วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เซ็นทรัล'รับยอดขายครึ่งแรกหลุดเป้า

'เซ็นทรัล'รับยอดขายครึ่งแรกหลุดเป้า ยันไม่ปรับแผนลงทุน 4.4 หมื่นล้าน

ชี้เหตุการเมืองฉุดกำลังซื้อชะลอตัวหนักถ้วนหน้า เผยเริ่มสัญญาณกำลังซื้อเดือนสิงหาฯฟื้นตัวแรงสูงสุดในรอบ 8 เดือน ธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น วอนรัฐบาลใหม่เร่งขับเคลื่อนประเทศฟื้นตัว

กลุ่มเซ็นทรัล อีกกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศไทย ขับเคลื่อนธุรกิจโดยตระกูลจิราธิวัฒน์ ยังคงประกาศเดินหน้าลงทุนตามแผนเดิม แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายทั้งกลุ่มจะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย เชื่อครึ่งปีหลังสถานการณ์ธุรกิจฟื้นตัว หลังมีรัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ

นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มเซ็นทรัลยังมีความเชื่อมั่นในการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้ยอดขายของกลุ่มเซ็นทรัลเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเติบโตตัวเลขหลักเดียว

อย่างไรก็ตาม พบว่าในเดือน ส.ค.นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในกลุ่มแตะระดับ 70-80% สะท้อนว่าเศรษฐกิจและธุรกิจเริ่มฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น

“6-7 เดือนแรกไม่ดี เพราะเราเผชิญทั้งการรัฐประหาร การท่องเที่ยวหดตัว โรงแรมในกรุงเทพฯ ยอดตกลงเยอะมาก 30-40% รีเทล (ค้าปลีก) ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ เพราะผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย หรือซื้อของเลย เดือนพ.ค.ก็มีรัฐประหาร หลังจากนั้นคสช.(คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ก็เข้ามาบริหารประเทศได้ 2 เดือน ต่างชาติก็แอนตี้ (ต่อต้าน) และไม่เข้าใจสถานการณ์ ส่งผลให้ภาพรวมการเติบโตครึ่งปีแรกของเราหลุดเป้า และต้องมาดูมาตัวเลขกันใหม่" ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรับ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทั้งปีกลุ่มเซ็นทรัลยังคงตั้งเป้ายอดขายเติบโตที่ 14 % ไม่มีการปรับเป้ายอดขาย

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง อาทิ การเปิดตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ศาลายา จังหวัดนครปฐม และโครงการเซ็นทรัล เอมบาสซี่ มูลค่าลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมองการลงทุนระยะยาว

ยันไม่ปรับแผนลงทุน4.4หมื่นล้าน

ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ยังระบุว่า แม้ยอดขายครึ่งปีแรกจะต่ำกว่าเป้าหมาย แต่กลุ่มเซ็นทรัลยังคงไม่ปรับแผนการลงทุนปีนี้ โดยวางงบลงทุนรวมไว้ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท และยังคงเดินหน้าเจรจาซื้อกิจการในต่างประเทศราว 10 แห่ง ตามที่ประกาศแผนการลงทุนไว้ตั้งแต่ต้นปี 2557

เขายังประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลังว่า เชื่อว่าจะปรับตัวดีขึ้นทั้งกำลังซื้อของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เห็นได้จากสัญญาณบวกของกำลังซื้อในเดือนส.ค.ที่ฟื้นกลับมา โดยยอดขายเติบโตขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน ที่อัตราเติบโตสูงถึง 10%

นอกจากนี้ ยังคาดว่าภาพรวมกำลังซื้อผู้บริโภคทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วง 3-4 เดือนสุดท้ายจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะไตรมาส 4 ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่นักท่องเที่ยวจะเข้ามาเยือนไทยมากขึ้น

“แผนการลงทุนปีนี้ยังเหมือนเดิม ไม่ได้ปรับแผน หรือชะลอการลงทุนแต่อย่างใด โดยยังเดินหน้าขยายลงทุนต่อเนื่องตามที่ประกาศแผนไว้เมื่อต้นปี 2557 ที่จะใช้งบลงทุน 4.4 หมื่นล้านบาท ล่าสุดบริษัทก็ได้เปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่เซ็นทรัล พลาซา ศาลายา ส่วนแผนต่างประเทศยังเป็นไปตามแผน แต่ไม่เร่งซื้อกิจการ ทุกอย่างยังเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้” นายทศ กล่าว

ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าหมายยอดขายปี 2557 ไว้ที่ 2.67 แสนล้านบาท เติบโต 14% จากปี 2556 ที่มียอดขายกว่า 2.33 แสนล้านบาท

ที่ผ่านมากลุ่มเซ็นทรัล ได้ปรับโครงสร้างองค์กรและทีมผู้บริหารใหม่ครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปีรุกขยายธุรกิจต่างประเทศ โดยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร แบ่งกลุ่มธุรกิจออกเป็น 8 กลุ่มธุรกิจหลัก จากเดิม 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า (DSG) กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภค บริโภค (FMCG) กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า (HDLG) กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ และ ออนไลน์ (OFMG) กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า และ อสังหาริมทรัพย์ (CPN) กลุ่มธุรกิจบริหารและจัดการสินค้านำเข้า (CMG) กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต (CHR) และกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร (CRG)

ต้องร่วมมือ-หมดยุคแข่งขันค้าปลีก

นายทศ กล่าวอีกว่า หลังจากรับทราบว่ากลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้เป็นผู้ชนะการประมูลในการพัฒนาที่ดินโรงเรียนเตรียมทหารเดิม หัวมุมถนนพระรามสี่ตัดกับถนนวิทยุ เนื้อที่กว่า 90 ไร่ ตามที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เปิดประมูล เพื่อให้นำไปพัฒนาโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส ประกอบด้วย ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม โรงแรมที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า ศูนย์การศึกษา หรือศูนย์สุขภาพ โดยผู้ที่ชนะการประมูลคือบริษัทยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) และ ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) ธุรกิจในเครือทีซีซี ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี

ส่วนตัวมองว่า ปัจจุบันหมดยุคการแข่งขันแล้ว ไม่ว่าผู้ประกอบการรายใดจะเป็นผู้พัฒนาโครงการก็จะเกิดโครงการดีๆ ช่วยสร้างเมือง กระตุ้นการท่องเที่ยว ขับและเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ที่สำคัญจะเป็นการยกระดับประเทศไทยให้พัฒนามากขึ้น รวมถึงตัวบริษัท และองค์กรนั้นๆ

“ยังมีพื้นที่อีกเยอะที่จะให้พัฒนาโครงการค้าปลีกระดับประเทศ ที่ผืนดังกล่าวไม่ว่าใครจะได้ไปพัฒนา เชื่อว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการดีๆ ยุคนี้หมดยุคการแข่งขันกันแล้ว เป็นยุคใหม่ ยุคสมัยของการร่วมมือกัน ซึ่งผู้ประกอบการจะมีส่วนช่วยยกระดับประเทศ และเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น” นายทศ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางกลุ่มของนายเจริญ จะดึงกลุ่มเซ็นทรัล ไปบริหารพื้นที่ค้าปลีกเนื้อที่ 4 ไร่ หลังจากชนะการประมูลนั้น นายทศ ประเมินว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะเชื่อว่ากลุ่มทุนดังกล่าวมีศักยภาพในการบริหารโครงการอยู่แล้ว

“หากมีใครสนใจดึงเราไปร่วมงานด้วย เราโอเพ่นอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา แต่การบริหารพื้นที่ค้าปลีกสวนลุมฯ ไม่น่าจะเป็นไปได้”

วอนรัฐบาลใหม่เร่งขับเคลื่อนประเทศ

นายทศ ยังกล่าวว่า หลังประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) และกำลังจะมีคณะรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนประเทศ สิ่งที่อยากฝากคือขอให้บริหารประเทศเหมือน 2 เดือนที่ผ่านมา (ก.ค.-ส.ค.) เพราะกำลังซื้อคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวกลับมาแล้ว และคาดว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีได้