรากฏว่ากองสลากแจ้งว่าไม่สามารถพิมพ์ไม่ได้ทันตามกรอบเวลาดังกล่าว เพราะต้องนำเรื่องเสนอคณะกรรมการกองสลากก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาในการพิจารณา

นอกจากนี้ยังมีปัญหาการพิมพ์ตัวคูปอง ที่กำหนดรูปแบบใส่เลขที่บัตรประชาชนของเจ้าบ้าน เลขที่ทะเบียนบ้าน เพื่อแสดงสิทธิการใช้คูปองของแต่ละครัวเรือน แต่จากการหารือกับกรมการปกครอง ได้รับการชี้แจงว่าการแสดงเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งการแสดงเลขที่บัตรประชาชนบนคูปอง ทำให้ไม่สามารถส่งทางไปรษณีย์ได้เช่นกัน

ดังนั้นวันนี้(8ก.ย.) เตรียมหารือกับกรมการปกครอง เพื่อหาวิธีการพิมพ์ รายละเอียดการแจกคูปองที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจะหารือด้วยว่ามีช่องทางการแจกคูปองผ่านองค์การบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่นได้หรือไม่ หากไม่สามารถแจกทางไปรษณีย์ได้

"ขั้นตอนการพิมพ์และการแจกคูปอง กสทช.ต้องการทำให้รอบคอบ เพื่อความโปร่งใส และป้องกันการทุจริตให้ได้มากที่สุด แต่ยอมรับว่าอาจป้องกันไม่ได้ 100% และยืนยันว่าจะดำเนินการแจกคูปองตามแผนเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 15ต.ค.นี้" นายฐากร กล่าว

ถกแก้ปัญหาออนแอร์ช่อง3

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าวันนี้ (8 ก.ย.) ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) สำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้เสนอวาระพิจารณาเกี่ยวข้องกับแนวทางมาตรการทางปกครองที่ชัดเจน กรณีแนวทางการออกอากาศ ช่อง 3 อนาล็อก หลังสิ้นสุดการทำหน้าที่ฟรีทีวี เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้โครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ไม่สามารถนำช่อง 3 อนาล็อก ไปออกอากาศได้ตามประกาศมัสต์ แคร์รี่

โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ตนเองและกรรมการ กสท.อีก 2 คน เห็นว่าควรพิจารณาดำเนินการใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม โดยกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนพร้อมแจ้งให้ลูกค้าแต่ละโครงข่ายทราบ เพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตและประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดต่อไป โดยจะหารือแนวทางที่ชัดเจนในวันนี้

จับตาปมยิงสดเอเชี่ยนเกมส์

นอกจากนี้ยังมีวาระพิจารณาการขออนุญาตเผยแพร่การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ (Asian Games) ครั้งที่ 17 จากเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 19 ก.ย. - 4 ต.ค. 2557 ของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทรท.(ทีวีพูล)

อย่างไรก็ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) กำหนดให้ เอเชี่ยนเกมส์ เป็น 1ใน7 กีฬา ที่ต้องเผยแพร่ทางฟรีทีวีในทุกช่องทาง

ทั้งนี้ ทรท.ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อกำหนดลิขสิทธิ์ พร้อมขออนุญาตถ่ายทอดการแข่งขันผ่านบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป(ฟรีทีวี) ตามประกาศมัสต์แคร์รี่ และได้ขอถ่ายทอดการแข่งขันที่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ได้แก่ ช่อง 3 ในระบบอนาล็อก โดยขอออกอากาศคู่ขนานกับการถ่ายทอดสดผ่านบริการที่เป็นการทั่วไป และทางโครงข่ายทรูวิชั่นส์ สำหรับถ่ายทอดการแข่งขันในส่วนเฉพาะโครงข่ายการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก

"การอนุญาตถ่ายทอดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ภายใต้กฎมัสต์แฮฟ จะยิ่งทำให้ปมช่อง 3 อนาล็อก มีความซับซ้อนขึ้นไปอีก กสท.ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ให้เด็ดขาด และหากช่อง 3 เดิมยอมมาออกคู่ขนานช่องดิจิทัล เอชดี จะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งช่อง 3 เอง ทีวีดิจิทัล คนดูผู้บริโภค และเป็นไปตามกติกา กสทช.ด้วย" นางสาวสุภิญญา กล่าว

"นที"ย้ำแก้ปัญหาช่อง3ยึดกฎหมาย

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธาน กสท. ชี้แจ้งผ่านทวิตเตอร์ว่า โดยหลักการช่อง 3 จะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด แต่กสท. จะต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ แสวงหาแนวทางการแก้ปัญหาโดยระวังป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง นอกจากนี้ยังต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากคำสั่งทางปกครองมีการชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน การออกมาตรการหรือคำสั่ง

การแก้ปัญหาจะต้องใช้ความรอบคอบ ระมัดระวังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นโดยรอบด้าน การใช้อำนาจของ กสท. จะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย พอสมควรแก่เหตุ และมุ่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

ในการหารือร่วมระหว่าง กสท. ช่อง 3 และช่องดิจิทัลอื่นๆ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ได้ข้อสรุปว่า ช่อง 3 จะจัดทำข้อเสนอมาให้ กสท.พิจารณา ดังนั้นขณะที่มีแนวทางอื่นที่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหา สามารถลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนผู้รับบริการ และแนวทางที่เป็นข้อเสนอควรได้รับการพิจารณา นำเข้าสู่กระบวนการหารือ เพื่อแสวงหาทางออก มุ่งประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ

การแก้ไขปัญหายังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการบังคับทางปกครองที่จะกระทบประชาชนในวงกว้าง การปฏิบัติหน้าที่กรรมการองค์กรอิสระ จำเป็นต้องพิจารณาโดยถี่ถ้วน ปราศจากความรู้สึก ความอคติ ส่วนตัวในการตัดสินใจ

"ผมมีความชัดเจนในฐานะผู้รับผิดชอบดำเนินการ เรื่องกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกไปสู่ดิจิทัลมาตั้งแต่ต้น รวมถึงกรณีพิพาทระหว่างช่อง 3 กับ กสท. ได้ต่อสู้คดีจนกระทั่งศาลสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว"