วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TUF - ซื้อ

การเข้าซื้อกิจการของเมอร์อลิอันซ์

ประเด็นใหม่

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.57 บริษัทเอ็มดับบลิว แบรนด์ส เอสเอเอส ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TUF ประกาศเข้าซื้อกิจการของบริษัทเมอร์อลิอันซ์ เอสเอสเอส (เมอร์อลิอันซ์) ทั้งหมดสัดส่วน 100% ซึ่งเมอร์อลิอันซ์เป็นบริษัทผู้ผลิตปลาแซลมอนรมควันสัญชาติฝรั่งเศสที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ในยุโรป โดยครองตลาดปลาแซลมอนรมควันของไพรเวทแบรนด์เป็นอันดับหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ และเป็นอันดับสี่ในประเทศอังกฤษ เมอร์อลิอันซ์ถือครองส่วนแบ่งตลาดปลาแซลมอนรมควันในประเทศฝรั่งเศสคิดเป็น 20% และสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างมากในประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ บริษัทมีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส สก๊อตแลนด์ และโปแลนด์

TUF ไม่ได้ทำการเปิดเผยราคาของการเข้าซื้อกิจการใหม่ในครั้งนี้ เนื่องจากราคาซื้อมีมูลค่าไม่เกิน 2% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมสุทธิ (ซึ่งถือว่าเป็นขั้นต่ำที่ต้องเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ) รายได้รวมของเมอร์อลิอันซ์สำหรับสิ้นสุดปีงวด 31 มี.ค. 2557 อยู่ที่ 220 ล้านเหรียญ (หรือ 7.4 พันล้านบาท) เราคาดว่าบริษัทจะเข้าซื้อกิจการเมอร์อลิอันซ์เสร็จสมบูรณ์ในช่วงไตรมาส 4/57 ให้ตั้งข้อสังเกตว่า TUF ได้เข้าซื้อกิจการของเอ็มดับบลิว แบรนด์สในไตรมาส 4/53 ที่ราคา 680 ล้านยูโร โดยเอ็มดับบลิว แบรนด์สเป็นบริษัทผู้นำด้านการผลิตปลาทูน่ากระป๋องในตลาดยุโรปภายใต้แบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างมาก ได้แก่ เพติตนาเวียร์ พาร์เมนเทียร์ จอห์นเวสต์ และมารีบลู ซึ่งเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ และอันดับสองในประเทศอิตาลี

ผลบวกจากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้

ภายใต้สมมติฐานกรอบของอัตราส่วน PER ที่ 6-7 เท่าและกำไรสุทธิปี 2558 ที่ 8.8 ล้านเหรียญ (และอัตรากำไรสุทธิที่ 4%) เราประเมินว่าราคาซื้อกิจการของดีลนี้น่าจะอยู่ในช่วง 1.8-2.0 พันล้านบาท เราคาดว่าเงินทุนสำหรับการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งหมด

ถึงแม้ว่าตลาดแซลมอนในยุโรปจะมีการแข่งขันสูง แต่เมอร์อลิอันซ์ก็ถือว่าเป็นผู้เล่นรายหลักที่มีส่วนแบ่งตลาดในระดับสูง เราเชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะส่งผลบวกต่อ TUF ในแง่ของการขยายตลาดไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลาแช่แข็งและการทำแบรนด์ใหม่เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้ผลประโยชน์ร่วมจากการควบรวมกิจการโดยผ่านการใช้และการจัดซื้อวัตถุดิบ การทำบรรจุภัณฑ์ และการขนส่งที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558-59 เพิ่มขึ้นอีก 5%

สำหรับในส่วนประมาณการของเมอร์อลิอันซ์ เราใช้สมมติฐานรายได้ในปี 2558 ที่ 7.3 พันล้านบาท และรายได้ในปี 2559 ที่ 7.6 พันล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นที่ 11% (ซึ่งใกล้เคียงกับอัตรากำไรขั้นต้นของ TUF ที่ 11.8% สำหรับธุรกิจแซลมอนรับจ้างผลิต [โออีเอ็ม] ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557) และอัตรากำไรสุทธิที่ 4% (ซึ่งใกล้เคียงกับอัตรากำไรสุทธิรวมของ TUF ในปี 2557 ที่เราคาดไว้ที่ 4.4%)

การเข้าซื้อกิจการของเมอร์อลิอันซ์ส่งผลให้เราทำการปรับประมาณการรายได้ปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 5.5% (เป็น 1.4 แสนล้านบาท) และประมาณการรายได้ปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 5.4% (เป็น 1.5 แสนล้านบาท) ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 5% (เป็น 6.31 พันล้านบาท) และกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 4.9% (เป็น 6.69 พันล้านบาท) ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 5% (เป็น 86 บาท)

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในปี 2557 จากผลการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งไทยที่เติบโตต่อเนื่อง มาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์และธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิตที่ยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องและการพลิกฟื้นเป็นกำไรของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ