กำไรครึ่งปี 57 เพิ่มขึ้น 11% คาดทั้งปีโต 11% และยังมี Upside
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
กำไร 2Q57 เติบโต 20%YoY และ 40%QoQ กำไรครึ่งปี 57 เพิ่มขึ้น 11% แจ้งกำไร 2Q57 เพิ่มขึ้น 20%YoY และ 40%QoQ เป็น 1,985 ล้านบาทเนื่องจาก 1)รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 27%YoY และ 27%QoQ 2)อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 37.2% จาก 36.5% ใน 2Q56 และ 35.3% ใน 1Q57 3) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ขายลดลงเหลือ 14.3% จากระดับ 14.7% ใน 2Q56 แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 14.2% ในไตรมาสแรก กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2557 เท่ากับ 3,406 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11%YoY คิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปีที่ 7,240 ล้านบาท
คงประมาณการกำไรสุทธิตามเดิม ซึ่งเติบโต 12% : ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการรายได้จากการขายตามเดิมที่ 2.6 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 15% ณ ปลายเดือนมิ.ย.2557 มียอดขายรอโอน (backlog) เติบโต 19% จากปลายปี 2556 เป็น 1.76 หมื่นล้านบาทที่จะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2560 ส่วนที่จะโอนในครึ่งหลังของปี 2557 มีจำนวน 6.7 พันล้านบาท คิดเป็น 73% ของประมาณการทั้งนี้แนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกจากแผนการโอนคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยในช่วง 4Q57 จะเริ่มโอนโครงการเดอะรูม-วงเวียนใหญ่ และวันเวลา-เขาเต่า
คาดจะเห็นจัดตั้งกอง REIT ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 : บริษัทมีแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่าประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท สินทรัพย์ที่จะโอนเข้ากองทุนได้แก่พื้นที่ให้เช่าของศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบจ. แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งบริษัทถือหุ้น 60% คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งราว 3Q57 และคาดว่าจะสามารถตั้งกอง REIT ได้ภายในปีนี้ซึ่งจะทำให้ประมาณการกำไรปี 57 มี upside จากกำไรจากการขายสินทรัพย์ราว 1.2 - 1.8 พันล้านบาทบนสมมติฐานของอัตรากำไรราว 20 - 30% ซึ่งจะทำให้บริษัทมีแหล่งเงินทุนในการซื้อที่ดินให้เช่าและพัฒนาโครงการในอนาคต
ยอดขาย presaleเติบโตดีหนุน backlog เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง : ยอดขาย presaleใน 2Q57 เท่ากับ 8.9 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 23%YoY และ 35%QoQ ทั้งนี้ โครงการ 333 ริเวอร์ไซต์ที่มูลค่า 7 พันล้านบาทที่เปิดขายในเดือนมิ.ย.ได้รับการตอบรับดีมากปัจจุบันขายได้แล้ว 60%ยอดขาย presale ครึ่งแรกปี 2557 ทำได้แล้ว 1.54 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 48% ของเป้าทั้งปีที่ 3.2 หมื่นล้านบาทครึ่งหลังปี 2557 บริษัทจะเปิดขายโครงการใหม่ 10 โครงการมูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาทเทียบกับครึ่งแรกที่เปิด 13 โครงการมูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาทยอดขาย presale ที่มีการเปิดขายคอนโดมิเนียนทำได้กว่า 5 พันล้านบาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 13.20 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ LH ยังดีจากผลการประกอบการที่ยังมีศักยภาพเติบโตประกอบกับบริษัทมีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำที่ช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการขาย และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มราคาเหมาะสมซึ่งอิงProspect PER ที่ระดับ 20 เท่าและคำนวณกำไรต่อหุ้นแบบ Fully Diluted (LH-W3 ที่เหลือ 1.23 พันล้านหน่วยใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 4 พ.ค. 2560) ได้เท่ากับ 13.20 บาทสูงกว่าราคาปิดล่าสุดทั้งนี้นโยบายการจ่ายเงินปันผลอยู่ในอัตราสูง 80% ทำให้เราคงคำแนะนำ“ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล








